<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bark n&#039; Bite &#187; film</title>
	<atom:link href="http://www.barkandbite.net/tag/film/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.barkandbite.net</link>
	<description>วิจารณ์ไปเรื่อย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 16:45:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>My Week with Marilyn: เป็นคนดังมันไม่ง่ายนักหรอกนะ (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 05:13:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[biography]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[romance]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1346</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อของ Marilyn Monroe ย่อมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีเหมือนที่ Laurence Olivier กล่าวเมื่อเธออยู่หน้านักข่าวในอังกฤษว่า “ผมขอแนะนำผู้หญิงที่ซึ่งอาจจะไม่ต้องการการแนะนำเลยก็ได้” Marilyn Monroe กลายเป็นดาราดังแบบขีดสุดก่อนจะกลายเป็น Sex Symbol สำหรับวงการบันเทิงโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มและรอยยิ้มที่ตรึงใจคนมานักต่อนัก คงมีน้อยคนที่ได้รู้ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น อาจจะไม่ได้สดใสและสวยงามเช่นเดียวกับที่ได้เห็นเธอผ่านแผ่นฟิลม์แต่อย่างใด My Week with Marilyn สร้างจากเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ The Prince, The Showgirl and Me และ My Week with Marilyn ของ Colin Clark ซึ่งเป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกองถ่ายหนัง The Prince and ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>50/50: รับมือกับความตาย (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/11/50-50/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/11/50-50/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Nov 2011 14:20:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[comedy]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[ตลก]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1264</guid>
		<description><![CDATA[ความตายเป็นเรื่องใกล้ตัวและหลายๆ คนเองก็ไม่อยากจะเผชิญหน้าแม้เราจะรู้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว เราก็จะต้องพบกับความตายจากสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคร้าย หรือตามอายุขัย ซึ่งเมื่อปลายทางมันเหมือนกันแล้ว เราก็อดคิดไม่ได้ว่าระหว่างทางนั้นแต่ละคนจะเลือกอย่างไรเมื่อรู้ว่าปลายทางที่ว่านั้นใกล้ตัวเข้ามา และ 50/50 ก็เป็นหนังที่ถ่ายทอดช่วงเวลาเหล่านั้นในอีกมุมหนึ่งได้อย่างน่าอิ่มเอิบใจอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว อดัมเองเป็นชายหนุ่มอายุยังไม่ถึงสามสิบดี เขามีชีวิตแบบปรกติเหมือนคนทั่วไป ระมัดระวังตัวและไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงอะไร แต่แล้ววันหนึ่งหมอก็แจ้งให้เขาทราบว่าเขากำลังเป็นมะเร็งที่ปลายประสาทกระดูสันหลัง ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เขามีโอกาสรอดชีวิตเพียง 50% เท่านั้น และจากวันนั้นเอง อดัมเองก็เริ่มมีชีวิตในฐานะคนป่วยที่ต้องรับการรักษาทั้งทางกายและทางใจโดยมีเพื่อน ครอบครัว และคนรักอยู่รอบข้าง และในช่วงเวลานั่นเอง ที่ทำให้อดัมได้สังเกตุและค้นพบความจริงบางอย่างของชีวิตที่เขาไม่เคยได้เหลียวมองมาก่อน ในแว่บแรก เราอาจจะมองว่า 50/50 น่าจะเป็นหนังสู้ชีวิตของคนไข้ที่กำลังพยายามจะมีชีวิตรอด แต่แท้จริงแล้ว เสน่ห์และคุณค่าจริงๆ ของหนังเรื่องนี้กลับเป็นอีกอย่าง หนังไม่ได้เล่าว่าอดัมจะเอาชนะโรคมะเร็งได้อย่างไร แต่กลับเล่าว่าอดัมและโลกรอบข้างของเขานั้นรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร แถมเล่าด้วยแบบธรรมชาติ ไม่การประดิษฐ์หรือใส่สีเติมรสประเภทเค้นอารมณ์หรือบีบน้ำตาแต่อย่างใด และนั่นกลายเป็นว่าทำให้เราสัมผัสความ “ลึก” ของมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่แม้อาจจะดูเหมือนไม่ยี่หร่าหรือตื่นกลัวกับความซีเรียสของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น การที่มีใครสักคนต้องใกล้ชิดกับความตายโดยที่ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย แน่นอนว่ามันกลายเป็นภาระทางจิตใจให้กับทุกคนไม่เพียงกับคนไข้เท่านั้น ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/11/50-50/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Cinema Paradiso: ความทรงจำกับโรงหนัง</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2010/05/cinema-paradiso/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2010/05/cinema-paradiso/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 11:31:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bite]]></category>
		<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[italian]]></category>
		<category><![CDATA[oscar]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=202</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองจนมอดไหม้หมด ผมเลยจู่ ๆ นึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่มีฉากที่ละม้ายคล้ายคลึงแถมมีอารมณ์ไม่ต่างกับการเห็นภาพโรงหนังสยามถล่มลงมา นั่นคือ Cinema Paradiso หนังที่กวาดรางวัลมากมายจากเวทีประกวดต่าง ๆ รวมถึงสาขาภาพยนต์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์อีกด้วย (และแน่นอนว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังที่คนเรียนภาพยนต์หลาย ๆ คนต้องดูเป็นกรณีศึกษา) Cinema Paradiso เริ่มเรื่องเมื่อครอบครัวหนึ่งโทรศัพท์ไปแจ้ง &#8220;โตโต้&#8221; ลูกชายคนเดียวของบ้านว่า &#8220;อัลเฟรโด้ตายแล้ว&#8221; และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในอดีตของโตโต้และความทรงจำของชีวิตในโรงภาพยนต์บ้านนอก ๆ แห่งหนึ่ง ในเรื่องราวของ Cinema Paradiso ก็เปรียบเสมือนกับ Coming of Age ของโตโต้ที่ก้าวข้ามผ่านวัยต่าง ๆ โดยมีจุดศูนย์กลางคือโรงหนังที่เขาได้พบผู้คนและ &#8220;ชีวิต&#8221; อยู่รายรอบ ขณะเดียวกันคือการได้เรียนรู้จากคนที่ชื่อว่า &#8220;อัลเฟรโด้&#8221; ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคนแนะแนวเขาไปพร้อม ๆ กัน หนังอาจจะไม่ได้บอกว่า ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2010/05/cinema-paradiso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>I Just Didn&#8217;t Do It: เหยื่อ (อ)ยุติธรรม</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2010/05/i-just-didnt-do-it/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2010/05/i-just-didnt-do-it/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 May 2010 12:50:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[crime]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ให้คนร้าย 10 คนโดนปล่อยตัวออกไป ยังดีเสียกว่าให้คนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวทนทรมานจากการจองจำ&#8221; เป็นคำพูดประโยคแรกที่เราจะเห็นตั้งแต่เปิดเรื่อง I Just Didn&#8217;t Do It และเรียกได้ว่าคือบทสรุปของทั้งเรื่องแล้วในประโยคเดียว!!! เทปเป ชายหนุ่มทั่ว ๆ ไปโดนจับด้วยข้อหาลวนลามนักเรียนบทรถไฟที่แน่นเอี้ยด ทุกอย่างคงไม่มีอะไร เพราะเหตุการณ์ลวนลามในรถไฟนั้นเรียกว่าเป็นเหตุปรกติที่ตำรวจสอบสวนเจอทุกวัน และเหล่าคนโดนจับก็ยอมรับผิด ประนีประนอม จ่ายค่าปรับ แล้วก็เดินออกไปจากสถานีตำรวจ แต่ที่ทุกอย่างมันพลิกก็เมื่อเทปเปยืนยันว่า &#8220;ผมไม่ได้ทำ&#8221; และเขาจะไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ นำมาซึ่งกระบวนการต่อสู้ในทางกฏหมายและในชั้นศาลที่ใช้เวลานานมากมาย ซึ่งตลอดเรื่องเราจะได้เห็นอีกด้านของระบบความยุติธรรมที่ประชาชนหวังพึ่งพิงในยามยาก และเริ่มจะมองเห็นว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราถูกสอนในห้องเรียนจริง ๆ หรอก เรื่องราวของหนังที่สร้างจากเรื่องจริงนี้อาจจะดูเนือย ๆ อยู่บ้างเพราะเป็นการสอบสวน คู่ขนานไปกับการต่อสู้ด้านจิตใจของตัวละครหลาย ๆ คนที่มีทั้งสงสัย ตั้งคำถาม กับความจริงที่เทปเปยืนยัน หนังฉลาดมากตรงที่ไม่ได้บอกกับเราตรง ๆ ว่าจริง ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2010/05/i-just-didnt-do-it/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Summer Wars: อินเตอร์เนต สายสัมพันธ์ ครอบครัว</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2010/05/summer-wars/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2010/05/summer-wars/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 May 2010 20:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[animation]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[summer wars]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[นี่เป็น Animation ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นในปีที่แล้ว ซึ่งพกดีกรีการกวาดรางวัลมากมายจากหลายสถาบันพร้อมด้วยความเจ๋งในเกือบทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแแบบ บท รวมทั้งการใส่เสน่ห์ของการเป็น Animation ได้อย่างครบถ้วน ไม่แพ้ผลงานเจ้าพ่อ Animation ของญี่ปุ่นอย่าง Gibli Studio กันเลยทีเดียว เรื่องราวของ Summer Wars เริ่มเมื่อเคนจิ เด็กหนุ่มม.ปลายที่มีความอัจฉริยะลับ ๆ ในเรื่องการคำนวนเลขดันตกกระไดพลอยโจนไปช่วยนัตซึกิ รุ่นพี่สาวสุดสวยที่กำลังจะกลับบ้านเกิด โดยหารู้ไม่ว่าเขาโดนจ้างไปช่วยรับบทเป็นแฟนของรุ่นพี่ในช่วงการครบรอบวันเกิดของคุณย่า แถมเรื่องราวเริ่มยุ่งเหยิงเมื่อคืนหนึ่งเคนจิได้รับเมล์ลึกลับให้ถอดรหัสอะไรบางอย่าง ก่อนจะพบในภายหลังว่ารหัสนั้นคือการเข้าไปเจาะระบบ OZ ซึ่งเป็น Social Network ขนาดใหญ่ที่คนทั้งโลกใช้กัน ความอลหม่านจึงเกิดขึ้นเมื่อ OZ ถูกเจาะและทำให้เกิดส่งผลต่อเนื่องไปยังระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั่วเกาะญี่ปุ่น แถมสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน ในขณะเดียวกันครอบครัวขนาดใหญ่ของนัตซึกิก็เริ่มมีปัญหาขึ้นไปพร้อม ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2010/05/summer-wars/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

