All posts tagged b-floor

311759

Damage Joy: หัวเราะร่าน้ำตาริน (B+)

เราจะทนนั่งดูความโหดร้ายที่กระทำต่อคนอื่นต่อหน้าเราได้ขนาดไหน? นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ผู้ชมจะตักตวงได้จากประสบการณ์การชม Damage Joy ของนานา เดกินส์ เพราะการแสดงจะนำพาให้เราเป็นหนึ่งในพยานของเหตุการณ์บ้าๆ บอๆ ซึ่งผสมไประหว่างความเจ็บปวดแสนสาหัสกับรอยยิ้มที่ฉาบไว้ให้ดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน ตัวละครสี่ตัวเดินเข้ามาในโรงละครพร้อมกับเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดและลีลาสนุกสนานไม่ต่างจากตัวตลกในคณะละครสัตว์หรือเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาสนุกกับการละเล่นต่างๆ ที่ก็ไม่ต่างเกมสนุกๆ ที่เราคุ้นเคย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่าความรุนแรงเริ่มสั่งสมมากขึ้น การเล่นที่เคยขบขันกลายเป็นเรื่องไม่ขำเพราะมีการ “เล่นจริง เจ็บจริง” บนเวทีและคนดูต้องนั่งดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องฉุกคิดว่าเรากำลังสนุกหรือเรากำลังทรมานกับความขบขันที่เหมือนจะเกิดขึ้นกันแน่ ในสังคมปัจจุบันของเรานั้น เรามักเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นตามสื่อต่างๆ อยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในเชิงการกระทำหรือแม้แต่ความรุนแรงในการใช้ภาษาต่างๆ นานา หลายครั้งหลายคราเรามองว่ามันเป็นความปรกติเพราะความชาชิน ในขณะที่หลายครั้งเราก็รู้สึกทรมานเวลาพบเห็น แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราพยายามหยุดมันก็กลับไร้ผลเสียอย่างนั้น ก่อนเริ่มการแสดง ผู้ชมจะได้แจกธงสีแดงที่มีคำว่า “STOP” เขียนอยู่พร้อมกับคำอธิบายว่าถ้าหากใครไม่เห็นด้วยการกระทำบนเวทีก็สามารถโบกธง ซึ่งถ้ามีคนโบกแล้วการแสดงก็จะหยุดลง แน่นอนว่าระหว่างการแสดงก็ไม่ใช่ทุกฉากที่จะมีคนโบกธงหรอกนะครับ หลายๆ “ตลกร้าย” ของนานาก็ยังอยู่ในระดับที่ผู้ชมในรอบที่ผู้เขียนได้ไปชมนั้นรับได้ …

Continue Reading...
311758

F_CK ทอง: ยึดถือไว้ทำไม? (B)

ในสูจิบัตรของ B-Floor มีการพูดถึง F_CK ทอง ของดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่ ไว้ว่าเป็นการตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องมีศาสนา หรือทุกวันนี้ศาสนาอาจจะเป็นบทบาทใหม่ที่เราไม่คาดคิดก็ได้ และนั่นก็คงเป็นโจทย์ที่ต่อยอดเป็นการแสดงโดยใช้ร่างกายเป็นภาษาถ่ายทอดความคิดดังกล่าวให้กับเรา F_CK ทองเริ่มด้วยภาพของนักแสดงชายหญิงอยู่ในห้องที่มีการขึงโครงสร้างเชือกไว้กึ่งกลาง ทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหวและค้นหาทางของตัวเองโดยต้องมุดลอดโครงสร้างเชือกดังกล่าวไว้ ท้ายที่สุดคนหนึ่งเดินฝ่าแนวเชือกออกไปในขณะที่อีกคนยังอยู่ จากนั้นสอง “ทอง” ก็เข้ามาเคลื่อนไหวและ “ตอบโต้” กับคนที่ยังอยู่ พวกเขา (ทอง) เริ่มเคลื่อนไหวและพลักดันให้คนๆ นั้น “วิ่ง” ออกไปเรื่อยโดยที่เหล่า “ทอง” ก็เป็นคนที่คอยสร้างอุปสรรคให้เกิดขึ้น และเราผู้ชมก็จะนั่งเฝ้าดูความเคลื่อนไหวและเรื่องเล่าจากภาพการเคลื่อนไหวต่างๆ

doublebill

Double Bill …สองเรื่องควบ!

บีฟลอร์เสนอ ปรากฏการณ์สุดพิเศษในเดือนกันยายนนี้ “Double Bill ...สองเรื่องควบ!” “สุขแสน...หรือ แสบสัน?” การแสดงใน 2 ห้อง 2 ผู้กำกับฯ 2 โปรดักชั่น ‘บีฟลอร์เธียร์เตอร์’ คณะละครร่วมสมัยของไทยที่กำลังจะมีอายุครบ12 ปีภายในปีนี้ฉลองการครบรอบด้วยการนำเสนอการแสดงสุดพิเศษ“Double Bill ...สองเรื่องควบ!” ซึ่งประกอบไปด้วยผลงานใหม่ล่าสุดสองชิ้นจากสองผู้กำกับฯ หญิงที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการละครร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สุขแสน...หรือแสบสัน’ ‘F_ck – ทอง’ : ‘สุขแสนหรือแสบสัน?’ ผลงานของ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ บางทีหน้าที่ของศาสนาที่คนในสมัยปัจจุจุบันใช้งานอาจจะอยู่อาจจะเป็นเพียงแค่ฟังก์ชั่นที่ทำให้เรารู้สึกดี รู้สึกดีที่ได้ดิ้นรน ทน ทุกข์ ทรมาน กับอุปสรรคที่ดาหน้ากันเข้ามาขัดขวางเส้นไปสู่ความสุขในอุดมคติของเรา ดุจดาวจะชวนคุณกระโจนเข้ามาในเกมจิตวิทยาในแบบที่เธอถนัด สัมผัสสิ่งที่จะเกิดขึ้นสดๆในการแสดง

SSS982

Flu-Fool: ขนลุกและหน้าชากับอนูของ “คนไทย” (B)

ถ้าหากเราดูบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้บอกกับเราตรงๆ แต่ใช้สัญลักษณ์นำไปสู่การตีความที่ทำให้เรา "รู้สึก" ได้ นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ศิลปะการแสดงสร้างพลังขับเคลื่อนความเป็นมนุษย์ของเราให้ตระหนักรู้อะไรบางอย่าง Flu-Fool จาก B-Floor ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ไม่ได้บอกกับเราแบบตรงๆ หรือใช้ภาษาที่ทำให้เราเข้าใจมัน "ง่ายเกินไป" ประเภทเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่กลับลากผู้ชมให้ลงไป "รู้สึก" และ "ครุ่นคิด" กับสารที่ถูกกวนอยู่ในการแสดงอยู่เกือบสองชั่วโมง และก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่มันจะทำให้ "คน" ที่ไปดูการแสดงได้รู้สึกอึ้ง ทึ่ง และขนลุกใน "สาร" ที่ละครปล่อยออกมาให้เราได้สัมผัส การแสดง Flu-Fool จะว่าไปแล้วคืองานต่อเนื่องจากการจัดหนักใน Flo-o-less-sense ของคุณคาเงะ ธีระวัฒน์

Flu-Fool

Flu O Less Sense กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับภาคต่อ Fool Alright ใน ‘Flu-Fool’

Flu O Less Sense กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับภาคต่อ Fool Alright ใน ‘Flu-Fool’ ผลงาน physical theatre

photo

รสแกง: รสชาติชีวิต (B+)

เขาว่าอาหารก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ มันมีรสชาติปนเปกันไปตามแต่ช่วงเวลาในแต่ละชีวิต คล้ายๆ กับเครื่องปรุงสี่รส เปี้ยว หวาน เผ็ด มัน ที่ละครเวที "รสแกง" วางไว้ให้คนดูเลือกแสดงความเห็นต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ลงในชามของตัวเอง และ "รสแกง" ก็ประกอบไปด้วยรสชาติที่คลุกเคล้าด้วยวัตถุดิบมากมายจนถึงขั้นพิสดาร เพื่อให้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่ท้าทายจินตนการของผู้ชมที่ร่วมประสบการณ์ไปกับการปรุงชีวิตครั้งนี้ เหล่านักแสดงห้าคนเป็นเสมือนเชฟผู้ปรุงอาหารโดยใช้ร่างกายตัวเองเป็นเครื่องมือในการ "ปรุงละคร" ให้เกิดเรื่องราวและอรรถรสต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า "อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราววิถีประจำชาติที่สะท้อนวัฒนธรรมและผ่านอาหาร วัตถุดิบต่างๆ ที่ถูกนำมาปรุง หรือแม้แต่การพยายามที่จะลิ้มรสอาหาร แม้ว่าเรื่องราวของ "รสแกง" ในลักษณะของ "เรื่อง" จริงๆ อาจจะมีให้จับต้องและติดตามอยู่ยากเสียหน่อย เพราะคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะมานั่งปะติปะต่อว่าทำไมต้องมานั่งดูคนห้าคนเคลื่อนไหวไปพลาง

taste-of-curry

รสแกง

รสแกง' You are what you eat!!! ละมุนภัณฑ์โปรดักชั่นใหม่จากบีฟลอร์ หลังจากเกรี้ยวกราดฟาดงวงฟาดงามาหลายโปร คราวนี้มาเจอภาวะวิถีที่ซึมลึกค่อยๆละเลียดละเอียดงามตามสไตล์ของผู้กำกับเบอร์ต้นๆ จารุนันท์ พันธชาติ ผู้กำกับและเขียนบทผู้สร้างสรรค์ผลงาน ยามพลบ ห้องตกกระแทกหมายเลขศูนย์ กูรูเธียเตอร์ บางกอกโมเลกุล กับอารมณ์ขันชวนหัวร้ายๆ เจ็บแสบมัดใจคนดูจนอยู่หมัด อันเป็นสัญลักษณ์ลายเซ็นของเจ้าหล่อน คราวนี้มาพบกับการค้นหารสชาติผัสสะแห่งการลิ้มรส การทดลองมองชีวิตผ่านรสชาติแกง และเครื่องปรุงหลากหลาย งานการแสดงที่มีมิติมากกว่า3D

Flu-O-Less-Sense: เชื้อโรคที่ทำลายสังคม

นี่อาจจะเป็นงาน Physical Theatre ของ B-Floor ที่ผมรู้สึกได้ถึง "พลัง" และ "สาร" ที่ต้องถ่ายทอดให้กับผู้ชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งพร้อม ๆ กับรู้สึกเสียดายที่คนไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้ดูเพราะในทีวีมีแต่ศิลปินดารามาร้องเพลงกับมิวสิควีดีโอเชย ๆ และเพลงตลาด ๆ ที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกกระตุ้นลงไปในต่อมสำนึกอะไรเลยสักนิด!!!  ซึ่งใครจะรู้บ้างว่าในโรงละครเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในซอยเล็ก

Powered by Free Wordpress Themes