<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bark n&#039; Bite &#187; sci-fi</title>
	<atom:link href="http://www.barkandbite.net/tag/sci-fi/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.barkandbite.net</link>
	<description>วิจารณ์ไปเรื่อย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 16:45:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>In Time: เวลาคือชีวิต (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/10/in-time/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/10/in-time/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Oct 2011 13:29:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[action]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1251</guid>
		<description><![CDATA[เงินทองอาจจะเป็นของนอกกายจากคติเตือนใจยอดฮิต เพราะแม้เงินจะมีค่าและใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ในชีวิตนั้น เราก็ยังพบว่าหากแม้ไม่เงิน เราก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากสิ่งที่เราใช้แลกเปลี่ยนกันในโลกไม่ใช่เงิน แต่เป็นเวลาชีวิตของพวกเราเอง เราทำงานแลกกับเวลาที่จะมีชีวิตต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อขายล้วนแลกมาด้วยเวลา มนุษย์ที่เวลาหมดลงก็ต้องตายในขณะคนที่มีเวลาเหลือก็จะมีชีวิตต่อแม้ว่าจะผ่านมาหลายร้อยปีก็ตาม สิ่งที่มนุษย์ต้องเผชิญคือการเอาชีวิตรอดด้วยการดิ้นรนหาเวลามาเติมให้ตัวเองก่อนที่นาฬิกาชีวิตซึ่งนับถอยหลังอยู่ที่แขนจะนับถึงเลขศูนย์ นั่นคือไอเดียบรรเจิดสุดล้ำของ Andrew Niccol (Gattaca / The Truman Show / S1MONE) ที่นำก่อร่างสร้างเป็นโครงเรื่องของหนักแอ็คชั่น ไซไฟที่น่าสนใจ ตื่นเต้น และต่อยอดเป็นความคิดที่สะท้อนสังคมโลกปัจจุบันได้อย่างแยบคาย วิล ซาลาสเป็นชายหนุ่มที่ทำงานในไทม์โซนอันเป็นเหมือนเขตแดนแบ่งแยกชนชั้นของมนุษย์ เขาต้องทำงานแบบวันต่อวันเพื่อจะได้ค่าจ้างเป็นเวลาที่จะเอามาใช้ชีวิตกับแม่ของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ช่วยเหลือแฮรี่ แฮมิลตั้นในบาร์ก่อนที่จะได้รับการส่งต่อเวลาอันมากมาย แต่แม้มีเวลาเหลือคณานับชะตากรรมก็กลับเล่นตลกเมื่อเขาไม่สามารถช่วยเหลือแม่ของเขาได้ จากจุดนั้น วิลมุ่งหน้าสู่ไทม์โซน “นิวกรีนนิช” ซึ่งเป็นสังคมระดับสูงด้วยโอกาสของเวลาที่เขาได้รับ และที่นิวกรีนนิชนั้น เขาได้พบกับซิลเวีย ไวส์ ลูกสาวของมหาเศรษฐีในนิวกรีนนิช ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/10/in-time/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Rise of the Planet of the Apes: ดาบนั้นคืนสนอง (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/08/rise-of-the-planet-of-the-apes/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/08/rise-of-the-planet-of-the-apes/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2011 14:37:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[action]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1116</guid>
		<description><![CDATA[ความอหังการ์ของมนุษย์อันนำไปสู่ความย่อยยับของชาติพันธุ์นั้นมีอยู่ในตำนานและวรรณคลาสสิคอยู่นับไม่ถ้วน แน่นอนว่า Planet of the Apes ก็เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ที่มีเค้าโครงเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวและถูกนำมาสร้างกว่า 6 ภาคไปแล้ว (5 ภาคที่เกี่ยวเนื่องกันและอีกหนึ่งภาคที่แหวกแนวของทิม เบอร์ตั้น) ซึ่ง Rise of the Planet of the Apes อันเป็นภาคล่าสุดนี้ ก็กลายเป็นปฐมบทของซีรี่ย์นี้ได้อย่างหนักแน่น ดุดัน แถมยังชูประเด็นให้เหล่ามนุษย์ที่นั่งดูได้สะอึกกันเลยทีเดียว วิล (เจมส์ ฟรังโก้) เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามทดลองยาเพื่อรักษาอาการอัลไซเมอร์ให้ได้ การทดลองของเขาจึงจำเป็นต้องใช้ลิงชิมแปนซีมาทดลองเชื้อไวรัสที่ถูกพัฒนาขึ้น แต่ด้วยอุบัติเหตุทางการทดลอง ทำให้โปรเจคต้องหยุดชะงักและเขาต้องเลือกรับทารกชิมแปนซีแรกเกิดมาเลี้ยงที่บ้านเพื่อไม่ให้มันถูก &#8220;กำจัด&#8221; ตามนโยบายบริษัท ทารกชิมแปนซี &#8220;ซีซาร์&#8221; ถูกเลี้ยงให้โตขึ้นพร้อมกับความสามารถทางสมองที่เกิดธรรมดาอันเป็นผลต่อเนื่องจากการทดลองที่เกิดผลในตัวแม่ของมัน ในไม่ช้าซีซาร์ก็กลายเป็นลิงอัจฉริยะและเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าตัวเองนั้นอยู่กับวิลในฐานะอะไรกันแน่ จนกระทั่งเมื่อซีซาร์โดนจับขังหลังจากเกิดเหตุทำร้ายคนขึ้น ที่สถานกักกันทำให้ซีซาร์ได้พบกับสังคมลิงที่มีชาติพันธุ์เดียวกันแถมถูกทรมานจากคนดูแล การโกรธแค้นที่ถูกทำร้ายบวกกับสติปัญญาที่ตัวเองมีทำให้ซีซาร์วางแผนที่จะปลดแอกการเป็นทาสสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/08/rise-of-the-planet-of-the-apes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GANTZ: มาแต่เนื้อ รสไม่มา (B-)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/07/gantz-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2-b/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/07/gantz-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2-b/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Jul 2011 02:09:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[action]]></category>
		<category><![CDATA[GANTZ]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1090</guid>
		<description><![CDATA[แม้ว่าชาติญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อกับการเอาวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่เรียกว่าการ์ตูนมารีเมคใหม่เป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์หรือละครจนโด่งดังมาแล้วหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะประสบความสำเร็จหรือทำออกมาได้ดีเสมอไป เพราะบางเรื่องที่แม้การ์ตูนจะยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่พอถ่ายทอดออกมาเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดงกลับทำได้ &#8220;ไม่ถึง&#8221; อย่างที่คนอ่านคาดหวังไว้ GANTZ เองก็ตกอยู่ในกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน จากการ์ตูน Sci-Fi อันโด่งดังพร้อมกับคำสรรเสริญจากนักอ่านมากมายว่าล้ำจินตนาการและมันส์แบบถึงพริกถึงขิง GANTZ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงโดยพยายามเดิมตามเค้าโครงเดิมที่ว่าด้วยคุโรโนะ เด็กหนุ่มที่ดูไร้จุดหมายกับชีวิตพอๆ กับความไม่เอาไหนของตัวเอง แต่ด้วยความบังเอิญทำให้เขาพบกับคาโต้ เพื่อนวัยเด็กที่ฉุดเขาเข้าไปร่วมช่วยคนที่ตกจากชานชลารถไฟ การช่วยเหลือดังกล่าวทำให้เขากับคาโต้ถูกรถไฟชนตายก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและพบว่าถูกพามายังอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งพวกเขาได้พบกับ GANTZ ลูกบอลดำๆ กลางห้องที่กุมชะตาชีวิตหลังความตายของพวกเขาไว้ คุโรโนะกับคาโต้ได้พบกับคนอื่นๆ ที่ประสบชะตาคล้ายๆ กัน กล่าวคือเหมือนเพิ่งเสมือนผ่านความตายกันมา แต่ก่อนที่ทุกคนจะรู้อะไร พวกเขาก็ต้องเข้าร่วมใน &#8220;เกม&#8221; ไล่ล่าฆ่ามนุษย์ต่างดาวเพื่อสะสม &#8220;คะแนน&#8221; เพื่อนำไปแลกรางวัลอันได้แก่การล้างความทรงจำและหลุดออกจากเกมนี้ หรือฟื้นคืนชีพให้กับคนที่ตายไปแล้ว คุโรโนะกับคาโต้มีเวลาไม่มากที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะ &#8220;เกม&#8221; ที่พวกเขาร่วมเล่นอย่างไม่เต็มใจนั้น เป็นเกมที่พลาดพลั้งไม่ได้เพราะนั่นหมายถึงความตายในทันที โดยคอนเซปต์แล้ว GANTZ ถือว่าเก็บรายละเอียด ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/07/gantz-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2-b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Super 8: หลอกล่อ(เกือบ)สำเร็จด้วยมนุษย์ต่างดาว (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/06/super8/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/06/super8/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2011 18:22:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bite]]></category>
		<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[abrams]]></category>
		<category><![CDATA[adventure]]></category>
		<category><![CDATA[alien]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>
		<category><![CDATA[spilberg]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=929</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเราได้ดูตัวอย่างหนัง Super 8 ของ J.J. Abrams เราคงอดคิดไม่ได้ว่ามันจะเป็นหนังสัตว์ประหลาดมนุษย์ต่างดาวที่น่าตื่นตาตื่นใจพร้อมกับไอเดียไซไฟล้ำๆ แต่พอเราเราได้ไปดูฉบับเต็มในโรงภาพยนต์แล้วเราอาจจะพบว่าหนังที่ว่าด้วยมนุษย์ต่่างดาวบุกเมืองเล็กๆ ในอเมริกาพร้อมการผจญภัยแบบลุ้นระทึกนั้น แท้จริงกำลังพาคนดูไปดูหนังชีวิตครอบครัวพ่อลูกต่างหาก เพียงแต่ข้อเสียของ Super 8 คือการหลอกล่อคนดูให้คล้อยตามกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าดันไม่แนบเนียนพอจะส่งให้หนังดูรู้สึกมีความหมายมากกว่าแค่รู้สึกสนุกนั่นแหละ โจ แลมป์เป็นเด็กชายที่สูญเสียแม่จากอุบัติเหตุ เขาและเพื่อนพ้องช่วยกันถ่ายทำหนังสืบสวนผสมกับปีศาจซอมบี้เพื่อส่งประกวดเทศกาลหนัง แต่ในวันที่พวกเขาถ่ายฉากสำคัญกลับกลายเป็นว่าได้เป็นพยานรู้เห็นอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งใหญ่ซึ่งได้ปลดปล่อย &#8220;บางสิ่งบางอย่าง&#8221; ออกมา โดยหลังจากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นในเมืองตั้งแต่การขโมยอุปกรณ์ไฟฟ้า สุนัขที่วิ่งหนีออกจากเมือง คดีคนหาย ฯลฯ พร้อมกับกองกำลังทหารเข้ามาควบคุมดูแลสถานการณ์อย่างผิดสังเกต ชาวเมืองรวมทั้งแจ๊ค พ่อของโจเริ่มเอะใจว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล เส้นเรื่องของ Super 8 มีการผสมปนเประหว่างเรื่องราวการไขปริศนาสิ่งมีชีวิตที่หลุดออกมาจากรถไฟ ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างโจกับอลิส เพื่อนสาวที่เขารู้สึกพิเศษมากกว่าเพื่อน การผจญภัยของเหล่าก๊วนเด็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวเมือง เกมการทำงานสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงปมอดีตอันเจ็บปวดซึ่งฝังไว้ในครอบครัวของโจและอลิส ซึ่งเส้นเรื่องเหล่านี้ดำเนินควบคู่กันไปโดยผลัดกันขึ้นมานำเสนอให้กับผู้ชม ในแง่หนึ่งแล้วต้องยอมรับว่าการเขียนบทนั้นก็เก่งพอสมควรกับการจับทุกเรื่องราวไว้ให้ไม่หลุดหรือออกทะเลมากเกินไป ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/06/super8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Limitless: สมองไร้ขีด ไอเดียล้ำที่น่าสนใจ (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/05/limitless/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/05/limitless/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 May 2011 14:46:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[mystery]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>
		<category><![CDATA[thriller]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=877</guid>
		<description><![CDATA[จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถใช้สมองของเราได้ 100% แทนที่จะเป็นเพียงแค่ 20% นั่นคือ Premise (เงื่อนไขสมมติฐาน) ของ Limitless ที่ทำให้เราทึ่งแล้วก็ลุ้นไปกับตัวละครที่เผชิญเข้าไปสู่ภาวะ &#8220;อัจฉริยะ&#8221; เอ็ดดี้ มอร์รา นักเขียนผู้ล้มเหลวกับชีวิตเส็งเคร็งทั้งการงานและความรัก บังเอิญพบกับพี่ชายอดีตภรรยาและทำให้ได้รับยา &#8220;เอ็นซีที&#8221; ที่ถูกบรรยายสรรพคุณว่าทำให้สมองทำงานได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ซึ่งแรกเริ่มเอ็ดดี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรออกไปทางไม่เชืื่อเสียด้วยซ้ำ แต่คนขี้แพ้อย่างเขาก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียจึงลองกินยานั้น ก่อนที่จะทำพบว่าเขากลายเป็นอัจฉริยะในไม่กี่วินาที ตั้งแต่สามารถเขียนต้นฉบับที่ไม่เคยคิดออกจบได้อย่างรวดเร็ว เรียนเปียโนและภาษาอื่นๆ ได้ภายในไม่กี่วัน ความทรงจำในทุกอนูของชีวิตสามารถเรียกกลับมาใช้ได้ทันทีทั้งที่ปรกติมันถูกหลงลืมค้างอยู่ในความทรงจำลึกๆ ของสมอง เมื่อมี &#8220;อำนาจ&#8221; และ &#8220;ความสามารถ&#8221; อันเหลือล้น แน่นอนว่าเอ็ดดี้จึงกลายเป็นผู้ที่ต้องการยาเอ็นซีที แต่ชะรอยว่าเงื่อนงำของยานั้นนำเขาไปสู่คดีอาชญากรรมของคนที่ไล่ล่าตามยาดังกล่าว เช่นเดียวกับผลกระทบอื่นๆ จากฤทธิ์ยาที่ผู้ใช้ก่อนหน้านี้หากไม่เสียชีวิต ก็ล้มป่วยสาหัสหากไม่ได้กินยาต่อเนื่อง แผนการชีวิตของเอ๊ดดี้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้กลายเป็นเศรษฐีจากความสามารถที่ได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวจึงไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเพราะเขาถูกตามล่า อาการป่วยที่ค่อยๆ กำเริบ และยาที่ได้มานั้นกำลังจะหมดลง ซึ่งเขาต้องหาทางออกให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/05/limitless/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Battle: Los Angeles &#8211; สอบผ่านสงคราม สอบตก Sci-Fi (C+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/04/world-invasion-battle-los-angle/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/04/world-invasion-battle-los-angle/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Apr 2011 14:36:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[aliens]]></category>
		<category><![CDATA[bomb]]></category>
		<category><![CDATA[gun]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>
		<category><![CDATA[visual effect]]></category>
		<category><![CDATA[war]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=860</guid>
		<description><![CDATA[คงจะน่าสนใจไม่น้อยถ้าจะเอาหนังสงครามแลกชีวิตของนาวิกโยธินแบบ Black Hawk Down มาผสมร่วมกับหนังสงครามต่างดาวแบบ Independent Day ซึ่งก็ไม่รู้ว่า Battle: Los Angeles ต้องการให้มันออกมาเป็นแบบนั้นหรือเปล่าเพราะหนังก็พยายามมีทั้งชีวิตทหารกลางสงครามและต้องสู้กับเอเลี่ยนไปพลาง แต่ไปๆ มาๆ มันทำให้หนัง Sci-Fi สงครามกับเอเลี่ยนเรื่องนี้แป๊กไม่เป็นท่าในตอนจบเพราะคอนเซ๊ปต์ที่ดูจะเยอะและทำให้ตูมตามจนเละเทะไปเสียอย่างนั้น อุกาบาตจำนวนมากตกลงมายังโลก (อย่าถามที่มาที่ไป เพราะหนังก็ไม่ได้อธิบายอะไรไว้ให้คุณรู้หรอก) จากนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตจักรกลออกมาฆ่ามนุษย์เพื่อยึดครองโลก (ส่วนจะยึดเพื่อเอาอะไรนั้น หนังก็สรุปเหตุผลแบบกำปั้นทุบดินให้เราชนิดรู้ๆ ไปทีไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องหรอก) พระเอกจ่าครูฝึกของเราที่กำลังขอปลดประจำการเลยต้องกลับมาเข้าสู่สงครามแบบไม่ค่อยเต็มใจพร้อมกับหน่วยรบที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเขาเสียเท่าไรอันเนื่องมาจากอดีตในสนามรบของเขา แน่นอนว่าคุณๆ ก็คงเดาได้อยู่แล้วว่าเริ่มต้นเราจะเจอตัวละครมากมายร่วมสิบกว่าคน (และมีสมทบกลางทางอีก) โดยต้องบุกฝ่าเข้าไปทำภารกิจในเมืองที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสนามรบ ซึ่งเราก็คงไม่คิดอยู่แล้วว่าทุกคนจะรอดชีวิตหมด Battle: Los Angeles มาแบบสูตรสำเร็จกับตัวละครประเภทขี้แหย่ ตัวละครที่มีพันธะหรือความหลังบางอย่าง (และแน่นอนว่าไอ้พวกนี้แหละจะอายุสั้นกว่าใคร) ก่อนจะนำไปสู่การตายในหน้าที่หรือเสียสละเพื่อปกป้องลูกทีม ฯลฯ ฉะนั้นเอาเข้าจริงๆ เราก็แทบจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับบรรดาเอเลี่ยนที่บุกโลกสักเท่าไรเลยแม้แต่น้อย ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/04/world-invasion-battle-los-angle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Source Code: ไอเดียล้ำ แต่ทำให้ง่าย (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/04/source-code/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/04/source-code/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Apr 2011 15:51:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[parallele world]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>
		<category><![CDATA[thriller]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=848</guid>
		<description><![CDATA[เราเคยไปอึ้งงงและทึ่งไปพร้อมๆ กันกับ Inception ที่ว่าด้วยโลกห้าโลกที่ซ้อนทับกันไปมาแล้ว Source Code ก็จะพาเราไปเจอสถานการณ์ที่คล้ายๆ กันของโลกสองโลกที่คู่ขนานกันนั่นแหละ มันอาจจะไม่เฉียบขาดและลึกล้ำเท่า แต่มันก็เข้าใจง่ายกับไอเดียเด็ดๆ ของ Sci-Fi Thriller เรื่องนี้ พร้อมกับความสนุกแบบลุ้นระทึกกันเลยทีเดียว เรื่องราวของ Source Code นั้นเริ่มเมื่อกัปตันโคลเตอร์ สตีเว่นตื่นขึ้นมาในรถไฟแห่งหนึ่งซึ่งในไม่ช้าก็ถูกระเบิดจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย และเมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นเขาก็ถูกดึงกลับไปในแคปซูลและพบว่าตัวเองอยู่ในโปรเจค &#8220;Source Code&#8221; ที่ทำให้เขาสามารถเข้าไปใช้ความทรงจำและประสบการณ์ร่วมกับหนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่บนรถไฟดังกล่าวได้เป็นเวลา 8 นาทีก่อนเสียชีวิต ภารกิจสำคัญของเขาคือการค้นหาให้ได้ว่าใครคือผู้ก่อการร้ายเพื่อที่ตำรวจจะสามารถเข้าจับกุมได้ก่อนจะเกิดเหตุวินาศกรรมครั้งต่อไป ฟังๆ ดูก็เหมือนหนังสืบสวนสอบสวนทั่วไปที่ใช้กลไกของเทคโนโลยีเข้ามาสืบสวนโดยมีเงื่อนไขแปลกๆ เข้ามานั่นคือ 8 นาทีที่เขาสามารถเข้าไปใช้ความทรงจำดังกล่าวได้ (เหมือนกับกรณีที่สามารถดูเหตุการณ์ได้เพียงครั้งเดียวอย่างใน Dejavu) แต่นั่นเป็นเพียง Premise เริ่มต้นของเรื่องที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของเรื่อง เมื่อระหว่างทางนั้นตัวพระเอกดันเกิดความคิดที่ว่าเขาสามารถช่วยชีวิตของคนบนรถไฟได้ รวมทั้งการค้นพบความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโครงการ Source ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/04/source-code/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Space Battleship Yamato: Star Trek เวอร์ชั่นยุ่น (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/01/space-battleship-yamato/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/01/space-battleship-yamato/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Jan 2011 15:48:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[action]]></category>
		<category><![CDATA[romance]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=683</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคสมัย 70-80 นั้นเรื่องราวการผจญภัยไปในอวกาศเป็นอะไรที่คนในสมัยดังกล่าวรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ ซึ่ง Space Battleship Yamato ก็เป็นหนึ่งใน Sci-Fi Anime ที่โด่งดังเอามากๆ จนต้องมีการสร้างภาคต่อกันหลายครั้งอยู่ และเมื่อมาถึงปัจจุบัน ชาติเจ้าของการ์ตูนเรื่องนี้ก็หยิบมันกลับมาชุบชีวิตให้บรรดาแฟนๆ รุ่นก่อนได้สนุกตื่นเต้นกันแบบ &#8220;มีชีวิต&#8221; และให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและเข้าใจว่าทำไมเรื่องราวแบบนี้ถึงฮิตระเบิดระเบ้อในสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มยังสาวกัน เรื่องราวของ Space Battleship Yamato ฉบับ Live-Action นี้เดินเรื่องตามฉบับ TV ที่เคยโด่งดังว่าด้วยโลกที่กำลังจะล่มสลายจากการถูกโจมตีโดยสิ่งมีชีวิตอวกาศที่ชื่อว่ากาลิมัส หนทางรอดสุดท้ายของมนุษยชาติเดิมพันไว้กับการเดินทางครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวของ &#8220;ยามาโต้&#8221; เพื่อไปยังดวงดาวอิสคันดราที่ไกลออกไปเพื่อนำเทคโนโลยีที่จะฟื้นฟูโลกกลับมาให้ได้ เหล่าหัวกระทิรวมทั้งพระเอกและตัวละครหลักอื่นๆ จึงถูกคัดเลือกและออกเดินทางไปในภารกิจที่แทบจะเรียกว่า &#8220;ปฏิบัติการสละชีพ&#8221; ก็ว่าได้ ในส่วนที่เหลือของหนังที่ผู้เขียนไม่ขอเล่านั้นก็จะเดินเรื่องคล้ายกับการ์ตูนที่เคยฉายไป (ถ้าใครจำได้ก็พอจะจับเรื่องได้ง่ายๆ) โดยมีการดัดแปลงให้กระชับพอที่จะสามารถเอาเรื่องราวอันยาวและเยอะมาสรุปจบให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งผลลัพธ์ของมันคือเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างกระชับแต่อาจจะก้าวกระโดดจนถึงมองข้ามรายละเอียดบางอย่างไป เช่นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในเรือที่คงเหลือการโฟกัสแค่เพียงพระเอก-กัปตัน ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/01/space-battleship-yamato/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Monster: Sci Fi สัตว์ประหลาดที่แสนจะฉลาดล้ำ (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2010/12/monster/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2010/12/monster/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Dec 2010 16:29:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=644</guid>
		<description><![CDATA[นี่อาจจะเป็นหนัง Sci Fi ว่าด้วยสัตว์ประหลาดแต่แล้วก็สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูชนิดคาดไม่ถึง และมันอาจจะเป็นหนัง Sci-Fi ชั้นดีที่ไม่ต้องพึ่งพาอะไรเวอร์ ๆ แต่อาศัยการเล่าเรื่องฉลาด ๆ จนทำให้ Monster อาจจะไปไกลกว่าหนังดัง ๆ (ที่มีสัตว์ประหลาด) อย่าง Cloverfield หรือ District 9 หนังว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มนักข่าวที่ต้องพาลูกสาวเจ้าของหนังสือที่เขาเป็นตากล้องออกจากแม๊กซิโก ประเทศที่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งกลายเป็น &#8220;พื้นที่ติดเชื้อ&#8221; ที่กลายเป็นแหล่งอาศัยเหล่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ Nasa ทำพลาดจนบานปลายมาถึงทุกวันนี้ เหตุการณ์กึ่ง ๆ Road Movie ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่การตะลอนขึ้นรถไฟ ลงเดินเท้า แวะพักตามทาง จนถึงการลัดเลาะเข้าไปในป่าเพื่อหาทางเข้าสู่ประเทศอเมริกาซึ่งเป็นเหมือนจุดหมายปลายทาง เอาเข้าจริง สัตว์ประหลาด (ที่ดูเหมือนปลาหมึกยักษ์) แทบจะไม่โผล่อะไรมาให้เราเห็นหรือรู้สึกตะหนกตกใจกลัวกันบ่อย ๆ นัก ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2010/12/monster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Inception: ลึกลับ ซับซ้อน แต่เจ๋งสุด ๆ</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2010/07/inception/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2010/07/inception/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 02:09:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bite]]></category>
		<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[sci-fi]]></category>
		<category><![CDATA[thriller]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=347</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Christopher Nolan คือผู้กำกับของ The Dark Knight ที่ฮิตถล่มทลาย และอีกหลายต่อหลายคนไม่รู้ว่า Christopher Nolan นั้นไม่ได้ดังจากหนัง Super Hero อย่าง Batman Begin แต่เขาดังตั้งแต่สมัยหนังอินดี้สุดแหวกและโดนใจคอหนังอย่าง Memento ซึ่งสำหรับบรรดาคอหนังจะทราบอันดีถึงเอกลักษณ์หนังทีี่เป็น Original ของ Nolan ว่าจะเต็มไปด้วยความลึกลับ ซับซ้อน แต่แฝงไว้ด้วยความคิดที่เฉียบคมและน่าทึ่งอยู่เสมอ ๆ แน่นอนว่าหลังจากโปรเจคหนังหลัง ๆ ของเขาทุกเรื่องทำรายได้ถล่มทลายและกลายเป็นผู้กำกับชื่อดัง เขาก็ได้สิทธิ์ในการบรรเลงจินตนาการของเขาอีกครั้ง ซึ่ง Inception คือหนังที่เขาเล่าว่าเป็นหนังก้นกรุ (แบบเดียวกับที่คาเมรอนบอกว่าเป็นหนังในลิ้นชักของเขานั่นแหละ) และวันนี้เขามีโอกาสทำให้มันเป็นจริง ซึ่งมันก็เจ๋งสมกับที่เขาบ่มเพราะมันไว้จนสุกหง่อมแล้วจริง ๆ !! Inception ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2010/07/inception/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

