<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bark n&#039; Bite &#187; Theater Bite</title>
	<atom:link href="http://www.barkandbite.net/category/bite/theater-bite/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.barkandbite.net</link>
	<description>วิจารณ์ไปเรื่อย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 16:45:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>เงามัจจุราช: ชำเลืองมองความตาย (B-)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/02/the-shadow-box-ngao-majuraj/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/02/the-shadow-box-ngao-majuraj/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 16:27:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[theatre]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเวที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1366</guid>
		<description><![CDATA[ความตายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะเผชิญหน้า แต่เมืื่อวันที่เราต้องพบกับมันจริงๆ แล้วนั้น เราจะทำตัวอย่างไรกัน จะปั้นหน้าแบบไหน และจะรู้สึกแบบใด นั่นอาจจะเป็นที่เรา ซึ่งเป็น “คนเป็น” ควรสบตามองและเรียนรู้จากละคร “เงามัจจุราช” อันเป็นละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก New Theatre Society ฝีมือการกำกับของ ดำเกิง ฐิทะปิยะศักดิ์ “เงามัจจุราช” เป็นการแปลและดัดแปลงจากบทละคร The Shadow Box ว่าด้วยเรื่องราวของคนสามกลุ่มที่มีแกนกลางอยู่ที่ชีวิตของคนหนึ่งในแต่ละกลุ่มที่กำลังจะตาย กลุ่มแรกเป็นของ “โจ้” ที่ต้อนรับการมาเยือนของ “นวล” ผู้เป็นภรรยาและ “มด” ลูกของพวกเขา ในขณะที่มดดูจะตื่นเต้นกับการมาสถานที่ใหม่ที่แปลกตาแถมได้พบกับพ่อที่ไม่ได้เจอหน้าเสียนาน แต่นวลกลับต่อต้านและไม่คิดที่จะเข้าใกล้บ้านหลังที่สามีของเธอกำลังจะถึงปลายทางของชีวิตเลยแม้แต่น้อย กลุ่มที่สองเป็นของ “บุรินทร์” เกย์หนุ่มใหญ่ที่ใช้เวลาในบ้านพักกับการเขียนหนังสือและทำในสิ่งที่ค้างคาใจอยู่โดยมีแฟนหนุ่ม “แม็ค” คอยช่วยเหลือ โดยแม้ว่าภายนอกเขาจะดูเข้มแข็งและกล้าเผชิญหน้ากับมันแต่แท้จริงแล้วเขาก็กลับเต็มไปด้วยความกลัวจนเมื่อ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/02/the-shadow-box-ngao-majuraj/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคคัล: รักสถาบันเสียดายคุณเปรม (C)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/12/see-pan-din-the-musical/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/12/see-pan-din-the-musical/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2011 16:04:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[musical]]></category>
		<category><![CDATA[scenario]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1315</guid>
		<description><![CDATA[การดัดแปลงวรรณกรรมนิยายมาเป็นสื่ออื่นอย่างภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวทีนั้น ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายในการตีความ และดัดแปลงบทประพันธ์ให้สามารถอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของแต่ละสื่อโดยที่ยังสามารถสื่อ “สาร” ของบทประพันธ์ออกมาได้โดยครบถ้วน หรือหากไม่แล้ว ก็ต้องแสดงมุมมองหรือการตีความใหม่จากผู้กำกับที่น่าสนใจให้ออกมาน่าเชื่อถือและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ชมได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการแปล แปลง และ แปรรูปบทประพันธ์ให้ไปสู่รูปแบบสื่อที่เปลี่ยนไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพียงแค่การถอดฉากสำคัญๆ มาเรียง วางบทสนทนาให้มีไลน์สำคัญๆ หรือการอนุมานว่าคนดูพอจะเข้าใจบทประพันธ์แล้วและเพียงแค่นำเสนออารมณ์หรือความตื่นตาตื่นใจในการเปลี่ยนรูปสื่อเท่านั้น หากแท้จริงแล้ว การแปรรูปสื่อดังกล่าวต้องอาศัยศิลปะอย่างมากในการถอดความเดิมก่อนจะถ่ายทอดผ่านกลวิธีและใช้ภาษาของสื่อใหม่อย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้มิติของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการรับชมนั้นยังได้คุณค่าตามที่เนื่อเรื่องให้มาได้เช่นเดียวกับที่จะสามารถดึงศักยภาพของสื่อใหม่ให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคเคิลจาก Scenario ภายใต้การกำกับของถกลเกียรติ วีรวรรณก็เป็นหนึ่งในละครเพลงที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวเมื่อต้องดัดแปลงจากวรรณกรรมนิยายขนาดยาวของม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมทย์ ซึ่งถือเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีความยาวในด้านเนื้อหา และความลึกของรายละเอียด และนั่นกลายเป็นอุปสรรคที่ทำละครซึ่งขาดความชำนาญในการดัดแปลงกลายเป็นงานที่จับได้แต่ตัวเปลือกของเรื่องและนำไปสู่การตีความที่ดูสวยงามแต่ขาดศิลปะะการเล่าเรื่องที่มารองรับเหตุและผล โดยใช้เพียงเทคนิคการเล่นอารมณ์และเค้นให้คนดูต้องท่วมท้นกับละครประหนึ่งกับระบายอารมณ์โดยไม่ได้มีโอกาสสัมผัสคุณค่าที่เป็นเนื้อแท้ของวรรณกรรมแต่อย่างใด เรื่องราวของสี่แผ่นดินเวอร์ชั่นมิวสิคเคิลนี้เล่าเรื่องอิงจากนวนิยายเดิมโดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นเรื่องซึ่งเป็นชีวิตแม่พลอยในสมัยเด็กที่ต้องออกจากบ้านที่คลองบางหลวงไปถวายตัวกับเสด็จและได้เติบโตจนไปสาวชาววังก่อนจะได้พบกับคุณเปรมและแต่งงานจนมีครอบครัว โดยเมื่อเวลาผ่านไปและลูกๆ ของพลอยก็โตขึ้นและกลายเป็นบุคคลที่มีบทบาทอยู่ในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เป็นแต่ละช่วงเวลาของชีวิตที่หลากหลาย มีทั้งขึ้นและลงของแม่พลอยตลอดช่วงเวลาของสี่แผ่นดินตั้งแต่รัชกาลที่ 5 จวบจนสมัยรัชกาลที่ 8 ว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องราวของสี่แผ่นดินนั้นนับว่ายาวมากและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เยอะจนสามารถนำไปสร้างเป็นละครได้หลายๆ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/12/see-pan-din-the-musical/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>A Love Song: ร่างกายที่เต้นไป (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/11/a-love-song/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/11/a-love-song/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Nov 2011 06:38:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[contemporary]]></category>
		<category><![CDATA[dance]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติ ชมพี]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[เต้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1296</guid>
		<description><![CDATA[เวลาที่เราได้ชมงานประเภท &#8220;ร่วมสมัย&#8221; นั้น ก็มักมาพร้อมกับความท้าทายในประสบการณ์เพื่อการตีความและขบคิดด้วยสมองของเราอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ฉีกขนบเดิมๆ และไม่ได้มีองค์ประกอบอย่างบทสนทนาเหมือนกับละครเวทีแบบเดิมๆ อย่างในกรณีของ Physical Theatre ซึ่ง Contemporary Dance เองก็เป็นหนึ่งในกรณีเดียวเช่นกันที่ผู้ชมเองก็จะมีประสบการณ์ที่ท้าทายอยู่ไม่น้อยเนื่องจากมันก็ออกจากขนบและวิธีเดิมๆ ที่เราเคยชมกันในบัลเล่ต์ รำไทย ฯลฯ A Love Song โดยกลุ่ม 18 Monkeys Dance Theatre ก็เป็นงาน Contemporary Dance ล่าสุดที่เพิ่งเปิดแสดงให้ผู้ชมชาวไทยได้มีโอกาสชมการแสดงประเภทนี้ที่ซึ่งปรกติก็หาชมได้ยากอยู่พอสมควร โดยตัวงานก็มีทั้งความน่าสนใจในวิธีคิด ตีความและถ่ายทอดออกมา ตลอดจนการรีดเร้นทักษะและความสามารถของนักแสดงที่ &#8220;จัดหนัก&#8221; ให้กับผู้ชมพอสมควร จิตติ ชมพี (ผู้กำกับและออกแบบท่าเต้น) สร้างงาน A Love Song ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/11/a-love-song/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คาฟคาและผม กับความขื่นขมในประเทศประชาธิปไตยนิยมที่สังคมใกล้ล่มสลาย (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/10/kafka-and-i/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/10/kafka-and-i/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Oct 2011 07:29:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[theatre]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญา]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเวที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1255</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับหลายๆ คนแล้ว ละครเวทีหรือภาพยนตร์อาจจะเป็นแค่การเสพศิลปะเพียงเพื่อหวังความบันเทิงเท่านั้น แต่สำหรับศิลปินหรือผู้ชมบางกลุ่มแล้ว ละคนเวทีกลับกลายเป็นขุมคลังและสื่อสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนพลังทางปัญญาของทั้งผู้สร้างงานและผู้ที่ได้ชมด้วย เราจึงมักเห็นละครเวทีหลายๆ เรื่องทำการวิพากษ์์ วิจารณ์ หรือวิเคราะห์ภาวะทางสังคม ไม่ว่าจะโดยทางอ้อม ทางตรง ละมุนละม่อม หรือโจมตีอย่างรุนแรง แต่ไม่ว่าจะเป็นออกมาในลักษณะไหนก็ตาม ทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้เห็นศักยภาพของศิลปะในฐานะกลไลสำคัญของสังคม ละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก BU Theatre ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณศักดิ์ สุขี ก็ใช้พลังของศิลปะการแสดงในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเมื่อเราได้ชมละครเวที &#8220;คาฟคาและผม กับความขมขื่นในประเทศประชาธิปไตยนิยมที่สังคมใกล้ล่มสลาย&#8221; จบลง เราก็จะได้รับประสบการณ์ของการขบคิดวิเคราะห์ และทบทวนประเด็นต่างๆ ที่ละครหยิบยื่นให้เราอย่างที่ละครหลายๆ เรื่องไม่เคยให้มาก่อน “มวน” (แปลว่าแมลง) เป็นนักศึกษาหนุ่มจากโคกดักดานที่เข้ามาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาสาขาสังคมศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา เขาเคยคิดว่าเขาจะได้พบกับอนาคตที่สดใสเหมือนเมื่อที่เขาเคยฝันและรู้สึกยากอยู่ที่บ้านเกิดของเขา แต่แล้วเมื่อเข้าเมืองกรุงและต้องพบระบบการศึกษาที่ต่างไปจากเดิมโดยเฉพาะการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เขาก็เริ่มพบว่าสังคมรอบข้างผิดปรกติต่างไปจากที่เขาเคยคิดเช่นเดียวกับตัวเขาเองก็เริ่มมีความผิดปรกติบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไป มวนก็เริ่มพบว่าคนเมืองไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดเช่นเดียวกับการเรียนในคลาสที่เขาถูกมองว่าแปลกแถมผลการเรียนก็มีปัญหาจนอาจารย์ต้องเรียกพบเนื่องจากทัศนคติและวิธีคิดของเขาต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง จากแรงกดดันและบรรยากาศรอบข้างของมวนก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป มวนเริ่มรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างของ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/10/kafka-and-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>You’re a good man, Charlie Brown &#8211; ก้าวแรกของเด็กน้อย (B-)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/10/you-are-a-good-man-charlie-brown/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/10/you-are-a-good-man-charlie-brown/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2011 15:07:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[mahidol]]></category>
		<category><![CDATA[msmu]]></category>
		<category><![CDATA[musical]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1223</guid>
		<description><![CDATA[ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการเคลื่อนไหวของวงการละครเวที โดยเฉพาะกับละครประเภท Musical หรือละครเพลงซึ่งเริ่มมีโปรดักชั่นออกมามากขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเรามีสถาบันการศึกษาที่จะผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นฟันเฟืองของวงการนี้มากน้อยแค่ไหน สาขาการแสดงละครเพลง (Music Theatre) ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลน่าจะเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีความชัดเจนเรื่องการฝึกทักษะผู้เรียนเพื่อเป็นนักแสดงในละครเพลงที่ต้องอาศัยความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น ร่วมกัน และผลงานล่าสุด “You’re a good man, Charlie Brown” ก็ถือเป็นงานละครระดับรั้วสถาบันอุดมศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว You’re a good man, Charlie Brown เป็นละครเพลง Musical ที่เปิดแสดงครั้งแรกในปี 1967 ประพันธ์โดย Clark Genser ซึ่งอ้างอิงจากเรื่องราวของ Charlie Brown และแก๊งค์ Peanuts อันเป็นการ์ตูนดังในสิ่งพิมพ์ของอเมริกาส่วนที่คนไทยจะรู้จักกันดีก็คือเจ้าหมาสนู๊ปปี้นั่นเอง ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/10/you-are-a-good-man-charlie-brown/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Damage Joy: หัวเราะร่าน้ำตาริน (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/09/damage-joy/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/09/damage-joy/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Sep 2011 14:48:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[b-floor]]></category>
		<category><![CDATA[Contemporary Performance]]></category>
		<category><![CDATA[nana dakins]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1215</guid>
		<description><![CDATA[เราจะทนนั่งดูความโหดร้ายที่กระทำต่อคนอื่นต่อหน้าเราได้ขนาดไหน? นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ผู้ชมจะตักตวงได้จากประสบการณ์การชม Damage Joy ของนานา เดกินส์ เพราะการแสดงจะนำพาให้เราเป็นหนึ่งในพยานของเหตุการณ์บ้าๆ บอๆ ซึ่งผสมไประหว่างความเจ็บปวดแสนสาหัสกับรอยยิ้มที่ฉาบไว้ให้ดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน ตัวละครสี่ตัวเดินเข้ามาในโรงละครพร้อมกับเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดและลีลาสนุกสนานไม่ต่างจากตัวตลกในคณะละครสัตว์หรือเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาสนุกกับการละเล่นต่างๆ ที่ก็ไม่ต่างเกมสนุกๆ ที่เราคุ้นเคย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่าความรุนแรงเริ่มสั่งสมมากขึ้น การเล่นที่เคยขบขันกลายเป็นเรื่องไม่ขำเพราะมีการ “เล่นจริง เจ็บจริง” บนเวทีและคนดูต้องนั่งดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องฉุกคิดว่าเรากำลังสนุกหรือเรากำลังทรมานกับความขบขันที่เหมือนจะเกิดขึ้นกันแน่ ในสังคมปัจจุบันของเรานั้น เรามักเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นตามสื่อต่างๆ อยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในเชิงการกระทำหรือแม้แต่ความรุนแรงในการใช้ภาษาต่างๆ นานา หลายครั้งหลายคราเรามองว่ามันเป็นความปรกติเพราะความชาชิน ในขณะที่หลายครั้งเราก็รู้สึกทรมานเวลาพบเห็น แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราพยายามหยุดมันก็กลับไร้ผลเสียอย่างนั้น ก่อนเริ่มการแสดง ผู้ชมจะได้แจกธงสีแดงที่มีคำว่า “STOP” เขียนอยู่พร้อมกับคำอธิบายว่าถ้าหากใครไม่เห็นด้วยการกระทำบนเวทีก็สามารถโบกธง ซึ่งถ้ามีคนโบกแล้วการแสดงก็จะหยุดลง แน่นอนว่าระหว่างการแสดงก็ไม่ใช่ทุกฉากที่จะมีคนโบกธงหรอกนะครับ หลายๆ “ตลกร้าย” ของนานาก็ยังอยู่ในระดับที่ผู้ชมในรอบที่ผู้เขียนได้ไปชมนั้นรับได้ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/09/damage-joy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>F_CK ทอง: ยึดถือไว้ทำไม? (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/09/f_ck-thong/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/09/f_ck-thong/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Sep 2011 13:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[b-floor]]></category>
		<category><![CDATA[Contemporary Performance]]></category>
		<category><![CDATA[dujdao]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมสมัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1218</guid>
		<description><![CDATA[ในสูจิบัตรของ B-Floor มีการพูดถึง F_CK ทอง ของดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่ ไว้ว่าเป็นการตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องมีศาสนา หรือทุกวันนี้ศาสนาอาจจะเป็นบทบาทใหม่ที่เราไม่คาดคิดก็ได้ และนั่นก็คงเป็นโจทย์ที่ต่อยอดเป็นการแสดงโดยใช้ร่างกายเป็นภาษาถ่ายทอดความคิดดังกล่าวให้กับเรา F_CK ทองเริ่มด้วยภาพของนักแสดงชายหญิงอยู่ในห้องที่มีการขึงโครงสร้างเชือกไว้กึ่งกลาง ทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหวและค้นหาทางของตัวเองโดยต้องมุดลอดโครงสร้างเชือกดังกล่าวไว้ ท้ายที่สุดคนหนึ่งเดินฝ่าแนวเชือกออกไปในขณะที่อีกคนยังอยู่ จากนั้นสอง “ทอง” ก็เข้ามาเคลื่อนไหวและ “ตอบโต้” กับคนที่ยังอยู่ พวกเขา (ทอง) เริ่มเคลื่อนไหวและพลักดันให้คนๆ นั้น “วิ่ง” ออกไปเรื่อยโดยที่เหล่า “ทอง” ก็เป็นคนที่คอยสร้างอุปสรรคให้เกิดขึ้น และเราผู้ชมก็จะนั่งเฝ้าดูความเคลื่อนไหวและเรื่องเล่าจากภาพการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ตัวละครแต่ละตัวดำเนินไป ในเชิงคอนเซปต์แล้ว ภาพที่เกิดขึ้นของ F_CK ทองน่าจะเชื่อมโยงกับความคิดที่ดุจดาวพยายามตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของศาสนาที่แรกเริ่มอาจจะเป็นเหมือนแนวทางที่ชี้ให้เราเดินหรือวิ่งตาม ในขณะเดียวกันในคำสอนของมันก็มีหลายๆ อย่างที่กลายเป็นเหมือนบททดสอบของชีวิตเรา ไม่ว่าจเป็นกฏเกณฑ์หรือหลักปฏิบัติต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนกลายเป็นเหมือนกรอบที่จำกัดชีวิตเราไปโดยไม่รู้ตัว บางครั้ง มนุษย์เราเองก็อาจจะมีมายาคติบางอย่างครอบงำไว้โดยไม่รู้ตัว ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/09/f_ck-thong/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Four is.. : โลกที่เห็นต่างออกไป (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/09/four-is/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/09/four-is/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2011 10:22:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[comedy]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[satire]]></category>
		<category><![CDATA[theatre]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเวที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1212</guid>
		<description><![CDATA[หนึ่งในเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของละครร่วมสมัยคือการเปิดพื้นที่ให้กับความคิดของศิลปินในการแสดงออกอย่างหลากหลายเช่นเดียวกับพื้นที่ทางความคิดของผู้ชมที่สามารถตีความหรือรับรู้มุมมองต่างๆ ได้แตกต่างกันไป ซึ่งนั่นอาจจะเป็นหนึ่งความสนุกที่หลายๆ คนชื่นชอบในการชมละครร่วมสมัยเลยก็ว่าได้ Four is ของกฤษณะ พันธุ์เพ็งก็น่าจะเป็นหนึ่งในงานที่อาศัยเสน่ห์ดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนและสร้างงานอันมีเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมกับสามารถนำเสนอความคิดที่หลากหลายและมุมมองที่ต่างออกไปได้อย่างน่าสนใจ ฉากทั้ง 10 ฉากของ Four is เป็นเหมือนหนังสั้นย่อยๆ ที่ไม่ได้เส้นเรื่องตายตัวในการร้อยเรียง แต่ละฉากมีความหมายและเรื่องราวของตัวเอง ตั้งแต่เรื่องของการเป็นฮีโร่ในเหตุการณ์สึนามิ ฉากการเล่าข่าวทางทีวี การพูดถึงคำพยากรณ์วันสิ้นโลก พฤติกรรมการเล่น facebook ฯลฯ ซึ่งนักแสดงสามคนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับบทบาทในแต่ละฉากอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเราเคยชินแต่กับการดูละครแบบต้องมีเส้นเรื่องต้นกลางจบแล้วมาดู Four is แล้วล่ะก็ หลายคนอาจจะบ่นหงุบหงิบกันได้ง่ายๆ เพราะแกนของเรื่องราวอาจจะดูเปะปะ กระจาย และจับต้องได้ยากอยู่เสียหน่อย นักแสดงก็รับบทบาทตัวละครที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และหลายๆ ฉากก็ไม่ได้บอกกล่าวพื้นฐานของตัวละครให้เรามากพอจะรู้จักกันได้มากนัก แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ประสบการณ์การดู 10 ฉากของ Four ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/09/four-is/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว: เพลงกระบี่ยังไม่เร้าใจ (C+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/09/tong-fang-pu-pei/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/09/tong-fang-pu-pei/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Sep 2011 18:24:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[comedy]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเวที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1205</guid>
		<description><![CDATA[เวลาใครพูดถึง “กระบี่เย้ยยุทธจักร” หรือที่คนไทยมักคุ้นกับชื่อ “เดชคัมภีร์เทวดา” นั้น ตัวละครที่คนมักจะนึกถึงคนแรกๆ หาใช่เพียงเล่งฮู้ชงซึ่งเป็นตัวละครเอก แต่รวมไปถึงตงฟางปู๋ป้าย หนึ่งในตัวละครยอดยุทธไร้เทียมทานที่มีลักษณะพิเศษอันเกิดจากการฝึกคัมภีร์ทานตะวันจนต้องเปลี่ยนเพศตัวเองให้อยู่ระหว่างครึ่งชายและครึ่งหญิง ซึ่งนอกจากเสน่ห์อันน่าพิศวงของตัวละครแล้ว ตงฟางปุ๋ป้ายยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามเกี่ยวกับวิถีชีวิต และความสัมพันธ์ที่เขา(เธอ)มีกับเล่งฮู้ชงเอง “ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว” ของอภิรักษ์ ชัยปัญหา จาก ก็เลือกหยิบเรื่องราวของตัวละครนี้มาสำรวจและตีความ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวในแบบละครเวที เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องของตงฟางปู๋ป้ายแบบที่หลายๆ คนคิดหรือคาดเดาจากชื่อเรื่องหรือโปสเตอร์หรอกนะครับ เรื่องราวของ “ตงฟางปู๋ป้าย หมื่นปีมีข้าคนเดียว” เป็นละครซ้อนละครว่าด้วยเหตุการณ์ 1 ชั่วโมงก่อนหน้าที่การแสดงรอบแรกของละคร (ที่น่าจะชื่อเดียวกัน) จะเริ่มขึ้นโดยมี “มิค” หญิงสาวผู้ได้รับบทนำเป็นตงฟางปู๋ป้าย “ปู่” คนรักของมิคที่เป็นผู้กำกับ “บอมบ์” ดาราทีวีที่ยอมมาเล่นละครเวทีโรงเล็ก “อ้อม” น้องรหัสของปู่ที่ทำงานแทบทุกอย่างของโปรดักชั่น และ “ต้น” เจ๊ผู้รับงานดูแลเครื่องแต่งกายของนักแสดง ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/09/tong-fang-pu-pei/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>FAME the Musical: ถึงวันที่เด็กๆ จะร้อง เล่น เต้น ดัง (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/09/fame-the-musical/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/09/fame-the-musical/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2011 18:11:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Theater Bite]]></category>
		<category><![CDATA[dance]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[dreambox]]></category>
		<category><![CDATA[fame]]></category>
		<category><![CDATA[musical]]></category>
		<category><![CDATA[มิวสิคคัล]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1175</guid>
		<description><![CDATA[เคยมีคนหลายคนพูดกับผู้เขียนอยู่บ่อยๆ ว่าคนที่จะเรียนศิลปะการแสดงมักมีความ “แปลก” ต่างจากคนอื่น หรือไม่ก็ทำนองว่าถ้าไม่ “มีของ” ก็คงต้องเหนื่อยเอาเสียหน่อยหากจะอยากประสบความสำเร็จ เพราะระหว่างทางการเรียนศิลปะการแสดง ไม่ว่าจะเป็นละคร ดนตรี หรือบัลเลต์ ก็ล้วนมีบทเรียนและบททดสอบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งล้วนหล่อหลอมให้ผู้ที่เรียนได้มีการเปลี่ยนไป Fame the Musical ก็น่าเป็นหนึ่งในละครเวทีที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งซึ่งหยิบนำเรื่องราวของชีวิตการเรียนศิลปะการแสดงของเหล่านักเรียนผู้มีความฝันที่จะเป็นศิลปิน มาถ่ายทอดในรูปแบบของละครเพลงที่พร้อมสรรพทั้งความเข้มข้นของชีวิตนักเรียน ผสมกับการแสดงทั้งร้องทั้งเต้นแบบเต็มรูปแบบ สมกับเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสอนศิลปะการแสดง โดยแม้ว่าจริงๆ แล้ว Fame the Musical อาจจะเป็นละครเพลงที่ค่อนข้างเก่าด้วยเนื้อหาและเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุค 80 แต่มาวันนี้ DreamBox ก็นำ Fame the Musical มาจัดแสดงเป็นโปรดักชั่นสมบูรณ์ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า DreamBox ทำให้เราคนไทยได้ภาคภูมิใจกับการดูละครเพลงระดับโลกด้วยฝีมือคนไทย นักแสดงชาวไทย แถมพวกเขายังเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวไปสู่ความสำเร็จไม่ต่างจากตัวละครในเรื่องเสียอีกด้วย เรื่องราวของ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/09/fame-the-musical/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

