TV Bite
วิวาห์ว้าวุ่น…ตบกันทำไม?
พ.ค. 24th

ยังดูเรื่องนี้ไม่จบแต่ขอวนมากัดหน่อย ว่าทำไมละครที่ปูเรื่องมาดี มีปม มีคาแร็คเตอร์ดี ๆ อยู่ ถึงทำลายลงไปซะงั้นเล่า!!
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าก็ดูเรื่องนี้มาพักนึง ก็สนุกดี พระเอกจับพลัดจับผลูต้องแต่งงานกับนางเอกสุดแสบ ฝ่ายชายก็ดันเจ้าชู้กะล่อนตัวพ่อ (ถ้าพี่เคนไม่เล่นเนี่ยก็ไม่รู้ว่าใครเล่นแล้วสาว ๆ จะยอมให้อภัยบ้าง) ซึ่งโทนของมันเนี่ยมาแนวละครเกาหลีเลย สนุกปนฮา มีมุกทะลึ่ง ๆ บ้างพอประมาณให้ขำคิก ๆ กันได้อยู่
แต่..วันนี้เปิดมาฉากแต่งงาน..ทำไมต้องส่งนางเอกมาเจอนางอิจฉาแกล้งจนหมั่นไส้ จากนั้นแล้วก็ตบ ๆ ๆ กรี๊ด ๆ ๆ แล้วก็จิกหัว ขยี้ผม อะไรกันเนี่ย.. ดูไปก็ปวดขมองไปว่ามันจะใช้พลังเอเนอร์จี้อะไรกันขนาดน๊านนนน
คิดไปแล้วก็ปวดขมองว่าละครไทยดี ๆ เมื่อไรมันก้าวพ้นวิบากกรรมแบบนี้เสียที หรือว่ามันกลายเป็นเอกลักษณ์ของละครไทยไปแล้วกันเนี่ย (คิดถึงจุดนี้แล้วก็ถอนหายใจ…เฮ้อ)
Jin ~ หมอทะลุศตวรรษ
พ.ค. 22nd

จากพล็อตเรื่องแนว ๆ ว่าด้วยคุณหมอศัลยแพทย์ประสาทอัจฉริยะ แต่ดันหลงไปสู่ยุคเอโดะและการผจญภัยเพื่อเปลี่ยนแปลงและหาหนทางสู่อนาคต Jin~หมอทะลุศตวรรษ เลยเป็นส่วนผสมประหลาด ๆ ระหว่างละครพีเรียด วิทยศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ และเนื้อเรื่องแนว Sci-Fi ผสมกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น!! (มันเอาซะหลายมุมเลยนะเนี่ย) More >
Rookies: ค้นหาความฝันและคว้ามัน
พ.ค. 16th

ก่อนหน้านี้ผมรีวิว Rookies: Graduation ซึ่งเป็นภาคจบของ Rookies เวอร์ชั่นซีรีย์ และวันนี้ก็จะขอหยิบเอาเวอร์ชั่นทีวีนี่แหละเอามาแบ่งปันว่ามันยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจากคอซีรีย์ญี่ปุ่นจริง ๆ และไม่แปลกว่ามันจะคว้ารางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Best Drama / Best Actor / Best Theme Song / etc. More >
Saru Lock: ไร้สาระก็ทำให้สนุกได้นะเฟร้ย
พ.ค. 10th

จากหนังการ์ตูนสุดฮิต กลายเป็นซีรี่ย์ (อีกแล้ว) ซึ่งงานนี้ก็มีลูกบ้ามากมายเน้นความสนุกแบบไร้สาระเต็มรูปแบบตามรอยการ์ตูนก็ว่าได้ (ซึ่งเหมือนเป็นวัฒนธรรมของประเทศนี้ไปแล้วว่าการดัดแปลงการ์ตูนเป็นละครทีวีมักประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายเสียทุกทีสิน่า) More >
Change: การเมืองที่ดีเกิดขึ้นเพราะคนที่ดี
ธ.ค. 12th
ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองค่อนข้างจะน่าเบื่อกับน้ำเน่าเละเทะของเหล่า บรรดาคนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้แทน” แต่เราอาจจะนั่งมองหน้ากันแล้วคิดว่า “ไอ้พวกนี้มันเป็นผู้แทนได้ไงวะ” เพราะคำพูดและสติปัญญาไม่ได้แสดงซึ่งความเป็นคนที่นำพาประเทศชาติไปสู่ความ เจริญได้อย่างไร
เบื่อไหมครับที่จะรู้สึกว่าการเมืองมันไร้ค่าสิ้นดี ดูไร้ความหวัง
มันก็อาจจะจริงอย่างนั้น แต่บางครั้ง เราก็ต้องสร้างความหวังให้กับตัวเราก่อนจะสิ้นศรัทธาไป
CHANGE ละคร TV Series จากประเทศญี่ปุ่นที่ทางช่อง TPBS นำมาฉายได้สักพักแล้วนั้นอาจจะเป็นยาดีและ “แรง” ที่จะทำให้เรารู้สึกดี ๆ กับการเมืองขึ้นมาบ้าง เรื่องราวของละครเรื่องนี้เกี่ยวกับนายอาซาคูระ เคย์ตะ ครูหนุ่มในบ้านนอกต้องกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะพ่อและพี่ชายที่เล่น การเมืองประสบอุบัติเหตุ
สิ่ง หนึ่งที่เคย์ตะรู้สึกอยู่เสมอในช่วงแรกก็คงไม่ต่างจากที่หลาย ๆ คนจะรู้สึกตอนนี้ คือการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ นั่นคือเหตุผลที่เขาหลีกเลี่ยงจนแทบจะวิ่งหนีไปจากการเลือกตั้ง
แต่ สิ่งหนึ่งที่เคย์ตะมี และนักการเมืองทั่ว ๆ ไปไม่มีคือความบริสุทธิ์ของจิตใจ และความปราถนาที่จะรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่หนักอึ้งของเขา และนั่นทำให้เขาก้าวเข้าสู่รัฐสภา ก่อนจะจับผลัดจับผลูไปเป็นนายกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (เอ๊ะ มันคล้าย ๆ กับเมืองไทยยังไงก็ไม่รู้นะ) และเรื่องราวที่เหลือของเรื่องคือการปฏิบัติหน้าที่ ศรัทธาต่อการเมือง โฉมหน้าและเบื้องหลังอันโหดร้ายที่เขาต้องต่อสู้เพื่อปกป้องประชาชน
ความ เจ๋งและเด็ดขาดของเรื่องนี้คือบทละครที่ผูกเรื่องไว้ได้อย่างละเอียดยิบ แต่ก็แปลความยุ่งเยิงและวิชาการของการเมืองให้กลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านจะดู และลุ้นไปกับพระเอกได้อยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่เรื่องได้พยายามแสดงอยู่ทุกตอนคือการซื่อสัตย์ต่อจิตใจและจรรยา บรรณของตัวละคร แม้ว่าแรก ๆ พระเอกแทบจะไม่มีใครอยู่ข้างเดียวกับเขาเลย แต่เพราะความปราถนาอย่างแรงกล้าและการทุ่มเทแบบเอาชีวิตเข้าแลก นั่นทำให้ทีมงานและคนรอบข้างเริ่มปันใจและเปลี่ยนมาสนับสนุนเขาอย่างเต็ม กำลัง
คำ พูดหนึ่งที่ตัวละครหลายคนมักพูดกับเคย์ตะคือ “คุณทำให้ผมนึกถึงวันที่ผมได้รับเลือกตั้งครั้งแรก” นั่นเพราะนายกมือใหม่ของเราเต็มไปด้วยจิตใจที่คำนึงถึงประชาชน ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างถึงที่สุดเพราะเขาได้สัญญากับทุกคนแล้วว่า เมื่อเขาเป็นผู้นำ ไม่ใช่ว่าเขามีอำนาจมากกว่าใคร หากแต่เขาคือคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน คนที่ควรช่วยเหลือประชาชนมากกว่าใช้อำนาจไปวัน ๆ
ฟังแล้วมันละเหี่ยใจกับสิ่งที่เราเห็นทางทีวีไทยกันบ้างไหมครับ
บท ละครของ CHANGE น่าจะเป็นตัวอย่างบทละครชั้นเยี่ยมที่มีการทำการบ้านอย่างดี มีการหาข้อมูลเชิงเลิกในรัฐสภา ระบบการทำงานต่าง ๆ ของการเมือง รวมทั้งวิธีการทำงานต่าง ๆ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นสร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อ มีเหตุมีผลอย่างหนักแน่น ตัวละครทุกตัวล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองจนเราต้องแอบเชียร์หลาย ๆ คนไปพร้อม ๆ กัน การดำเนินเรื่องกระชับและหาจังหวะต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ยืดเยื้อหรือขยี้อารมณ์แบบละครน้ำเน่าเมืองไทย
เรียกว่า 11 ตอนตั้งแต่ต้นจนจบนั้น เป็นความรู้สึกที่อิ่มแบบพอดี และจบด้วยรอยยิ้มและอิ่มเอิ่บมาก ๆ
ส่วน เรื่องการแสดงนั้น ทาคุยะ คิมูระ พระเอกอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่นก็แสดงได้สมราคาพระเอกคุณภาพ (สังเกตไหมครับ พระเอกเมืองนอกเนี่ย หน้าตาดีแถมแสดงเก่งอย่างเทพ ตรงข้ามกับเมืองไทยลิบลับ) การแสดงหลาย ๆ ฉากของเขาเรียกว่าทำเราอึ้งกันไปเลย (ถ้าใครทันดูตอนสุดท้าย จะเห็นฉากการแสดงที่เรียกว่าทำให้เขาได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมแห่งปีกันเลย ) ส่วนนักแสดงอื่น ๆ ก็เรียกว่าดูเนียนไปกับเรื่อง มีพัฒนาการอยู่ตลอด ขณะเดียวกันก็คงเสน่ห์ไว้ได้อย่างดี
จุด ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งที่ผมมักพูดกับคนที่ไม่เคยดูละครญี่ปุ่นว่า ละครญี่ปุ่นตัวละครแม้จะเยอะแค่ไหน แต่เขามีวิธีที่จะทำให้ทุกครั้งที่ตัวละครออกมากลายเป็นที่รักของคนดูโดยบท ที่ออกมาไม่ใช่ว่าจงใจยัดเพื่อให้มี “คิว” แต่อย่างใดเลย
โดย ส่วนตัว เมื่อผมดูละครเรื่องนี้จบ ผมรู้สึกดีมาก ๆ กับความหวังที่ละครได้สร้างขึ้นมาให้กับผู้ชม ซึ่งนั่นอาจจะเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของละครที่ต้องการสร้างให้ผู้ชม
ศรัทธา และความหวัง คือสิ่งที่ทำให้ประชาชนกล้าที่จะเชื่อมั่นในตัวนักการเมือง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง แม้ว่าในความเป็นจริงเราอาจจะต้องหวังให้นักการเมืองทำตัวดีให้สมกับความ หวังของเราด้วย ไม่ใช่แค่หวังกับประชาชนอย่างเดียว แต่อย่างน้อย ถ้าไม่มีใครเริ่มจะเปลี่ยน มันก็คงเหลวแหลกแบบทุกวันนี้ไปเรื่อย ๆ
CHANGE คือละครดี ๆ ที่พ่วงรางวัลมากมายจากประเทศตัวเอง ซึ่งคนไทยน่าจะดูมาก ๆ ในช่วงเวลานี้ อย่างน้อยก็จะได้เปิดตาไปดูอะไรดี ๆ แทนที่ละครตบตี น้ำเน่าที่สรรหามามอมเมาคนดูกันอย่างไร้รสนิยมสิ้นดี

