All posts tagged suspense
The Girl with the Dragon Tattoo: ผู้หญิงมันร้ายเพราะผู้ชายมันเลว (B+)
ถ้าพูดถึงหนังสืบสวนสอบสวน ก็มีมากมายหลายสไตล์รวมทั้งวิธีในการนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกันออกไป สำหรับ The Girl with the Dragon Tattoo ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายสุดดังของ Stieg Larsson ก็เป็นเรื่องที่มีความรุนแรง กดดัน และข้นคลักไปด้วยความมืดหม่นจากทั้งคดีที่เรื่องกำลังพาผู้ชมเดินเข้าสู่เขาวงกตที่วกไปวนมา เช่นเดียวกับตัวละครที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและมืดสนิทอย่าง Lisbeth Salander ซึ่งแม้ว่าองค์ประกอบต่างๆ จะชวนให้คิดแว่บแรกถึงบรรยากาศหดหู่เหลือทน แต่ท้ายที่สุดแล้ว The Girl with the Dragon Tatto ก็เป็นเรื่องชั้นเยี่ยมที่ทำให้คุณอึ้งและทึ่งได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ผู้กำกับมือฉมังกับหนังอย่าง David Fincher มานั่งแท่นผู้กำกับด้วยแล้ว ชั้นเชิงอันแพรวพราวของเขาเลยทำให้หนังเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดเลยเป็นการรีเมคได้โดดเด่นไม่แพ้ต้นฉบับจากสวีเดนเลยทีเดียว เรื่องราวของ The Girl with the Dragon Tattoo …
อุโมงค์ผาเมือง: การติดหล่มบนการดัดแปลง (C+)
ในยุคก่อนที่ภาพยนตร์จะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้น ละครเวทีก็เป็นศิลปะการแสดงที่ได้รับความนิยมรวมทั้งกลายเป็นหนึ่งในมโหรสพหลักสำหรับความบันเทิงและการถ่ายทอดความคิด ปรัชญาต่างๆ ดังที่เห็นได้จากงานวรรณกรรมละครเอกในอดีตกาล แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป การเข้ามาของภาพยนตร์ก็ทำให้ผู้กำกับและผู้เขียนบทหลายคนหยิบนำบทละครเวทีที่มีชื่อเสียงหรือทรงคุณค่า แปรเปลี่ยนรูปให้อยู่บทแผ่นฟิลม์ เปลี่ยนวิธีการสื่อสารเสียใหม่ ตีความต่างไป ปรับเปลี่ยนโครงเรื่อง ฯลฯ ซึ่งก็อยู่แต่กระบวนท่าและชั้นเชิงของผู้สร้างอันมีทั้งที่โด่งดังยอดเยี่ยมไปเลยจนถึงผิดพลาดล้มเหลว “ราโชมอน” ก็เป็นหนึ่งในบทละครเวทีไทยโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมท ที่มีคุณค่าทั้งด้านบทที่คมคาย ตลอดจนความคิดที่แฝงปรัชญาความคิดที่ลึกซึ้งจนกลายเป็นหนึ่งในงานบทละครที่นักเรียนศิลปะการแสดงในปัจจุบันต้องร่ำเรียนอยู่เรื่อยๆ และมาวันนี้ก็ได้หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล นำมาเล่าใหม่ในแบบฉบับภาพยนตร์โดยปรับแต่งในรูปลักษณ์ที่ต่างออกไปจากเดิมภายใต้ชื่อ “อุโมงค์ผาเมือง” ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ถือเป็นภาพยนตร์ที่ได้ผลบุญจากบทประพันธ์ดั้งเดิมที่แข็งแรงอยู่มากพอสมควร แต่ก็น่าเสียดายที่ “อุโมงค์ผาเมือง” กลับติดกับดักของการเปลี่ยนรูปจากละครเวทีมาเป็นภาพยนตร์ เช่นเดียวกับที่พลาดพลั้งในเรื่องการตีความที่ไม่สามารถนำตัวผลงานให้ดำดิ่งลงไปในปรัชญาแก่นแท้ของมนุษย์ได้อย่างที่ต้นฉบับทำไว้ “อุโมงค์ผาเมือง”
พัทยา: สืบสวนและเล่าเรื่องแบบไร้ทิศทาง (C)
การทำละครเรื่องหนึ่งมักเกิดขึ้นจากจุดประสงค์ที่อยากเล่าอะไรบางอย่างจากผู้สร้าง ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นเรื่องราวด้วยกลวิธีต่างๆ และสุดท้ายออกมาเป็นละครสักเรื่อง หลายๆ เรื่องก็ประสบความสำเร็จกับการสร้างเรื่องให้ผู้ชมได้เข้าใจและรู้สึกถึงสิ่งที่ผู้เขียน/ละครอยากจะบอกอย่างชัดเจน ลึกซึ้ง แต่ในขณะเดียวกันหลายๆ เรื่องก็ออกทะเลและหลุดประเด็นไปด้วยเหตุผลต่างๆ นานา บ้างก็เขียนบทโดยไร้เหตุไร้ผล หรือบ้างก็ออกทะเลไปไม่เกี่ยวกับเรื่องโดยไม่จำเป็น "พัทยา" ของ Life Theatre โดย โชโกะ ทานิกาวา ก็ตกอยู่ในกรณีที่ล้มเหลวด้านบทที่พยายามเล่าเรื่องอย่างหนึ่งแต่กลับขยายเรื่องให้ออกทะเลไปโดยที่ไม่ได้ส่งผลกลับมาที่ประเด็นหลัก จนสุดท้ายคนดูอย่างเราๆ ก็เลยไม่รู้จะจับประเด็นหรือรู้สึกอะไรจากละครที่เพิ่งจบลงไป พัทยาเริ่มเรื่องขึ้นที่ห้องทำงานของ "สารวัติ ยุติธรรม" ที่ประจำการอยู่ที่เมืองพัทยา ชีวิตวันๆ ของเขาและสน.ดูจะเรื่อยเปื่อยไร้สาระพอๆ กับตัวของเขาเองเช่นเดียวกับ "ผู้กองเอ๋"
The Incite Mill: กลัวตายแน่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ (C+)
พล็อตหนังแนวฆาตรกรรมปนจิตวิทยาดูจะเป็นหนึ่งในสูตรสำเร็จของหนังแนว Suspense Horror ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคนดูมากนักต่อนักโดยวัดกึ๋นกันที่พล็อตหนังและความลึกลับและหักมุมของเรื่องที่พร้อมจะให้คนดูขนลุก อึ้ง ทึ่งกับความจริงที่จะเฉลยออกมา และนั่นเป็นสิ่งที่เราจะไม่ค่อยได้พบใน The Incite Mill หรอกนะครับ The Incite Mill พยายามสร้างพล็อตแนวเก๋ไก๋กับการนำปริศนาฆาตรกรรมมาผูกให้กลายเป็นเกมการทดลองที่คนสิบคนมาอยู่รวมกันและคอยหวาดระแวงว่าจะมีใครลุกมาฆ่ากันเมื่อไร โดยแลกกับค่าตอบแทนจำนวนมหาศาล และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความเชื่อใจในคนแปลกหน้าก็ลดลงเรื่อยๆ เมื่อมีคนตายคนแล้วคนเล่าโดยที่ยังไม่สามารถจับฆาตกรตัวจริงได้ ซึ่งเหล่าตัวละครเอกต้องรีบไขปริศนาให้ได้และเอาตัวรอดให้จนจบเกม จะว่าไปแล้วนั้น The Incite Mill ก็เหมือนกันหนังแนวจิตวิทยาอย่าง Liar Game หรือ Death Note ที่ปรับระดับความโหดขึ้นมาเป็นเรื่องความตายนั่นเอง
SALT: สวยสังหารแบบเซอรไพรส์
หนังประเภทสายลับลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐน่าจะเป็นหนึ่งในบรรดาพล็อตดาษ ๆ ที่หนังแอ็คชั่นมากมายหยิบสรรมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า (จนเราเริ่มจะรู้สึกว่าการลอบสังหารปธน.ไม่ใช่เรื่องยาก และ FBI หรือ CIA ไม่ได้เก่งเอาเสียเลย) ทีนี้ก็น่าจะเป็นโจทย์ของคนเขียนบทและผู้กำกับที่ท้าทายไม่น้อยว่าจะเอาพล็อตนี้มาทำอย่างไรให้สนุกและคนดูเดาทางไม่ออก
SALT งานล่าสุดที่เอาพล็อตนี้มาใช้โดยชูจุดขายคือดารานำอย่าง Angelina Jolie ก็ดูเหมือนจะตีโจทย์นี้ออกได้ดี เพราะหนังแอคชั่นเรื่องนี้นอกจากจะดูเพลิน






Recent Comments