All posts tagged ละครเวที

426134_10150499621036781_93532971780_9237399_1905454846_n

เงามัจจุราช: ชำเลืองมองความตาย (B-)

ความตายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะเผชิญหน้า แต่เมืื่อวันที่เราต้องพบกับมันจริงๆ แล้วนั้น เราจะทำตัวอย่างไรกัน จะปั้นหน้าแบบไหน และจะรู้สึกแบบใด นั่นอาจจะเป็นที่เรา ซึ่งเป็น “คนเป็น” ควรสบตามองและเรียนรู้จากละคร “เงามัจจุราช” อันเป็นละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก New Theatre Society ฝีมือการกำกับของ ดำเกิง ฐิทะปิยะศักดิ์ “เงามัจจุราช” เป็นการแปลและดัดแปลงจากบทละคร The Shadow Box ว่าด้วยเรื่องราวของคนสามกลุ่มที่มีแกนกลางอยู่ที่ชีวิตของคนหนึ่งในแต่ละกลุ่มที่กำลังจะตาย กลุ่มแรกเป็นของ “โจ้” ที่ต้อนรับการมาเยือนของ “นวล” ผู้เป็นภรรยาและ “มด” ลูกของพวกเขา ในขณะที่มดดูจะตื่นเต้นกับการมาสถานที่ใหม่ที่แปลกตาแถมได้พบกับพ่อที่ไม่ได้เจอหน้าเสียนาน แต่นวลกลับต่อต้านและไม่คิดที่จะเข้าใกล้บ้านหลังที่สามีของเธอกำลังจะถึงปลายทางของชีวิตเลยแม้แต่น้อย กลุ่มที่สองเป็นของ “บุรินทร์” เกย์หนุ่มใหญ่ที่ใช้เวลาในบ้านพักกับการเขียนหนังสือและทำในสิ่งที่ค้างคาใจอยู่โดยมีแฟนหนุ่ม “แม็ค” คอยช่วยเหลือ โดยแม้ว่าภายนอกเขาจะดูเข้มแข็งและกล้าเผชิญหน้ากับมันแต่แท้จริงแล้วเขาก็กลับเต็มไปด้วยความกลัวจนเมื่อ …

Continue Reading...
313398_2380019420462_1249974988_2846775_1374870564_n

คาฟคาและผม กับความขื่นขมในประเทศประชาธิปไตยนิยมที่สังคมใกล้ล่มสลาย (B+)

สำหรับหลายๆ คนแล้ว ละครเวทีหรือภาพยนตร์อาจจะเป็นแค่การเสพศิลปะเพียงเพื่อหวังความบันเทิงเท่านั้น แต่สำหรับศิลปินหรือผู้ชมบางกลุ่มแล้ว ละคนเวทีกลับกลายเป็นขุมคลังและสื่อสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนพลังทางปัญญาของทั้งผู้สร้างงานและผู้ที่ได้ชมด้วย เราจึงมักเห็นละครเวทีหลายๆ เรื่องทำการวิพากษ์์ วิจารณ์ หรือวิเคราะห์ภาวะทางสังคม ไม่ว่าจะโดยทางอ้อม ทางตรง ละมุนละม่อม หรือโจมตีอย่างรุนแรง แต่ไม่ว่าจะเป็นออกมาในลักษณะไหนก็ตาม ทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้เห็นศักยภาพของศิลปะในฐานะกลไลสำคัญของสังคม ละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก BU Theatre ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณศักดิ์ สุขี ก็ใช้พลังของศิลปะการแสดงในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเมื่อเราได้ชมละครเวที "คาฟคาและผม กับความขมขื่นในประเทศประชาธิปไตยนิยมที่สังคมใกล้ล่มสลาย" จบลง เราก็จะได้รับประสบการณ์ของการขบคิดวิเคราะห์ และทบทวนประเด็นต่างๆ ที่ละครหยิบยื่นให้เราอย่างที่ละครหลายๆ เรื่องไม่เคยให้มาก่อน “มวน” (แปลว่าแมลง)

photo

Four is.. : โลกที่เห็นต่างออกไป (B)

หนึ่งในเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของละครร่วมสมัยคือการเปิดพื้นที่ให้กับความคิดของศิลปินในการแสดงออกอย่างหลากหลายเช่นเดียวกับพื้นที่ทางความคิดของผู้ชมที่สามารถตีความหรือรับรู้มุมมองต่างๆ ได้แตกต่างกันไป ซึ่งนั่นอาจจะเป็นหนึ่งความสนุกที่หลายๆ คนชื่นชอบในการชมละครร่วมสมัยเลยก็ว่าได้ Four is ของกฤษณะ พันธุ์เพ็งก็น่าจะเป็นหนึ่งในงานที่อาศัยเสน่ห์ดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนและสร้างงานอันมีเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมกับสามารถนำเสนอความคิดที่หลากหลายและมุมมองที่ต่างออกไปได้อย่างน่าสนใจ ฉากทั้ง 10 ฉากของ Four is เป็นเหมือนหนังสั้นย่อยๆ ที่ไม่ได้เส้นเรื่องตายตัวในการร้อยเรียง แต่ละฉากมีความหมายและเรื่องราวของตัวเอง ตั้งแต่เรื่องของการเป็นฮีโร่ในเหตุการณ์สึนามิ ฉากการเล่าข่าวทางทีวี การพูดถึงคำพยากรณ์วันสิ้นโลก พฤติกรรมการเล่น facebook ฯลฯ ซึ่งนักแสดงสามคนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับบทบาทในแต่ละฉากอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเราเคยชินแต่กับการดูละครแบบต้องมีเส้นเรื่องต้นกลางจบแล้วมาดู Four is แล้วล่ะก็ หลายคนอาจจะบ่นหงุบหงิบกันได้ง่ายๆ เพราะแกนของเรื่องราวอาจจะดูเปะปะ กระจาย

Screen Shot 2554-09-18 at 1.40.59 AM

ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว: เพลงกระบี่ยังไม่เร้าใจ (C+)

เวลาใครพูดถึง “กระบี่เย้ยยุทธจักร” หรือที่คนไทยมักคุ้นกับชื่อ “เดชคัมภีร์เทวดา” นั้น ตัวละครที่คนมักจะนึกถึงคนแรกๆ หาใช่เพียงเล่งฮู้ชงซึ่งเป็นตัวละครเอก แต่รวมไปถึงตงฟางปู๋ป้าย หนึ่งในตัวละครยอดยุทธไร้เทียมทานที่มีลักษณะพิเศษอันเกิดจากการฝึกคัมภีร์ทานตะวันจนต้องเปลี่ยนเพศตัวเองให้อยู่ระหว่างครึ่งชายและครึ่งหญิง ซึ่งนอกจากเสน่ห์อันน่าพิศวงของตัวละครแล้ว ตงฟางปุ๋ป้ายยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามเกี่ยวกับวิถีชีวิต และความสัมพันธ์ที่เขา(เธอ)มีกับเล่งฮู้ชงเอง “ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว” ของอภิรักษ์ ชัยปัญหา จาก ก็เลือกหยิบเรื่องราวของตัวละครนี้มาสำรวจและตีความ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวในแบบละครเวที เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องของตงฟางปู๋ป้ายแบบที่หลายๆ คนคิดหรือคาดเดาจากชื่อเรื่องหรือโปสเตอร์หรอกนะครับ เรื่องราวของ “ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว” เป็นละครซ้อนละครว่าด้วยเหตุการณ์ 1 ชั่วโมงก่อนหน้าที่การแสดงรอบแรกของละคร (ที่น่าจะชื่อเดียวกัน) จะเริ่มขึ้นโดยมี “มิค” หญิงสาวผู้ได้รับบทนำเป็นตงฟางปู๋ป้าย

313795_10150271530501781_93532971780_8234693_1984405_n

เส้นด้ายในความมืด: อำนาจ ความกลัว และความจริง (B)

เรื่องเล่าของเธเซอุส (Thesus - ทีเซียส เทเซอัส ฯลฯ) และการต่อสู่ของเขากับมิโนทอร์เป็นหนึ่งในตำนานกรีกที่หลายคนคุ้นๆ อยู่บ้าง เริ่มจากโอรสกษัตริย์เมืองเอเธนส์ยอมเข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่จะถูกสังเวยในเขาวงกต (Labyrinth) ของเกาะครีต แต่อารีอาดเน (Ariadne - เอริแอดเน) ลูกสาวของไมนอส กษัตริย์แห่งครีตตกหลุมรักเขา และเข้าช่วยเหลือโดยมอบม้วนด้ายและดาบ รวมทั้งวิธีเดินในเขาวงกต จนสุดท้ายเธเซอุสก็สามารถสังหารมิโนทอร์ได้ เธเซอุสพาอารีอาดเนมุ่งหน้ากลับสู่เอเธนส์แต่แล้วก็ทิ้งเธอไว้ที่เกาะนาซอส (Naxos - นักซอส) นั่นคือเรื่องเล่าและเหตุการณ์ส่วนหนึ่งของตำนานที่ถูกถ่ายทอดกันมา แต่ "เส้นด้ายในความมืด" ซึ่งเป็นบทละครแปล (โดยผส.

good-feeling11-460x250

พบรัก (2554): รักนะ งุงิ (B)

ย้อนกลับไปเทศกาลละครกรุงเทพปี 2549 ในร้านอาหารเล็กๆ ที่ชื่อ "อินดี้" นั่นเป็นครั้งแรกที่ "พบรัก" ได้เผยแพร่ความรักให้กับผู้ชมที่พากันเอาไปเบียดเสียดกับชมละครกระทัดรัดแต่อุ่นไอรักเรื่องนี้ (อ่านบทวิจารณ์สมัยโน้นของผู้เขียนได้ที่นี่) มาปีพ.ศ. 2554 นี้ "พบรัก" จาก 8x8 ฝีมือการสร้างสรรค์ของนิกร แซ่ตั้ง กลับมาเรียกเสียงตอบรับจากหัวใจผู้ชมอีกครั้ง ในสถานที่ใหม่ Blue Box Studio พร้อมด้วยเครื่องเคราที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่เวิร์คและไม่เวิร์ค อีกทั้งบริบทของกาลเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จนทำให้ใน "พบรัก" ในวาระนี้อาจจะชวนให้เราเห็นในสิ่งที่เรามองไม่เห็นเมื่อ

Untitled

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่กับ…..ฉัน: การเข้าใจผ่านความทรงจำ (B)

หากเราพยายามย้อนเวลาและความทรงจำกลับไปยังวัยที่ยังไร้เดียงสา หนึ่งในภาพที่หลายๆ คนจะจำได้คือการได้จับมือและโอบกอดกับพ่อและแม่เมื่อครั้นยังเด็ก แต่เมื่อเราหมุนเวลากลับมา เราก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไรกันนะ ที่ความไร้เดียงสาของเรานั้นหายไป พร้อมๆ กับอ้อมกอดที่เราเคยโอบให้กับพวกเขานั้นแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหินระหว่างวัย และกว่าจะรู้ตัว ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็บดบังรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เราเคยให้พวกเขาในวัยเด็กแม้ว่าจะยังมี "ความรัก" อยู่ก็ตาม "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่กับ....ฉัน" ละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก New Theatre Society ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก The Joy Luck Club ด้วยฝีมือการสร้างสรรค์ของปานรัตน กริชชาญชัย ก็เป็นหนึ่งในละครเวทีที่พาให้เรากลับไปสัมผัสความทรงจำในอดีตและหวลหาคำตอบที่ยังค้างคาอยู่ในกาลเวลาที่ลืมเลือนผ่านประสบการณ์และเรื่องราวของผู้หญิงสามคน อาม่า แม่ และก็ลูก

Untitled

Betrayal: รักทรยศ – หลุมเหมือนจะลึกแต่ล้วงตื้นไป (B-)

เวลาที่เราพูดกันถึง Harold Pinter ซึ่งเป็นนักเขียนบทละครชื่อดังของยุโรปที่ได้รับรางวัลโนเบลนั้น งานชิ้นที่หลายคนพอจะคุ้นๆ กันก็ย่อมมี Betrayal เข้าไปรวมในนั้นด้วย (นอกนั้นคือ The Birthday Party และ The Home Coming) ด้วยเหตุของความแยบยล วิธีการคิดและวิธีเล่าของบทละครที่น่าทึ่ง ซึ่งเหมาะแก่การศึกษาและชมในการแสดงจริงอยู่ไม่น้อย และก็คงเป็นโอกาสดีที่ Demo Classic Project ของโรงละครเล็กๆ แต่อบอุ่นอย่าง Democrazy Studio จะนำ Betrayal

greenconcertoposter1-1

Green Concerto: รักโลกกันแบบญี่ปุ่นอินดี้ (B)

ท่ามกลางโลกที่กำลังร้อนขึ้นทุกวัน คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะมีอะไรสักอย่างมาชะโลมใจให้เราเย็นลงและมองสิ่งรอบข้างด้วยความรู้สึกยิ้มแย้มโดยที่ไม่ต้องอาศัยอะไรโฉ่งฉ่างมากนัก Green Concerto จาก Life Theatre ผลงานเขียนบทและกำกับของโชโกะ ทานิกาวะ ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่เมืองไทยจนหลายคนคิดว่าเขาเป็นพลเมืองที่นี่ไปแล้วก็เป็นงานละครเวทีที่ดูเพลินๆ อบอุ่นในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา และก็พอให้เราหยิบคว้าอะไรบางอย่างติดกลับไปให้รักโลกกันบ้างหลังละครจบ เหตุการณ์ของ Green Concerto เกิดขึ้นในห้องชมรมสิ่งแวดล้อมแห่งหนึ่ง นักศึกษาเพลย์บอยคนหนึ่งนั่งรอคู่ของเขาโดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมพูดคุยแกมขัดขาอยู่เรื่อยๆ จากนั้นตัวละครต่างๆ ก็ทยอยเข้ามาในห้อง ตั้งแต่เฮียร้านก๋วยเตี๋ยวข้างมหาวิทยาลัย นักศึกษาสาวประธานชมรม อาจารย์อีกคนที่ขอเข้ามานั่งรออาจารย์สาว จนไปถึงเมียของเฮียที่หนีออกจากบ้านไปก่อนหน้านี้ และเรื่องวุ่นๆ (มั้ง) ปนความรู้การอนุรักษ์โลกก็เกิดขึ้นในชมรมนี่แหละ เส้นเรืื่องหลักของ Green Concerto นับว่าบางมากพอสมควรชนิดคนดูอาจจะงงๆ กันได้ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้จะให้

Screen shot 2011-07-01 at 1.21.59 AM

ทวิภพ เดอะมิวสิคคัล: ละครตายทั้งเรื่องเอาความหล่อปิดไม่มิด (D)

คงแทบจะไม่มีใครคัดค้านกับความคิดที่ว่าละครที่ดีไม่สามารถมาจากบทที่ไม่ดีได้ ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของ Scenario ก็ประสบปัญหาในเรื่องบทละครมาโดยตลอดแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขหรือพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ซ้ำร้ายยิ่งกว่าเมื่อทวิภพ เดอะมิวสิคคัล ที่นำมาเปิดแสดงใหม่อีกครั้งหลังจากเคยเป็นที่กล่าวขวัญเมื่อหลายปีก่อนแล้ว กลับถอยหลังเข้าคลองด้วยการที่บทละครฉบับใหม่ที่ไม่ได้แสดงถึงความเข้าใจในวรรณกรรม “ทวิภพ” เลยแม้แต่น้อย แถมซ้ำร้ายที่มันส่งผลต่อเนื่องให้ละครเวทีเวอร์ชั่นนี้แทบจะทำลายความงามและแก่นเรื่องเสียย่อยยับจนหากใครไม่เคยรู้จักทวิภพมาก่อนอาจจะถึงขั้นสงสัยได้เลยว่านี่หรือคือนวนิยายที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตี เรื่องของทวิภพ เดอะมิวสิคคัลฉบับใหม่นั้นยังคงเดินเรื่องตามทวิภพแบบนวนิยายโดยเริ่มที่เมนี่ (มีเรีย เบเนเดดตี้) สาวยุคใหม่ทันสมัยที่มักมีปัญหากับแม่แล้วบังเอิญต้องตากับกระจกบานหนึ่งจนซื้อมาไว้ที่บ้าน แต่แล้วกลับกลายเป็นว่ากระจกบานนั้นทำให้เธอสามารถเดินทางข้ามเวลาไปสู่สมัยรัชกาลที่5 และได้พบกับคุณหลวงอัครเทพวรากร (ปกรณ์ ลัม) และครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยคุณหญิงแสร์ (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) และคนรับใช้ตัวดีอย่างม้วน (ปวันรัตร์ นาคสุริยะ) การปรากฏตัวของเมนี่ (มณีจันทร์) ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นในโลกอดีต แต่ขณะเดียวกันเธอก็จะต้องถูกดึงตัวกลับมาปัจจุบันในทุกครั้งที่กระจก

Screen shot 2011-06-13 at 11.45.29 PM

Script Space และ Timing ในเฉาก๊วยถ้วยสุดท้ายฉบับใหม่ที่ทำให้ทั้งดีขึ้นและแย่ลง

ผู้เขียนได้มีโอกาสดู “เฉาก๊วยถ้วยสุดท้าย” เมื่อครั้งที่เป็นละครในเทศกาลละครกรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษคือบทละครที่มีลูกเล่น คมคาย และจิกกัดความคิดทฤษฏีของละครเวทีได้อย่างแสบสันต์ ซึ่งก็ย่อมน่าสนใจไม่น้อยหากละครขนาดกระทัดรัดเมื่อครั้งนั้นจะถูกนำมา Restage แบบใหม่ จัดใหญ่และจัดหนักกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงบริบทจากละครที่เล่นในชั้นสองของร้านอาหารเล็กๆ เมื่อคราวที่แล้วมาสู่โรงละครขนาดเล็กที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการขยายเรื่องราวเข้าไปอีกย่อมทำให้ “เฉาก๊วยถ้วยสุดท้าย” เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งมันก็มีทั้งสิ่งที่เวิร์คและไม่เวิร์คไปพร้อมๆ กันนั่นแหละ เรื่องราวของ “เฉาก๊วยถ้วยสุดท้าย” เวอร์ชั่นใหม่นั้นเปลี่ยนบริบทเป็นมหาวิทยาลัย SDU (ซึ่งจะไปคล้องคล้ายกับอันได้ก็แล้วแต่จะตีความแล้วกัน) และที่อาจารย์ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันคือละครแบบไหนที่เหมาะจะเป็นละครสำหรับเปิดโรงละครแห่งใหม่ แน่นอนว่าการโต้เถียงดังกล่าวนำมาซึ่งการถกเถียงว่าละครที่ดีคืออะไร ทฤษฏีละครแบบไหนที่ “ใช่” กันแน่ รวมทั้งความคิดที่ว่าละครกับชีวิตจริงจะไปด้วยกันได้ (หรือไม่ได้)

Director Lab: การขยับและปรับตัวของเครือข่ายละครกรุงเทพ

บทนำ

Powered by Free Wordpress Themes