All posts tagged japan
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฉบับสร้างชาติ
เป็นที่รู้กันดีของผู้ที่เรียนมนุษยศาสตร์และประวัติศาสตร์ว่าการเข้าใจและรู้จักมนุษย์ชนชาติใดนั้น สิ่งที่จำเป็นคือการศึกษาประวัติที่มา รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันกลายเป็นชนชาตินั้นๆ ได้ เช่นเดียวกับที่เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา จนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์เพื่อที่จะเข้าใจความคิดและลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ญี่ปุ่นเองเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจซึ่งมีที่มั่นอยู่ในเอเซีย เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นทั้งเรื่องวัฒนธรรมและความสามารถในการพัฒนาประเทศ นอกเหนือจากความเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จนสามารถทัดเทียมกับชาติตะวันตกได้แล้ว เมื่อเกิดเหตุภัยภิบัติอย่างคราวแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา ชาติญี่ปุ่นก็สร้างให้คนทั้งโลกได้ตกตะลึงกับคุณภาพของประชากรและจิตวิญญาณที่หล่อหลอมคนในประเทศในก้าวผ่านวิกฤตไปได้ชนิดที่คงไม่มีชาติใดในโลกสามารถทำอย่างพวกเขาได้ เสน่ห์อันเย้ายวนและชวนให้ค้นหาของญี่ปุ่นนี่เอง ที่ทำให้หลายๆ คนอยากศึกษาว่าเหตุใดประเทศที่เคยแพ้สงครามจนสิ้นเนื้อประดาตัว กลับสามารถลุกขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้ในปัจจุบันโดยที่ยังมีความเป็นตัวตนที่เอ่อล้นด้วยจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใคร นั่นทำให้เราอยากมองประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ยาวนานว่าพวกเขาผ่านประสบการณ์ใดมาถึงทำให้มีความแข็งแกร่งทั้งกายและใจมากเพียงนี้ วิริยะ โชคมุกดา ได้เขียน “ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฉบับสร้างชาติ” อยู่บนความตั้งใจในการลงไปดูที่มาของชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นกำเนิดสมัยยังเป็นชนเผ่า ผ่านกาลเวลาและเหตุการณ์สำคัญๆ โดยเฉพาะยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเรื่มมีการสร้างอำนาจการปกครองอันเป็นเอกลักษณ์เช่นยุคโชกุน ไดเมียว หรือการทำสงครามแย่งชิงอำนาจอันลือลั่นตลอดจนยุคปฏิรูปเมจิอันนำชาติไปสู่ญี่ปุ่นยุคใหม่ เหล่านี้ล้วนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หนังสือเล่มนี้หยิบยกขึ้นมาเล่าภาพรวมให้ผู้อ่านได้เข้าใจสาระสำคัญแต่ละช่วงเวลาที่ควรจะรู้หากเราต้องการจะเข้าใจ “ญี่ปุ่น” หนังสือแบ่งเป็นทั้งหมด 13 บทตามลำดับเวลาของการก่อกำเหนิดประเทศญี่ปุ่น จุดที่ดีของหนังสือคือการแบ่งช่วงบทให้เข้ากับช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ผู้อ่านควรจะรับรู้ เช่นบทของศตวรรษที่ 13-15 …
BUDDHA: พุทธศาสนาฉบับดุเดือด (B-)
ประวัติของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นศาสดาเอกของโลกนั้น เป็นที่เลื่อมใสและนับถือโดยพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจนมีการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างมากมาย แต่ถ้าคุณกำลังคิดจะดู BUDDHA ซึ่งสร้างจากการ์ตูนลายเส้นของ Tezuka Oazmu อันเป็นปรมาจารย์ด้านการ์ตูนของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ จงลืมหนังสือพุทธประวัติที่คุณเคยเรียนมาสมัยมัธยมเสีย โยนซีดีการ์ตูนสอนธรรมะที่คุ้นเคยอันเต็มไปด้วยความงดงามต่างๆ ไปซะ เพราะนี่จะเป็นเรื่องราวพุทธประวัติในแบบที่คุณจะคาดไม่ถึงหรือไม่คิดว่ามันจะเป็นพุทธประวัติเลยก็ว่าได้ เรื่องราวของ BUDDHA ฉบับภาพยนตร์ Animation สร้างโดย Toei Animation นั้นจับเรื่องเริ่มตั้งแต่ก่อนการประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะโดยเผยให้เห็นภาพของสังคมอินเดียที่มีการทำศึกสงครามระหว่างแคว้นโกศลและแคว้นศากยะที่ทำให้ผู้คนล้มตายมากมาย ตัวละครที่ต้องประสบชะตากรรมอันโหดร้ายคือ "ฉะประ" เด็กชายในวรรณะศูทรที่ต่อสู้โดยหวังจะพาแม่ตัวเองหลุดพ้นจากการเป็นทาสให้ได้ จนกระทั่งฉะประได้มีโอกาสช่วยแม่ทัพของแคว้นโกศลและกลายเป็นลูกเลี้ยงแบบลับๆ ในขณะเดียวกันเจ้าชายสิทธัตถะก็ได้เติบโตในราชวงศ์ที่ปลูกฝังให้กลายเป็นกษัติรย์นักรบ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาไม่มีความสุขแถมทุกข์เมื่อต้องเห็นชีวิตมากมายต้องล้มตายไปด้วยไฟสงครามและความเลื่อมล้ำของวรรณะ เส้นทางของสองตัวละครต่างเดินคู่ขนานของการเติบโตจนทั้งคู่ได้มาบรรจบกันในสนามรบและนำไปสู่บทสรุปของชะตากรรมอันเป็นบ่อเกิดของพุทธศาสนา "นี่มันอะไรกัน" อาจจะเป็นคำอุทานที่หลายคนคิดพร้อมๆ กับอ้าปากค้างเมื่อดู
Zenkai Girl – รักที่ตัวตนและคุณค่า (B)
อายูคาว่า วาคาเบะเป็นหญิงสาวที่โตมาด้วยความยากลำบากเนื่องจากครอบครัวโดนหลอก เธอต้องใช้ชีวิตวัยเด็กด้วยความยากจนขีดสุด แต่ก็ฟันฝ่าจนกลายเป็นทนายความสาวสวยที่มีฝันที่จะไฮโซและร่ำรวยเหนือใครๆ แต่แล้วบริษัทที่เธอไปสมัครงานนั้นกลับต้องปิดตัวลง เธอจึงต้องระเห็จสมัครงานใหม่ที่สำนักงานกฏหมายแห่งหนึ่งโดยนอกจากเธอจะต้องดูแลคดีต่างๆ แล้ว งานหลักที่เธอต้องทำคือการเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกสาวของประธานบริษัท ซึ่งนั่นทำให้เธอได้พบกับเหล่าผู้ปกครองเด็กอนุบาลคนอื่นๆ รวมทั้ง ยามาดะ โชตะ พ่อของเด็กชายคนหนึ่งที่มีความซื่อแต่จริงใจ และการพบกันนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มใกล้ชิดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน วาคาเบะเองก็ยังหมายจะประสบความสำเร็จร่ำรวยจนถูกรองประธานหนุ่มอนาคตไกลขอเดท เช่นเดียวกับเพื่อนวาคาเบะที่หลงรักโชตะอย่างหัวปักหัวปำ เรื่องยุ่งๆ ของเหล่าตัวละครจากสองโลกที่มาบรรจบกันก็เกิดขึ้นและให้คนดูอย่างเราๆ ลุ้นกันเองว่าสุดท้ายหวยจะไปออกยังไง พล็อตง่ายๆ ของ Zenkai Girl ก็ออกจะดูเป็นเรื่องรักสนุกสนานของคนต่างชนชั้นที่ดันมาเจอกันโดยบังเอิญ หญิงสาวที่เคยจนแต่ตอนนี้อยู่ในฐานะที่สามารถเลืิอกความสำเร็จและความร่ำรวยได้ กับชายหนุ่มที่ไม่มีอะไรมากนอกจากความดีงามของจิตใจ เงื่อนไขตัวละครแบบนี้ก็เหมือนจะเป็นการบอกกลายๆ ถึงความคิดที่แฝงอยู่ในละครว่าด้วยการค้นหาคุณค่าที่แฝงอยู่ในสังคมซึ่งมากกว่าเปลือกภายนอก
Kyushu “Rainbow” Shinkansen: ชินคันเซ็นแห่งความหวัง
โฆษณาตัวนี้เป็นโฆษณาตัวที่เตรียมฉายในวันที่ 12 มีนาคม 2011 เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดบริการรถไฟชินคันเซ็นสายคิวชู แต่ในวันที่ 11 มีนาคมได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนเป็นที่มาของเหตุการณ์เศร้าสลดอย่างที่เรารู้กัน โฆษณาตัวนี้จึงถูกถอดออกจากแผนทันที แต่หลังจากนั้น 1 เดือน โฆษณาตัวนี้ก็ถูกนำมาออกอากาศด้วยความยาวสามนาทีเต็มและเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์อย่างมาก แน่นอนว่าคลิปวีดีโอโฆษณาบน YouTube ถูกส่งต่อและพูดถึงอย่างรวดเร็ว และว่ากันว่าโฆษณานี้คือหนึ่งในโฆษณาที่ปลุก "ชีวิต" ของชาวญี่ปุ่นกลับมา [youtube]http://www.youtube.com/watch?v=leG1I8GOW1Y[/youtube] การถ่ายทำโฆษณานี้คือการตั้งกล้องและจับภาพรอบข้างทางในวันที่รถไฟสายคิวชูที่มีสีสันเป็นสายรุ้งนี้ให้บริการเป็นครั้งแรก มีคนกว่า 15,000 คนร่วมสร้างสีสันให้กับการเดินทางครั้งแรกนี้แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ในขบวนรถก็ตาม ทุกคนร่วมยินดีและจัดการต้อนรับตลอดเส้นทางที่สามารถบันทึกไว้ได้กว่า 100 ชั่วโมงก่อนจะถูกตัดให้เหลือ 50 นาทีและ 180 วินาทีสำหรับการโฆษณา
SHAKARIKI: สิงห์นักปั่น (B-)
คงมีหนังไม่กี่เรื่องที่จะพูดถึงการปั่นจักรยาน และก็คงมีไม่กี่ประเทศที่จะทำหนังนั้นออกมาได้สนุก ลุ้น และกินใจได้เหมือนกับญี่ปุ่นตามแบบฉบับที่ถูกกลั่นกรองมาจากการ์ตูน (อีกแล้ว) SHAKARIKI สร้างจาการ์ตูนโดย Masahito Soda หรือในชื่อภาษาไทยว่า "สิงห์นักปั่น" เล่าเรื่องของโนโนมุระ เทรุนักเรียนม.ปลายผู้รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจและได้เข้าชมรมปั่นจักรยานของโรงเรียนที่กำลังจะถูกปิดเพราะไร้ผลงาน แต่แม้ว่าเทรุผู้มีกำลังขาแข็งแรงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถพาทีมที่อ่อนแอกลับมาชนะอินเตอร์ไฮได้และก็ต้องถูกปิดชมรมไปตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม ความทะเยอะทะยานและมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ยูตะ นักปั่นอัจฉริยะที่ถูกหมายตาเป็นคู่แข่งทำให้เทรุและเพื่อนฮึดกลับมาหวังแก้แค้นใหม่ในการแข่งขันระดับประชาชน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอีกฝั่งก็เป็นถึงแชมป์ที่ไร้พ่าย สิงห์นักปั่นเวอร์ชั่นคนแสดงนี้มีการตัดทอนและปรับเรื่องบางส่วนให้สรุปจบภายในราวๆ สองชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามมันก็มากับหนึ่งในสูตรสำเร็จของหนังญี่ปุ่นที่ครองใจคนอยู่บ่อยๆ นั่นคือตัวละครเอกที่มีความมุ่งมั่นแต่ยังขาดการฝึกฝน แน่นอนว่าแม้เทรุจะมีกำลังขาที่มหัศจรรย์แต่การเป็นมือใหม่กับการขี่จักรยานแบบแข่งขันนั้นทำให้เขากลายเป็นพวกอ่อนหัดไปในพริบตา แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาย่อท้อ ในขณะที่เพื่อนๆ ทุกคนใช้ชีวิตแบบซังกะตายและเหม่อลอยด้วยไม่รู้จะทำอะไรหลังจากถูกยุบชมรม เทรุซึ่งเป็นมือใหม่กลับปั่นจักรยานแล้วพูดว่า "ต่อให้ไม่มีชมรม เขาก็ยังซ้อมปั่นจักรยานได้" ซึ่งนั่นเป็นหมัดฮุคที่ทำให้ทุกคนกลับมารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองรักนั้นคืออะไรและพยายามก้าวข้ามความล้มเหลวเพื่อยืดอกออกมาพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น อีกประเด็นหนึ่งที่หนังสื่อออกมาคือต่อให้เก่งแค่ไหนเพียงไร
Loss Time Life: ชีวิตทดเวลาเจ็บ (B)
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณรู้ตัวว่าตายไปแล้ว แต่คุณได้ช่วง "ทดเวลาบาดเจ็บ" เพิ่มขึ้นมาอีกนิด คุณจะทำอะไรในทดเวลานั้น? Loss Time Life ซีรี่ย์ญี่ปุ่นว่าด้วยไอเดียการใช้ชีวิตในห้วงสุดท้ายมานำเสนอมุมมองของมนุษย์ การค้นหาความหมายของการมีชีวิต และคุณค่าที่แท้จริงในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ถูกเพิ่มขึ้นในนาทีสุดท้าย เหล่าตัวละครในแต่ละตอนจะต้องพบกับความตายแต่ถูกให้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักพักหนึ่งเพื่อให้พวกเขาได้ทำ "ภารกิจที่ยังค้างคา" ให้เสร็จสิ้นก่อนที่เวลาจะหมดลงจริงๆ คอนเซปต์ของ Loss Time Life มองว่าชีวิตมนุษย์เราก็เหมือนกับเกมฟุตบอล ที่ระหว่างเกมก็การบาดเจ็บ หรือช่วงเวลาที่ไม่ได้ "อยู่ในเกม" และผู้เล่นจะมีโอกาสได้ใช้หลังจากช่วงเวลา 90 นาทีหมดลง และแท้จริงแล้ว ช่วงเวลาที่น้อยเมื่อเทียบกับตลอดทั้งเกมชีวิตที่ผ่านไปนั้นกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากมายมหาศาลเสียเหลือเกิน ตัวละครนั้นนำไอเดียนี้มาทำให้ทั้งซึ้ง อิน และตลกขบขันไปพร้อมๆ
Unubore Deka: ความรักเพี้ยนๆ กับอาชาญกรรม (B-)
พล็อตง่ายๆ จากการ์ตูน (อีกแล้ว) ว่าด้วยตำรวจหนุ่มที่มักหลงรักกับหญิงสาวอย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อแต่จบท้ายที่ทุกคนมักเป็นอาชญากรไปเสียทุกที ก็กลายเป็นซีรี่ย์ละครตลกสืบสวนที่มีแนวทางฮาๆ เพี้ยนๆ แต่ก็แฝงด้วยความคิดคมกริบไว้อย่างไม่น่าเชื่อ ฉายา อุนุโบเระ (แปลว่าอวดดี หลงตัวเอง) เป็นชื่อที่ทุกคนเรียกขานตำรวจหนุ่มผู้เชื่อมั่นในความรักอันเปี่ยมล้นแม้จะพลาดหวังมานักต่อนัก ด้วยวิถีความรักอันสุดเพี้ยนของเขาทำให้เขามักตกหลุมรักกับผู้หญิงแบบผิดที่ผิดเวลาอย่างน่าประหลาด (ก็เล่นไปหลงรักตอนไปทำคดีเอาเสียทุกที) และที่สำคัญคือ "ผิดคน" จนกลายเป็นว่าทุกคนที่เขารู้สึกดีด้วยนั้นจะมาพร้อมกับประวัติอาชญกรรมไปซะอย่างนั้น สุดท้ายทุกๆ ครั้งเขาจึงต้องไขคดีอาชญกรรมและต้องจับกุมคนที่ตกหลุกรักอยู่ร่ำไป การดำเนินเรื่องของ Unubore Deka จึงเป็นการดำเนินเรื่องสืบสวนประเภทจบในตอน เปิดเรื่องด้วยคดีต่างๆ (มักเป็นฆาตกรรม) ตัวละครอุนุโบเระไปเจอกับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหญิงสาวสวยจนตกหลุมรัก ก่อนจะไขปริศนาออกด้วยสัญชาติญาณตำรวจ และหยิบยื่นทางเลือกให้กับคนร้ายในตอนจบว่า "จะแต่งงานกับผม หรือจะถูกจับกุม"
Panda Diary: ชีวิตของแพนด้าที่น่าหลับ (C)
ริวฮินและชูฮินเป็นแพนด้าฝาแฝดที่เกิดในญี่ปุ่นและเป็นที่รักของผู้คนมากมายที่มาเยี่ยมชมพวกมันในสวนสนุก แอดเวนเจอร์แลนด์ แต่เมื่อพวกมันอายุได้ 4 ปีก็ถึงเวลาที่พวกมันจะต้องเดินทางไปยังต้นกำเหนิดของมันที่เฉิงตู มณฑทลเสฉวน ในประเทศจีนเพื่อเพาะพันธ์และขยายพันธุ์แพนด้าต่อไป เรื่องราวของ Panda Diary (Pandafuru raifu) สารคดีจากประเทศญี่ปุ่นจึงเริ่มเรื่องและมีจุดประสงค์หลักในการตามรอยชีวิตของริวฮินและชูฮินที่จากญี่ปุ่นไปสู่สถานเพาะพันธุ์แพนด้าในจีน แต่ทีนี้การมานั่งจับตาชีวิตของแพนด้าฝาแฝดที่วันๆ มีแต่การกิน เล่น แล้วก็นอน นั้นคงยากจะที่จะขยายจนกลายเป็นหนังสารคดีที่มีเนื้อพอจะเป็นหนังสารคดีความยาว 2 ชั่วโมงได้ ทีมผู้สร้าง Panda Diary จึงเดินเรื่องคู่ขนานเกี่ยวกับชีวิตของแพนด้าตัวอื่นๆ ในสถานเพาะพันธุ์ตั้งแต่แม่แพนด้า ลูกแพนด้าเกิดใหม่ หรือเหล่าก๊วนแพนด้ารุ่นใหญ่ พร้อมๆ กับการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับแพนด้า
BECK: กล้าฝันที่จะดัง (B)
ชื่อ BECK นั้นอาจจะเป็นชื่อที่คุ้นหูสำหรับนักดนตรีหรือคนที่ชื่นชอบเพลงสากลอยู่ไม่น้อยเนื่องจากเป็นชื่อของศิลปินมีชื่อ แต่ถ้าไปถามคอการ์ตูนแล้วล่ะ BECK คือหนึ่งในการ์ตูนดนตรีที่ดังที่สุดเรื่องหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนย่อมรอคอยว่าเมื่อไรมันจะได้โลดแล่นบนแผ่นฟิลม์เสียทีหลังจากที่ถูกทำเป็น Animation นำร่องไปก่อนหน้านี้แล้ว และถึงตอนนี้ แฟนๆ ของ BECK ก็ได้ลุกขึ้นเฮกับวงดนตรีวัยรุ่นที่ดังที่สุดวงหนึ่ง(ในโลกการ์ตูน) พร้อมกับความประทับใจที่พกมาเต็มเปี่ยมตามแบบการ์ตูนต้นฉบับของมัน โคยูกิ เด็กนักเรียนม.ต้นที่ไร้ซึ่งความกล้าและความมั่นใจใดๆ จนใช้ชีวิตไปวันๆ ที่โรงเรียนซึ่งโดนกลั่นแกล้งอยู่ทุกวี่ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ความกล้าแบบผิดที่ผิดเวลา (หรือเปล่า?) ของเขาทำให้เขาได้พบกับริวซูเกะที่เป็นนักกีตาร์มือฉมังโดยบังเอิญ และนั่นคือวันที่เขาได้พบกับดนตรีที่เปลี่ยนชีวิตเขาให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ใช่ว่ามือใหม่อย่างโคยูกิจะกลายเป็นเทพกีตาร์ในพริบตาก็คงจะขี้โม้เกินการ์ตูนเป็นแน่ หนังจึงค่อยๆ เล่าถึงพัฒนาการของโคยูกิในการเล่นกีตาร์และพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเขา และเมื่อเวลาผ่านไป การรวมตัวกันของวง BECK ก็ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาสำหรับวงดนตรีวงเล็กๆ
Confession: กลัว อาฆาต งดงาม (A)
คงไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าจะทำหนังเขย่าขวัญให้ดูน่าทึ่งจนตกตะลึงแทนที่จะเป็นสะดุ้งตกใจตามสูตรหนังตลาด และนั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Confession กลายเป็นหนังที่กวาดรางวัลตุ๊กตาทองของวงการหนังญี่ปุ่นแบบไร้ข้อกังขา พร้อมกับการถูกเสนอเข้าชิงภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ (แต่ก็ไม่ได้เข้าชิงหรอกนะ) เรื่องราวของความน่าสะพรึงกลัวเริ่มขึ้นในห้องเรียนมัธยมแห่งหนึ่งซึ่งมีครูโยโกะ โมริกูจิเป็นครูประจำชั้นซึ่งกำลังจะหมดวาระและลาออก ก่อนที่ชั่วโมงสุดท้ายของเธอจะหมดลง เธอเล่าเรื่องชีวิตของเธอที่ได้สูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไป เริ่มแรกมันเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุ แต่แท้จริงเธอได้เริ่มปะติปะต่อเรื่องจนพบว่ามันเป็นการฆาตกรรม และผู้ที่ทำนั้นคือนักเรียนสองคนในห้องของเธอนั่นแหละ แต่เพราะกฏหมายคุ้มครองเยาวชนทำให้เธอรู่้ดีกว่าคนที่ทำผิดจะไม่ถูกลงโทษ เธอจึงขอลงโทษด้วยวิธีการของเธอเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ตามมาในอีก 1 ปีของห้องเรียนดังกล่าวที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนพร้อมๆ ความหลอนจนน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน ความเด็ดขาดอันสุดยอดของหนังคือบทภาพยนตร์ที่แบ่งเป็นช่วงเป็นตอนตาม "คำสารภาพ" ของตัวละครแต่ละคนเพื่อเล่าเรื่องและรายละเอียดต่างๆ ที่ทับซ้อนกันบนเหตุการณ์เดียวกัน ให้ค่อยๆ คลี่คลายออกมารวมทั้งเดินเรื่องไปข้างหน้า นั่นทำให้ความจริงที่เรารู้ตอนเริ่มต้น (ซึ่งก็น่าตกใจแล้ว) สามารถกลับกลายเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าในภายหลังเมื่อถูกเล่าจากคนอีกคนหนึ่ง และนั่นทำให้จังหวะการเดินเรื่องของ
Hanamizuki – ดอกรักที่ผลิบานอย่างช้า ๆ (B)
Hanamizuki เป็นหนังรักสุดฮิตของญี่ปุ่นประจำปี 2553 เลยก็ว่าได้เพราะชื่อชั้นของผู้กำกับอย่างโนบุฮิโระ โดอิ ที่เคยสร้างงานดัง ๆ อย่าง Be With You และ Nada Sou Sou นั้นก็เป็นเครื่องการันตีว่างานนี้เรียกน้ำตากันแน่ ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ดีเท่าสองเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องราวของ Hanamizuki เริ่มเมื่อ ซาเอะ เด็กสาวมัธยมในฮอกไกโดได้พบกับโคเฮเด็กหนุ่มนักเรียนการประมงโดยบังเอิญจนทั้งคู่เริ่ใสานสัมพันธ์เป็นคู่รักกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางชีวิตของแต่ละคนก็เริ่มห่าวออกจากกันทซาเอะได้ไปเรียนต่อในโตเกียวขณะที่โคเฮเป็นชาวประมงอยู่ที่บ้านเกิด ความห่างทั้งระยะทางและวิถีชีวิตค่อย ๆ ลากพวกเขาออกจากกันจนในท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็จบลงโดยแม้ว่าแท้ที่จริงแล้วเมล็ดพันธุ์ของความรักที่มีให้แก่กันและกันนั้นยังคงงออกเงยต่อไปรอวันที่จะผลิดอกออกมาก็ตาม การเล่าเรื่องของ
Rookies: ค้นหาความฝันและคว้ามัน
Saru Lock: ไร้สาระก็ทำให้สนุกได้นะเฟร้ย
I Just Didn’t Do It: เหยื่อ (อ)ยุติธรรม
"ให้คนร้าย 10 คนโดนปล่อยตัวออกไป ยังดีเสียกว่าให้คนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวทนทรมานจากการจองจำ" เป็นคำพูดประโยคแรกที่เราจะเห็นตั้งแต่เปิดเรื่อง I Just Didn't Do It และเรียกได้ว่าคือบทสรุปของทั้งเรื่องแล้วในประโยคเดียว!!!
Hanamizuki – ดอกรักที่ผลิบานอย่างช้า ๆ (B)
Hanamizuki เป็นหนังรักสุดฮิตของญี่ปุ่นประจำปี 2553 เลยก็ว่าได้เพราะชื่อชั้นของผู้กำกับอย่างโนบุฮิโระ โดอิ ที่เคยสร้างงานดัง ๆ อย่าง Be With You และ Nada Sou Sou นั้นก็เป็นเครื่องการันตีว่างานนี้เรียกน้ำตากันแน่ ๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ดีเท่าสองเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องราวของ Hanamizuki เริ่มเมื่อ ซาเอะ เด็กสาวมัธยมในฮอกไกโดได้พบกับโคเฮเด็กหนุ่มนักเรียนการประมงโดยบังเอิญจนทั้งคู่เริ่ใสานสัมพันธ์เป็นคู่รักกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางชีวิตของแต่ละคนก็เริ่มห่าวออกจากกันทซาเอะได้ไปเรียนต่อในโตเกียวขณะที่โคเฮเป็นชาวประมงอยู่ที่บ้านเกิด ความห่างทั้งระยะทางและวิถีชีวิตค่อย ๆ ลากพวกเขาออกจากกันจนในท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็จบลงโดยแม้ว่าแท้ที่จริงแล้วเมล็ดพันธุ์ของความรักที่มีให้แก่กันและกันนั้นยังคงงออกเงยต่อไปรอวันที่จะผลิดอกออกมาก็ตาม การเล่าเรื่องของ












Recent Comments