All posts tagged romance

My-Week-With-Marilyn

My Week with Marilyn: เป็นคนดังมันไม่ง่ายนักหรอกนะ (B+)

ชื่อของ Marilyn Monroe ย่อมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีเหมือนที่ Laurence Olivier กล่าวเมื่อเธออยู่หน้านักข่าวในอังกฤษว่า “ผมขอแนะนำผู้หญิงที่ซึ่งอาจจะไม่ต้องการการแนะนำเลยก็ได้” Marilyn Monroe กลายเป็นดาราดังแบบขีดสุดก่อนจะกลายเป็น Sex Symbol สำหรับวงการบันเทิงโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มและรอยยิ้มที่ตรึงใจคนมานักต่อนัก คงมีน้อยคนที่ได้รู้ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น อาจจะไม่ได้สดใสและสวยงามเช่นเดียวกับที่ได้เห็นเธอผ่านแผ่นฟิลม์แต่อย่างใด My Week with Marilyn สร้างจากเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ The Prince, The Showgirl and Me และ My Week with Marilyn ของ Colin Clark ซึ่งเป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกองถ่ายหนัง The Prince and …

Continue Reading...
OneDay

One Day: วันเดียว…แค่มีเธอ​ (B-)

การมีความรักกับใครสักคน คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าคนๆ นั้นคือคนที่ใช่และคนที่ควรค่ากับตัวเราหรือไม่ หนึ่งในสิ่งที่หลายคนมักพูดกันคือการให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ นั่นก็คงเหมือนกับที่เด๊กซ์เตอร์และเอ็มม่าเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดหลายสิบปีของการเป็น​ "เพื่อนสนิท" ที่ "คิดไม่ซื่อ" กันมาโดยตลอด พวกเขาพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 15 กรกฏาคม ในคืนจบการศึกษาของทั้งสองคน นั่นเป็นวันแรกที่เด๊กซ์เตอร์ได้รู้จักเอ็มม่าหลังจากที่เธอแอบมองเขามาโดยตลอด ทุกอย่างนำไปสู่การเป็นเพื่อนสนิทที่ให้มิตรภาพด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี จากนั้นหนังก็จะพาเราไปดูเหตุการณ์ในทุกๆ ปีของวันที่ 15 กรกฏาคม ที่เราจะได้พบการเปล่ียนแปลงไปเรื่อยๆ ของตัวละครสองคน ทั้งในวันที่สนิท วันที่เหินห่าง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นการเติบโตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด เด๊กซ์เตอร์กลายเป็นคนในวงการทีวีที่มีชีวิตเหลวแหลกจนถึงจุดตกต่ำ ในขณะที่เอ็มม่าก็มีชีวิตที่ในลอนดอนเพื่อตามหาความฝันของเธอที่ยังดูห่างไกล โดยท้ายที่สุด สิ่งที่ทั้งสองรู้สึกต้องการอยู่ตลอดแม้ว่าแต่ละคนจะมีคู่ของตัวเอง นั่นคือทั้งสองคนยังต้องการกันและกันเสมอ ส่วนที่เราจะซึ้งและรู้สึกดีกับหนังคงไม่พ้นการค้นพบความรักและความห่วงใยที่ผลิบานและลอยอยู่รอบๆ ตัวทั้งสองคนในทุกช่วงปีของ

love-and-other-drugs-movie-poster

Love and other drugs: รัก โรแมนติก เซ็กซ์ โป๊ แล้วไง? (C+)

เรื่องราวของความรักโดยบังเอิญของหนุ่มที่ด้านชาและไม่เชื่อในความรักกับหญิงสาวที่ป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาดูจะเป็นพล็อตน่าสนใจสำหรับ Love and other drugs ที่ได้ดาราดังอย่าง Jake Gyllenhal และ Anne Hatharway มาเล่นกันให้หวานทะลักจอ แต่ไปๆ มาๆ Love and other drugs ดันกลายเป็นหนังที่พาผู้ชมไปไม่ถึงฝั่งฝันที่จะโรแมนติกสุดประทับใจได้เพราะการเล่าเรื่องและบทที่ล้มเหลว พ่วงด้วยข้อมูลที่ไม่จำเป็น และฉากโป๊เปลือยของดารานำที่เปลืองตัวโดยไม่มีประโยชน์อันใด เรื่องราวของหนังย้อนกลับไปในปี 1996 ในช่วงของประวัติศาสตร์วงการยาโลกต้องสั่นสะเทือนกับการเปิดตัวของยาไวอากร้า โดยในตอนนั้น Jamie  (Jake Gyllenhal) เซลขายยาที่ไม่ประสบความสำเร็จในการขายแต่รุ่งเปรี้ยงปร้างกับการคั่วสาวได้บังเอิญพบกับ Maggie

The-Suckseed-1195-Low

Suck Seed: ห่วยขั้นเทพ…จริงๆ (D+)

เขาว่าการเล่นดนตรีให้ประสบความสำเร็จนั้น ส่วนหนึ่งคือการหาแนวทางที่ชัดเจน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และสไตล์ไหน มากกว่าจะพยายามเอาใจผู้ชมจนสุดท้ายลืมตัวตนของศิลปินไป ซึ่งนั่นทำให้เพลงที่เล่นออกมาก็ไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่าเพลงอื่นๆ Suck Seed: ห่วยขั้่นเทพ หนังเรื่องล่าสุดจาก GTH ฝีมือการกำกับของชยนพ บุญประกอบ ก็อาจจะเข้าทำนองเดียวกับความคิดข้างต้น เพียงแต่เป็นในทางที่กลับกัน เพราะหนังพยายามจะเป็นทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ดีสักอย่าง และจบด้วยความผักชีโรยหน้าที่ใช้วัยรุ่นหน้าใสและมุกตลกเฝื่อนๆ ยัดมาเป็นข้ออ้างเพื่อหนังครบเวลา เรื่องราวของ Suck Seed ห่วยขั้นเทพ นั้นเริ่มจากวัยเด็กของเป็ดและคุ้ง สองเพื่อนรักตั้งแต่ชัั้นประถม กับเพื่อนต่างเพศที่น่ารักอย่างเอิญ โดยเป็ดนั้นมีใจที่แอบมอบให้กับเอิญแต่ไม่ได้ความกล้าที่จะบอกออกไป จนเวลาพาให้เอิญจากไปต่างเมืองก่อนจะพากลับมาพบกันอีกทีเมื่อถึงมัธยมปลาย ซึ่งแน่นอนว่าความน่ารักที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยจนสองหนุ่มของเราหลงรัก จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมดเริ่มเมื่อคุ้งตั้งมั่นจะเป็นนักดนตรีเพื่อจะพิชิตใจสาวอย่างเอิญให้ได้ จนได้เพื่อนร่วมวงอย่างเอ๊กซ์มาตีกลอง

Norwegian_Wood(050910224939)Norwegian_wood_5

Norwegian Wood: รักล่มสลาย (B)

งานของฮารูกิ มูราคามิ เป็นหนึ่งในงานนวนิยายที่ได้รับการยอมรับในวงวรรณกรรมระดับโลกในเรื่องความสามารถที่จะถ่ายทอดแก่นความรู้สึกและจิตวิญญาณของมนุษย์ผ่านเรื่องราวและตัวละครต่างๆ ซึ่ง Norwegian Wood ก็เป็นหนึ่งในนิยายเรื่องดังที่ขึ้นชื่อที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา และเมื่อ Anh Hung Tan หยิบงานนวนิยายเล่มนี้ขึ้นมาถ่ายทอดความล่มสลายด้านจิตวิญญาณของความรักที่อยู่ในตัวละครแต่ละตัว เขาเลือกจะใช้ภาษาหนังถ่ายทอดความรู้สึกให้มากไปยิ่งกว่าภาษาวรรณกรรมที่ตีพิมพ์อยู่ ซึ่งผลที่ได้รับนั้นคือ Norwegian Wood ฉบับที่สวยงามด้วยโปรดักชั่นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศ ความรู้สึก และจิตวิญญาณ แต่ก็พ่วงด้วยช่องโหว่ด้านการเล่าเรื่องและรายละเอียดในตัวละคร เรื่องราวในฉบับหนังของ Norwegian Wood นั้นเดินเรื่องโดยโฟกัสไปที่ชีวิตในช่วงหนึ่งปีของวาตานะเบะ (Kenichi Matsuyama) ที่มีความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนในความรัก ตั้งแต่รักแท้ที่ผูกพันแต่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้กับนาโอโกะ (Rinko Kikuchi)

6a00d8341c630a53ef0133f4efc7e9970b-500wi

Blue Valentine: รักจริงๆ (B)

ในบรรดาหนังรักโรแมนติกต่างๆ เรามักจะเจอสถานการณ์ประเภทอุปสรรคขวากหนามที่ให้บรรดาตัวละครใช้ความรักที่แสนบริสุทธิ์เอาชนะมันไปได้เสียทุกครั้ง ไม่ก็ภาวะรักขมขื่นจนเกินห้ามใจ จนไม่แปลกที่เราๆ มักจะเชื่อกันว่าความรักคือสิ่งวิเศษและอาจจะเป็นทุกอย่างของการมีชีวิตคู่

แต่ในความเป็นจริงนอกแผ่นฟิลม์เราอาจจะไม่ได้เจออะไรอย่างนั้น และ Blue Valentine ก็เลือกที่จะไม่สรรเสริญหรือยกย่องความรัก แต่หยิบมาพูดในมุมของความจริงแบบตรงไปตรงมาโดยไม่ประณีประนอมกับคนดูแม้ว่ามันจะโหดร้ายเพียงใดก็ตาม

เรื่องราวของ Blue Valentine เป็นเรื่องราว 2 ช่วงเวลา ระหว่าง “ก่อนจะเริ่มรัก” และ “ก่อนจะจบรัก” ของ Dean (Ryan Gosling) และ Cindy (Michelle Williams) ที่ตัดสลับกันให้เห็นเส้นทางชีวิตรักของคนทั้งสองในรายละเอียดของแต่ละโมเมนต์ที่สำคัญในแต่ละช่วงเวลา

brokenheartposterhires[1]

Broken Heart Festival

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักเมื่อใด ความเศร้าความเหงาก็เข้ามาเยือนเคียงคู่กันอยู่ร่ำไป  ไม่ใช่เฉพาะแต่คนโสดไร้รัก ไร้คู่เท่านั้น คนที่มีใครข้างกายก็อาจจะเศร้าเหงาลึกไปด้วยเช่นกัน เพราะคำว่า ‘รัก’ มักมาเล่นกลกับเราเสมอ  ด้วยเหตุแห่งความเหงาเศร้าระทมใจนี้เองทำให้พวกเรา New Theatre Society และ หันหาการละครคิดทำละคร‘อกหัก’ ขึ้นมา  เพื่อตอกย้ำความระทมรักให้แผ่ซ่านไปทั่วๆ ให้ผู้ชมได้เห็นถึงหลากหลายมุมมองของความทุกข์จากความรัก ความเศร้าจากความเหงา ไม่แน่ว่าในมุมเศร้าๆของพวกเราอาจจะมีคำตอบอะไรบางอย่าง หรือความสว่างในความทุกข์ทรมานอยู่ก็เป็นไปได้ มาร่วมค้นหาความระทมด้วยกันในเดือนแห่งความรักนี้

New Theatre Society

_poster_battleship_yamato_jp

Space Battleship Yamato: Star Trek เวอร์ชั่นยุ่น (B)

ในยุคสมัย 70-80 นั้นเรื่องราวการผจญภัยไปในอวกาศเป็นอะไรที่คนในสมัยดังกล่าวรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ ซึ่ง Space Battleship Yamato ก็เป็นหนึ่งใน Sci-Fi Anime ที่โด่งดังเอามากๆ จนต้องมีการสร้างภาคต่อกันหลายครั้งอยู่ และเมื่อมาถึงปัจจุบัน ชาติเจ้าของการ์ตูนเรื่องนี้ก็หยิบมันกลับมาชุบชีวิตให้บรรดาแฟนๆ รุ่นก่อนได้สนุกตื่นเต้นกันแบบ "มีชีวิต" และให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและเข้าใจว่าทำไมเรื่องราวแบบนี้ถึงฮิตระเบิดระเบ้อในสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มยังสาวกัน เรื่องราวของ Space Battleship Yamato ฉบับ Live-Action นี้เดินเรื่องตามฉบับ TV ที่เคยโด่งดังว่าด้วยโลกที่กำลังจะล่มสลายจากการถูกโจมตีโดยสิ่งมีชีวิตอวกาศที่ชื่อว่ากาลิมัส หนทางรอดสุดท้ายของมนุษยชาติเดิมพันไว้กับการเดินทางครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวของ "ยามาโต้" เพื่อไปยังดวงดาวอิสคันดราที่ไกลออกไปเพื่อนำเทคโนโลยีที่จะฟื้นฟูโลกกลับมาให้ได้

25531226-012913.jpg

Hanamizuki – ดอกรักที่ผลิบานอย่างช้า ๆ (B)

Hanamizuki เป็นหนังรักสุดฮิตของญี่ปุ่นประจำปี 2553 เลยก็ว่าได้เพราะชื่อชั้นของผู้กำกับอย่างโนบุฮิโระ โดอิ ที่เคยสร้างงานดัง ๆ อย่าง Be With You และ Nada Sou Sou นั้นก็เป็นเครื่องการันตีว่างานนี้เรียกน้ำตากันแน่ ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ดีเท่าสองเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องราวของ Hanamizuki เริ่มเมื่อ ซาเอะ เด็กสาวมัธยมในฮอกไกโดได้พบกับโคเฮเด็กหนุ่มนักเรียนการประมงโดยบังเอิญจนทั้งคู่เริ่ใสานสัมพันธ์เป็นคู่รักกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางชีวิตของแต่ละคนก็เริ่มห่าวออกจากกันทซาเอะได้ไปเรียนต่อในโตเกียวขณะที่โคเฮเป็นชาวประมงอยู่ที่บ้านเกิด ความห่างทั้งระยะทางและวิถีชีวิตค่อย ๆ ลากพวกเขาออกจากกันจนในท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็จบลงโดยแม้ว่าแท้ที่จริงแล้วเมล็ดพันธุ์ของความรักที่มีให้แก่กันและกันนั้นยังคงงออกเงยต่อไปรอวันที่จะผลิดอกออกมาก็ตาม การเล่าเรื่องของ

NINE ~ ของออกเยอะ แต่ออกมาเฉื่อยซะงั้น

ไม่แน่ใจว่าเพราะ Rob Marshall ทำ Chicago ไว้ดีมากเกินไปหรือไม่ เลยทำให้งาน Musical ชิ้นต่อมาของเขากลายเป็นที่คาดหวังค่อนข้างสูง และเมื่อเขาประกาศสร้าง NINE ซึ่งดัดแปลงจากละครบรอดเวย์เช่นเดิม กระแสน่าสนใจก็ยิ่งทวีคูณ แถมที่หนักสุด ๆ ก็เมื่อการประกาศว่าบรรดานักแสดงที่มาร่วมในหนังเรื่องนี้เข้าขั้นระดับ "เทพ" กันทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น Daniel Day Lewis,

I Give My First Love To You

จากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นสุดฮิตชื่อเดียวกัน I Give My First Love To You (僕の初恋をキミに捧ぐ) เป็นหนังรักซึ้ง ๆ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของเด็กวัยรุ่น ที่มักเต็มไปดวามสุข เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม จนถึงความเศร้า และคราบน้ำตา และแม้หนังอาจจะไม่ได้ดีสุดขั้วอะไรก็ตาม แต่มันก็ดีพอจะทำให้ผู้ชมรู้สึกอิ่มและถูกใจกับความรักครั้งใหม่จากหนังเรื่องนี้ พล็อตเรื่องของ I Give My First Love To You เป็นพล็อตเรื่องที่ไม่ค่อยมีอะไรสลับซับซ้อนมากนัก และอาจจะเป็นพล็อตที่เหมือนจะเก๋

October Sonata: รอคอยอย่างละเมียดละไม

การรอคอยกับความรัก เป็นหนึ่งในเรื่องราวโรแมนติกดี ๆ ที่สร้างกลายเป็นหนังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังอิ่มเอิบใจ หนังเศร้าเรียกน้ำตา หรือโรแมนติกหวานซึ้ง และสิ่งสำคัญที่หนังสามารถดึงพลังออกมาได้อย่างดีเยี่ยมคือความจริงใจกับเรื่องที่กำลังจะเล่า ซึ่ง October Sonata: รักที่รอคอย มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม October Sonata เป็นเรื่องราวที่ร้อยเรียงความสัมพันธ์ของคนสามคนกับความรักที่ต่างคนต้อง "รอ" อีกคน โดยเริ่มจากการพบกันของแสงจันทร์ (ก้อย รัชวิน) กับ รวี (โป๊ป ธนวรรธน์) ที่เจอกันในคืนงานศพของมิตรชัย บัญชา และเกิดจุดเริ่มต้นของความรู้สึกปราถนาต่ออีกฝ่าย แต่ก็ต้องจากกันไปเมื่อรวีต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ โดยสัญญากันว่าในวันที่

Water Time: เพราะเวลากับความรักอาจจะไม่ไปด้วยกัน

ผมมักสังเกตว่าเนื้อหาของละครหรือหนังที่จะเป็นที่ชื่นชอบและเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ง่ายนั้นมักไม่พ้นเรื่องราวของความรัก ซึ่งเรามีข้อพิสูจน์จากละครดัง ๆ ในทีวีที่นับวันจะยิ่งสร้างความหวังให้กับคนดูแบบลม ๆ แล้ง ๆ รวมไปถึงสิ่งที่เราเรียกว่า “น้ำเน่า” ที่พร้อมจะเอ่อล้นจากจอทีวี ในทางกลับกัน น่าแปลกที่ผมมักเห็นบทละครดี ๆ ที่พูดถึงความรักอย่าง “ตรงไปตรงมา” และ “ละเอียดละอ่อน” ในละครเวทีเล็ก ๆ หรือในภาพยนต์คุณภาพที่มีผู้ชมเพียงน้อยนิดและแทบจะเป็นเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับสื่อยักษ์ใหญ่ที่กวาดต้อนคนดูอยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง Water

พบรัก (2549)

ผู้เขียนมักมีประสบการณ์ที่คนรอบข้างมักบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่บ่อย ๆ ว่าอยากหาแฟน หาจากไหนดี ผู้หญิง / ผู้ชายดี ๆ ในโลกมันหมดไปแล้วหรือ ไม่ก็ทำนองว่าผู้ชายดี ๆ มันมีแต่ในนิยาย (ตามเพลงของคุณโจอี้ บอย) แต่สุดท้ายคนที่บ่นก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าไปบ่นไปกินข้าวไป ก่อนจะกลับมาบ่นต่อไปในสัปดาห์ต่อมาจนเหมือนเป็นเรื่องปรกติบนโต๊ะอาหารหรือเรื่องเฮฮาระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ประมาณว่าฟังมาเป็นเดือนเป็นปี ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!!! หลังจากได้ชม พบรัก ผลงานละครล่าสุดจากคณะละคร 8x8 และเป็นหนึ่งในละครเวทีเปิดตัวเทศกาลละครกรุงเทพประจำปี 2549 แล้ว ผู้เขียนก็อยากจะลากหัวไอ้เพื่อนตัวดีมานั่งดูไปพร้อม ๆ กัน โดยหวังจะให้เจ้าตัวรู้สึกนึกคิดขึ้นมาบ้างว่า การพบรักกับคนที่เราจะเดินไปด้วยกันในอนาคตนั้น

Hanamizuki – ดอกรักที่ผลิบานอย่างช้า ๆ (B)

Hanamizuki เป็นหนังรักสุดฮิตของญี่ปุ่นประจำปี 2553 เลยก็ว่าได้เพราะชื่อชั้นของผู้กำกับอย่างโนบุฮิโระ โดอิ ที่เคยสร้างงานดัง ๆ อย่าง Be With You และ Nada Sou Sou นั้นก็เป็นเครื่องการันตีว่างานนี้เรียกน้ำตากันแน่ ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ดีเท่าสองเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องราวของ Hanamizuki เริ่มเมื่อ ซาเอะ เด็กสาวมัธยมในฮอกไกโดได้พบกับโคเฮเด็กหนุ่มนักเรียนการประมงโดยบังเอิญจนทั้งคู่เริ่ใสานสัมพันธ์เป็นคู่รักกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางชีวิตของแต่ละคนก็เริ่มห่าวออกจากกันทซาเอะได้ไปเรียนต่อในโตเกียวขณะที่โคเฮเป็นชาวประมงอยู่ที่บ้านเกิด ความห่างทั้งระยะทางและวิถีชีวิตค่อย ๆ ลากพวกเขาออกจากกันจนในท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็จบลงโดยแม้ว่าแท้ที่จริงแล้วเมล็ดพันธุ์ของความรักที่มีให้แก่กันและกันนั้นยังคงงออกเงยต่อไปรอวันที่จะผลิดอกออกมาก็ตาม การเล่าเรื่องของ

Powered by Free Wordpress Themes