All posts in Theater Bite
เปิดสวิตช์หัวใจ เดอะมิวสิคคัล: ละครชุมชน เพื่อชุมชน (B)
ปรกติผู้เขียนไม่ค่อยได้มีโอกาสไปดูละครเวทีที่ต่างจังหวัดบ่อยนัก แต่เพราะความน่าสนใจบางอย่างของ Invitation ใน Facebook ของผู้เขียนที่ส่งมาจากคนทำละครคนหนึ่งในจังหวัดลำปางทำให้ผู้เขียนตัดสินใจสะพายเป้ออกเดินทางไปดูละครถึงภาคเหนือ ความน่าสนใจนั้นคือละครเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อการศึกษา ไม่ใช่เป็นงานศิลปะขั้นจัดแบบคณะละครอาชีพในกรุงเทพ แต่มันคือละครที่มีเนื้อหาบางอย่างเกี่ยวกับชุมชนของคนจังหวัดลำปาง และกำลังทำหน้าที่ในการพลักดันสังคมในบริบทที่เราแทบไม่มีโอกาสได้เห็นในสังคมเมืองด้วยซ้ำ ซึ่งมันกำลังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เปิดสวิตช์หัวใจ เดอะมิวสิคคัล เป็นละครเวทีการกุศล เพื่อสร้างศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งถ้าเรามองแบบผ่านแล้วนั้น มันก็คงคล้ายๆ กับคอนเสิร์ตการกุศลแบบที่เรามักเห็นกันทั่วๆ ไปเพื่อระดุมทุน แต่ถ้าเราได้ชมละครแบบเต็มๆ เช่นเดียวกับผู้ชมชาวลำปางที่เนืองแน่นในหอประชุมวรกัญญวลัย โรงเรียนลำปางกัลยาณีนั้น เราก็จะรับรู้ว่าละครเวทีเรื่องนี้กำลังพูดอะไรบางอย่างมากกว่าแค่ละครคั่นฉากเพื่อให้คนใหญ่คนโตมายืนถือเช็คถ่ายรูปแบบที่เราคุ้นตากัน เรื่องราวของเปิดสวิทช์หัวใจ เดอะมิวสิคคัล อ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริงของโครงการเปิดสวิทช์หัวใจที่รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องรับภารกิจในการระดุมทุนสร้างศูนย์ผ่าตัดหัวใจขึ้นในจังหวัดลำปางโดยหมายที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากที่รอโอกาส แต่การระดุมทุนต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิดเพราะต้องต่อสู้กับอคติของคนจำนวนมากที่มักมาพร้อมกับคำพูดทำนองว่า “มาขอเงินกันอีกแล้ว ขออยู่นั่นแหละ” “ไม่มีจะกินอยู่แล้ว ยังจะขออยู่ได้” ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคขวากหนามที่ร้ายกาจจนทำให้ตัวละครเอกถึงกับเสียศูนย์เลยทีเดียว แต่เพราะแรงใจและอุดมการณ์จึงพลักดันให้โครงการเปิดสวิทช์หัวใจดำเนินต่อไปได้ และรอวันที่จะสำเร็จจากชาวลำปางทุกๆ …
ร่างก(ลาย)ดี: ถึงเวลาที่จะรักตัวเอง…เสียที (B+)
น้อยคนนักที่จะรู้จักพอใจตัวเอง เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมนุษย์เราคงไม่ต้องมาแต่งองค์ทรงเครื่องกันให้วุ่นวายในทุกๆ วัน ตลอดจนการพยายามเข้าคอร์สลดน้ำหนัก คอร์สหน้าใส ฯลฯ กันให้ควั่ก เพื่อจะได้มีร่างกายที่ดู “ดี” กับเขาบ้าง แต่หลังจากดู “ร่างก(ล)ายดี” ผลงานศิลปนิพนธ์ของ ทิพย์ตะวัน อุชัย จากอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ผู้ชมอย่างเราๆ อาจจะต้องกลับมาตั้งคำถามและพิจารณามุมมองที่เรามีต่อร่างกายเสียใหม่อีกครั้ง ว่าที่ผ่านมานั้นเรามองอะไรผิดไปหรือเปล่า? ร่างก(ล)ายดีเป็นการแสดงบทพูดเดี่ยว (Monologue) ของตัวละคร Eve Ensler ที่เป็นนักเขียนและนักเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งเล่าประสบการณ์ชีวิตของเธอที่มีความไม่สบายใจกับพุงที่ใหญ่ของเธอ จนก่อตัวขึ้นกลายเป็นปมปัญหาที่ยิ่งใหญ่และทำให้เธอต้องออกค้นหาวิธีในการที่จะกำจัดปัญหานั้น ตลอดการเดินทางเพื่อที่จะค้นพบทางออก Eve
รสแกง: รสชาติชีวิต (B+)
เขาว่าอาหารก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ มันมีรสชาติปนเปกันไปตามแต่ช่วงเวลาในแต่ละชีวิต คล้ายๆ กับเครื่องปรุงสี่รส เปี้ยว หวาน เผ็ด มัน ที่ละครเวที "รสแกง" วางไว้ให้คนดูเลือกแสดงความเห็นต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ลงในชามของตัวเอง และ "รสแกง" ก็ประกอบไปด้วยรสชาติที่คลุกเคล้าด้วยวัตถุดิบมากมายจนถึงขั้นพิสดาร เพื่อให้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่ท้าทายจินตนการของผู้ชมที่ร่วมประสบการณ์ไปกับการปรุงชีวิตครั้งนี้ เหล่านักแสดงห้าคนเป็นเสมือนเชฟผู้ปรุงอาหารโดยใช้ร่างกายตัวเองเป็นเครื่องมือในการ "ปรุงละคร" ให้เกิดเรื่องราวและอรรถรสต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า "อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราววิถีประจำชาติที่สะท้อนวัฒนธรรมและผ่านอาหาร วัตถุดิบต่างๆ ที่ถูกนำมาปรุง หรือแม้แต่การพยายามที่จะลิ้มรสอาหาร แม้ว่าเรื่องราวของ "รสแกง" ในลักษณะของ "เรื่อง" จริงๆ อาจจะมีให้จับต้องและติดตามอยู่ยากเสียหน่อย เพราะคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะมานั่งปะติปะต่อว่าทำไมต้องมานั่งดูคนห้าคนเคลื่อนไหวไปพลาง
ทึนทึก 3: จะฮาไปไหน (A-)
นี่อาจจะเป็นหนึ่งในละครเวทีซิท-คอมของไทยที่ดีที่สุดและสนุกที่สุด!! นั่นคือความรู้สึกแรกๆ ของผมที่ได้ดูทึนทึก 3: One Night in Tokyo ของ Dreambox จบลง เพราะมันประกอบไปด้วยทุกอย่างที่จัดจ้านและลงตัวอย่างน่าพิสมัย ตั้งแต่บทละครที่เฉียบคม การกำกับที่จังหวะลงตัว นักแสดงที่เล่นได้อย่างถึงกึ๋น ตลอดจนเทคนิคและองค์ประกอบศิลป์ที่สมบูรณ์ในตัวเอง ซึ่งนั่นคือบทพิสูจน์ที่ทำให้ Dreambox ยังคงถูกจัดอยู่ในตำแหน่งแนวหน้า (หรืออาจจะเป็นผู้นำหน้าเสียด้วยซ้ำ) ของวงการละครเวทีอาชีพเมืองไทย! เรื่องราวของทึนทึก 3: One Night in Tokyo นั้นเป็นเหมือนซีรี่ยต่อเนื่องจากสองภาคแรกที่เคยแสดงไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2535 โดยในภาคล่าสุดนั้นเริ่มเรื่องเมื่อเวลาผ่านจากภาคที่สองมาได้สามปีที่ทุกอย่างดูจะราบรื่นปนดังชีวิตปรกติทั่วไป หากแต่เมื่อมีเหตุการณ์เด็กชายชาวญี่ปุ่น
สี่เส้า: เส้าที่ไปไม่ถึง (B-)
ไอเดียการนำเรื่องราวสั้นๆ สี่เรื่องจากสี่ผู้กำกับที่เล่าเรื่องภายใต้ Theme เดียวนั้นอาจจะไม่ใช่อะไรใหม่เพราะเราเห็นกันบ่อยๆ กันในวงการภาพยนตร์ แต่ที่น่าสนใจก็คือพอเป็นละครเวทีนั้น ผู้กำกับและผู้เขียนบทจะสามารถรวบรัดความให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายในระยะเวลาสั้นๆ ได้หรือไม่? สี่เส้า งานละครเวทีสั้น 4 เรื่องจากสี่ผู้กำกับ(และเขียนบท) ก็คงอยู่ใต้ความท้าทายนั้นในการหยิบเรื่องราวความรักในแต่ละมุมมาถ่ายทอด แน่นอนว่าแต่ละเรื่องนั้นมีความน่าสนใจในตัวเอง รวมทั้งไอเดียเริ่มต้นที่น่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดมันกลับไปไม่ถึงจุดที่มันควรจะเป็นในทุกๆ เรื่องเสียนี่ จะรักเธอเป็นคนสุดท้าย (C) ปัญหาสำคัญของละครโดยศิรเมศร์ อัครภากุลเศรษฐ์คือบทละครที่แข็งกระด้างมากจนทำให้ตัวละครลุงซี่งมานั่งรอคอยความรักและพร่ำเล่าเรื่องราวรักในอดีตนั้นดูเลื่อนลอยและปะติปะต่อให้กลายเป็นภาพรวมที่สะท้อนองค์ความคิดหลักของเรื่องไม่ได้ ผลสุดท้ายคือแม้ละครจะมีประโยคเด็ดๆ หรือปรัชญาดีๆ อยู่บ้าง แต่ด้วยความกลวงและไม่เป็นธรรมชาติของบทเลยทำให้นักแสดงที่เล่นบนเวทีก็ไม่สามารถจับคว้าหรือหยิบฉวยอะไรเพื่อที่จะ "เล่น" เพื่อถ่ายทอดมันออกมาได้นอกเสียจากการพูดบทที่ถูกยัดใส่ปากนักแสดงเพียงเท่านั้น แต่งงานกันนะ (C+) งานละครของช่อลดา สุริยะโยธินนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อต้องการจะพูดถึงแรงผูกพันของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีกับความรักและคำว่าแต่งงานจนทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนไม่ได้เป็นไปอย่างวาดฝันไว้ แต่ข้อเสียสำคัญอีกนั่นแหละคือการที่บทละครเล่าในมุมมองของตัวละครหญิงที่พยายามพูดกับคนดูมากกว่าพูดกับคู่แสดงด้วยกัน นั่นเลยทำให้ความ "กลม"
งหฦก รักออกเสียงไม่ได้: คลุกเคล้าหลากรส (B-)
เขาว่ารักมันเป็นส่วนผสมของทุกอารมณ์ ทั้งสุข ดีใจ เศร้า เสียใจ ฯลฯ จนนำมาซึ่งเรื่องราวนับไม่ถ้วนเล่าได้ไม่ซ้ำกัน และเมื่อคณะฮ่อแร่ดการละครนำเอาเรื่องรักมาเป็นประเด็นและแตกออกเป็นละครสั้นจำนวนเจ็ดเรื่อง จึงไม่แปลกที่เราจะได้พบกับประสบการณ์ของละครหลากอารมณ์ ทั้งที่ทำให้รู้สึกอมยิ้มกับไปเรื่องรัก ตลอดจนถึงหดหู่เศร้าหมอง นั่นรวมไปถึงคุณภาพของละครที่มีตั้งแต่เวิร์คไปจนถึงแป๊กด้วยเช่นกัน ผู้ชายข้างข้าง (B+) ด้วยบทละครที่เรียบง่ายแต่ละเอียดและมีน้ำหนัก ทำให้ละครสั้นๆ ว่าด้วยสาวเปิ่นกับจินตนาการเกี่ยวกับผู้ชายสุดหล่อที่มานั่งข้างๆ กลายเป็นเรื่องตลกที่น่ารักน่าหยิกพร้อมๆ กับสนุกและยิ้มหวานในความละมุนละไมของความรักประเภทแอบมองเขาข้างเดียว ซึ่งความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อนของเรื่องนี่เองที่ทำให้เรื่องโฟกัสไปที่ประเด็นตั้งแต่ต้นจนจบ หากจะขาดเพียงแค่ความชัดเจนและจังหวะในการแสดงที่ต้องสวิตช์ไปมาระหว่างความจริงและจินตนาการอันจะทำให้เรื่องดูสนุก ชัดเจน และน่าลุ้นติดตามมากขึ้นไปอีก ปืนของคอบร้า (C-) ในทางกลับกันของเรื่องที่แล้ว ปืนของคอบร้ามีพล็อตเรื่องที่พยายามเล่นกับเรื่องการสลับสับเปลี่ยนประเภทผิดฝาผิดตัว และการลำดับเวลาที่กลับไปกลับมาเพื่อเฉลยปริศนาที่ผูกไว้ อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและความไม่เคลียร์ของตัวบทที่เผยเรื่องราวต่างๆ กลับกลายทำให้ละครเต็มไปด้วยความงงงวย สับสน และไม่ชัดเจนในด้านในด้านหนึ่งก่อนที่เหมือนละครจะรีบรวบเฉลยจบแบบพลุนพลัน ผลสุดท้ายคือคนดูไม่รู้จะจับต้นชนปลายหรือเอาอะไรให้เป็นประเด็นเพื่อจดจำนอกจากประเด็นเรื่องของรักสามเส้าของคนสามเพศที่เบลอๆ งงๆ
1+1=1: ลงตัวแบบมีชั้นเชิง (B)
ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะเห็นการพัฒนาและก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของการแสดงแบบ Contemporary Performance ในเมืองไทย เพราะแค่วิถีแบบเดิมก็ยังเป็นที่รู้จักของคนกลุ่มเล็ก และถูกตราหน้าว่ายากจะเข้าใจ แล้วครั้นจะสร้างรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดไปจากเดิมอีกนั้น ก็ย่อมเสี่ยงจะทำให้คนดูเบือนหน้าหนีเอาได้ง่ายๆ หากไม่แน่จริง
แต่ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นพพันธ์ บุญใหญ่ และมนุสส วรสิงห์ ก็กล้ามากพอที่จะทดลองส่วนผสมที่หลากหลายเพื่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ใหม่ๆ ขึ้นมา อีกทั้งยังเชิญชวนให้ผู้ชมได้ร่วมค้นหาไปกับพวกเขาได้อย่างเพลิดเพลิน
และที่น่าประทับใจคือส่วนผสมของ Physical Movement, Sound และ Video Multimedia ซึ่งดึงเอาเอกลักษณ์และความ "ติสต์" ของแต่ละคนมาเป็นผสมเข้าด้วยกันนั้น ดันเป็นส่วนผสมที่
ม้า..แค่อยากเป็นม้า ไม่อยากเป็นคน (B+)
การที่เราจะมีความสุขนั้น จะต้องอาศัยตัวตนอันเป็นที่พอใจสำหรับคนอื่นหรือการเป็นตัวตนของเราจริง ๆ กันแน่ นั่นคือสิ่งที่ถกเชิงปรัชญาและนำเสนอในผ่านวรรณกรรมและละครมานับไม่ถ้วน และ "ม้า..แค่อยากเป็นม้า ไม่อยากเป็นคน" ก็เป็นหนึ่งในงานละครที่นำเสนอประเด็นดังกล่าวออกมาอย่างน่าสนใจ ด้วยคอนเซปต์ละครที่แปลกใหม่ ไม่จำเจ และท้าทายประสบการณ์ผู้ชมอยู่ไม่น้อย
ละครเล่าเรื่องของตัวละคร 6 คน (หรือตัว?) ที่มีชีวิตอยู่ในสังคมด้วยสภาวะที่ต้องสัมพันธ์กับคนอื่นในสถานะต่าง ๆ ตั้งแต่อาจารย์เพื่อนร่วมภาควิชาเดียวกัน เจ้าของบาร์กับลูกค้า หรือเด็กหนุ่มกับอินเตอร์เนต ฯลฯ ซึ่งทุกคนล้วนเสมือนมีแผลในใจกับตัวตนที่ตัวเองกำลังเป็นจนต้องดิ้นรนออกมาในวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะครูแก่ที่ใกล้เกษียณซึ่งหาหลักจับให้กับบั้นปลายชีวิตในขณะที่ครูสาวผู้โดดเดี่ยวก็คลั่งไคล้กับการเชียร์ศิลปินจากการแข่งขันเรียลลิตี้โชว์ นักศึกษาญี่ปุ่นผู้อกหักจากสาวไทย หรือกับหญิงสาวโสดสนิทที่แอบโหยหาความรักเช่นเดียวกับเจ้าของที่เฝ้าถามคำถามว่าเหตุใดเขาถึงถูกเมียทิ้ง จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือบรรดาตัวละครที่ไม่ต่างคนปรกติทั่วสามสาวทรามทราม: เหตุผลของคนทราม (B)
คนจะเลว ก็มักจะมีเหตุผลในการเลวของตัวเอง จนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนเลว
นั่นคงเป็นทั้งความจริงทั้งในโลกจริงและโลกละครของ "สามสาวทรามทราม" ที่พาเราไปแกะรอยเบื้องหลังชีวิตของตัวละครซึ่งมีชีวิตบนคำจำกัดความที่ว่า "ทราม" เพื่อที่เราจะได้เห็นมุมมอง แง่คิด และสาเหตุของความหายนะต่าง ๆ นานา เรื่องราวของ "สามสาวทรามทราม" เริ่มขึ้นเมื่อ เปิ้ล นวล แอน สามสาวที่บังเอิญมาเจอกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งสามได้เสียชีวิตไปแล้ว และกำลังถูกตัดสินว่าจะได้มีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์ หรือตกลงไปในนรกโดยเหล่าสภาสัมภเวสี (ซึ่งก็คือคนดูนั่นแหละ) เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด และทั้งสามคนก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองออกมาให้เราได้พิจารณาตัดสินกัน เริ่มตั้งแต่Bangkok Theatre Festival #Day1
เนื่องจากปีนี้ต้องดูละครเยอะเป็นพิเศษ เลยขอเขียนแบบรวบรัดเป็นรีวิวในแต่ละวัน เผื่อเป็น Guide ให้กับคนที่อยากได้เป็นแนวทาง (ขออนุญาตไม่ให้เกรดเนื่องจากมีผลเรื่องการตัดสินละครยอดเยี่ยม) 1. หน้าทับ - องศาศิลป์ เป็นงานระยุกต์หลาย ๆ อย่างของศิลปะไทย ไม่ว่าจะเป็นโขน จนไปถึงการตีกลองสะบัดชัย ให้ค้นหาและต่อยอดเป็นสิ่งที่ร่วมสมัย เช่นการผสมกับดนตรีที่เป็น POP เข้ากับจังหวะของโขน การประยุกต์ท่าเต้น ท่ารำของโขนให้มีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น (จนเราอาจจะคิดว่ามันละม้ายคล้ายกับ K-Pop ปัจจุบันเลย) ซึ่งกระบวนการพัฒนาต่าง ๆ นั้นทำได้ดี ทำให้งานศิลปะดูสนุกและตื่นตาตื่นใจมากขึ้นพร้อม ๆ กับเชื่อมโยงความงามในแบบเดิมได้ 2.
เด็กพิเศษ: ผิดที่(ไม่)ปรกติ (B+)
เรื่องราวของเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะในความหมายของเด็กออทิสติก เด็กที่มีพัฒนาการช้ากว่าปรกติ หรือคำพูดแรงอย่าง "เด็กปัญญาอ่อน" เป็นหนึ่งในประเด็นที่ละครหรือภาพยนตร์ดี ๆ มักหยิบมาพูดถึงหรือนำเสนอ เพราะเป็นความท้าทายสำหรับผู้เขียนบท ผู้กำกับและนักแสดงอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องพยายามทำความเข้าใจ "ความพิเศษ" ของคนที่อยู่ในภาวะดังกล่าว
"เด็กพิเศษ" จาก Spring Theatre ก็เป็นหนึึ่งในละครดี ๆ ที่พาคนดูไปสัมผัสเรื่องราวของเด็กพิเศษมาพูดด้วยอีกมุมมองหนึ่งซึ่งน่าสนใจและน่าค้นหาอยู่ไม่น้อย ด้วยเนื้อของบทที่มีชั้นเชิง ละเอียดลึก และการแสดงที่เข้มข้นของนักแสดง เรื่องราวของ "เด็กพิเศษ" เริ่มเรื่องเมื่อผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของรายการทอล์คโชว์รายการหนึ่งที่กำลังสัมภาษณ์ "สุดา" มารดาของ "ภรณ"อีหนูขอบอก: เด็ก (และละครเรื่องนี้) มีปัญหา (C+)
เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ผู้ใหญ่ในวันนี้เลยพยายามจะเลี้ยงดูเด็กด้วยสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าดีกับเด็ก แต่ไป ๆ มา ๆ มันกลายเป็นยัดเยียดให้กับเด็ก โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด อาจจะไม่ได้ดีที่สุดกับเด็กก็ได้
เช่นเดียวกับละคร "อีหนูขอบอก" ละครเวทีเรื่องล่าสุดจากคณะละครเสาสูง ที่บังเอิญยัดเยียดหลาย ๆ อย่างลงไปในละคร และท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คิดนั่นแหละ เรื่องราวของ "อีหนูขอบอก" เริ่มเมื่อ เอิ๊บและบาส สองสามีภรรยาพบว่าลูกอายุ 7 เดือนของตัวเองนั้นโตเร็วกว่าปรกติอย่างน่าประหลาด เพราะสามารถลุกขึ้นมาพูดจาเป็นประโยค เพื่อบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องการฟังเพลงโมสาร์ทที่เปิดกล่อมอีกต่อไป ด้วยความดีใจปนประหลาดใจทำให้ทั้งคู่มั่นใจถึงวิถีการทุ่มเทเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะของตนจนลืมฟังสิ่งที่ลูกกำลังเรียกร้อง กลับมัวไปพัลละวนบอกความตื่นเต้นกับคนอื่น จนท้ายที่สุด ลูกอัจฉริยะของทั้งสองคนเลยต้องลุกขึ้นมาทำอะไรเสียที ในขณะเดียวกันละครก็ตัดสลับกลับไปถึงอดีตความหลังเมื่อวันที่เอิ๊บและบาสยังไม่สามารถมีลูกกันได้เฉาก๊วย ถ้วยสุดท้าย: แหกกฏให้ฮาสนั่นโรง (A-)
ละครที่ดีคืออะไร? มีนักการละครและทฤษฏีละครมากมายพยายามจะบัญญัติมันด้วยกฏเกณฑ์ต่าง ๆ พยายามยกสิ่งที่เรียกว่า "ทฤษฏี" และ "รสนิยม" มาเป็นข้ออ้างเพื่อจัดระเบียบและให้คะแนนกับละครเวที โดยเฉพาะเรื่องการสร้างบทละครให้มี "คุณค่า" ด้วยกลวิธีต่าง ๆ
จนไม่วายที่กฏเกณฑ์ทฤษฏีเหล่านี้กลายเป็นเหมือนกรอบที่กั้นอิสระของนักการละครบางคนที่มองมันเป็น "ภาระ" มากกว่า "พาหะ" และเพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง เฉาก๊วย ถ้วยสุดท้าย จึงหยิบกฏต่าง ๆ มายำใหญ่ ล้อเลียน เสียดสี ชนิดเอาให้เชยและเสี่ยวชนิดระเบิดระเบ้อ แต่ก็ฮาสะใจคนที่คุ้นเคยหรือคลุกวงในวงการละครไปพร้อม ๆ กัน เรื่องราวของ














Recent Comments