<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bark n&#039; Bite &#187; Film Bite</title>
	<atom:link href="http://www.barkandbite.net/category/bite/film-bite/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.barkandbite.net</link>
	<description>วิจารณ์ไปเรื่อย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 16:45:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>Moneyball: ชนะด้วยสมองและความเชื่อ (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/02/moneyball/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/02/moneyball/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 16:45:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1370</guid>
		<description><![CDATA[กีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่ค่อนข้างไกลตัวสำหรับคนไทยอยู่ไม่น้อย เพราะเราก็แทบจะไม่เคยพบการเล่นกันจริงจังในสังคมไทยนัก ผิดกับกีฬาอย่างบาสเกตบอลหรือฟุตบอลที่น่าจะเป็นกีฬายอดฮิตสำหรับวัยรุ่นจนถึงบางคนที่เอาดีเป็นอาชีพไปแล้ว แต่กลับกันในสหรัฐอเมริกา เบสบอลเป็นหนึ่งในกีฬาประจำชาติที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนมากมายให้ติดตามและเฝ้าดูการแข่งขันที่มีคนขว้างลูกบอลโดยมีอีกคนเหวี่ยงไม้หวังจะหวดลูกนั้นให้ลอยไปไกล และนั่นก็เป็นจุดกำเหนิดเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ชาวอเมริกันคลั่งไคล้กันนัก Moneyball เป็นหนึ่งในหนังดราม่าที่จับช่วงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬานี้ นั่นคือการชนะติดต่อกัน 20 นัดของทีม Oakland Athletics ทีมซึ่งเริ่มฤดูกาลด้วยการแพ้รุ่ย 11 นัดรวดจนดูไม่มีทางกู่กลับมาได้ แต่พวกเขาก็พุ่งกลับมาสร้างสถิติชนะติดต่อกันสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเบสบอลอาชีพได้เสียอย่างนั้น หลายคนฟังถึงตรงนี้อาจจะคิดว่านี่คือหนังที่จะพูดถึงพลังใจของทีมที่สามัคคีกันกลับมาเป็น Winner ตามสูตรหนังกีฬาดราม่า ซึ่งถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ขอบอกได้เลยว่าคุณคิดผิด เพราะแทนที่หนังจะพูดถึงการแข่งขันในตัวนักกีฬานั้น แท้จริงแล้วหนังโฟกัสในเรื่องการบริหาร การจัดการ และสถิติศาสตร์ต่างหาก!!! Billy Beane (Brad Pitt) เป็นผู้จัดการทั่วไปของทีมเบสบอลระดับล่างที่ยากจะเทียบชั้นกับทีมเบสบอลทุนหนาในลีกด้วยกัน เขาพยายามหาทางดันทีมตัวเองสู้กับทีมใหญ่ๆ แต่ก็ดูไม่มีความหวังเท่าไรนักเพราะดาราดังๆ ที่ปั้นมาแทบตายก็โดนดึงตัวด้วยเม็ดเงินมหาศาลไปเสียหมด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับ Peter Brand หนุ่มเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Yale ที่ทำให้เขาพบกับอีกโลกหนึ่งของเบสบอลที่มองผ่านการคำนวนด้วยสูตรต่างๆ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/02/moneyball/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Warrior: แลกหมัดไปเพื่ออะไร (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/warrior/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/warrior/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 10:02:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[fighting]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1354</guid>
		<description><![CDATA[ในบรรดาหนังต่อสู้บนสังเวียนนั้น เหตุผลการต่อสู้ของแต่ละตัวละครที่ก้าวขึ้นเวทีย่อมแตกต่างกันออกไป และหลายๆ ครั้งที่เหตุผลเหล่านั้นสำคัญเสียยิ่งกว่าผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นในตอนท้ายของเรื่อง จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญๆ ของคนทำหนังต่อสู้ที่จะกลายเป็นหนังดราม่า ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมได้ลิ้มรสการต่อสู้ที่ตื่นเต้น พร้อมกับชีวิตของผู้ขึ้นต่อสู้ที่เข้มข้น Warrior ของ Gavin O’Connor (Pride and Glory, Miracle) ดูจะเป็นงานค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับการทำให้การอัดกันแบบดุเดือดบนสังเวียนกรงแปดเหลี่ยมพานำพาเราไปสู่การลงตัวที่สวยงามของดราม่าชั้นดีโดยพร้อมที่จะยกโทษให้กับความสมเหตุสมผลของหนังแบบบังเอิญๆ ได้ในทันทีที่หนังจบลง หนังเริ่มเรื่องเมื่อ Tommy (Tom Hardy) ลูกชายคนเล็กของครอบครัว Colon กลับมาบ้านหลังจากห่างหายไปหลายปีเพื่อพบพ่อของเขาที่เป็นอดีตเทรนเนอร์การต่อสู้ โดยช่วงเวลาที่เขาหายไปเป็นทหารนั้นเป็นปริศนาที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง Tommy กลับเข้าสู่โรงยิมและได้เข้าร่วมลงศึกแข่งขัน MMA (Mix Martial Art) ที่กำลังจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับ Breandan (Joel Edgerton) พี่ชายที่แยกจากกันไปนานซึ่งปัจจุบันเป็นครูสอนหนังสือต้องประสบปัญหาทางด้านการเงินจนต้องหวนกลับเข้าสู่สังเวียนการต่อสู่เพื่อใช้กำปั้นแลกเงินมาช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นจากวิกฤตล้มละลายให้ได้ เส้นทางของสองพี่น้องที่เคยแยกจากกันไปเพราะปัญหาครอบครัวที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กำลังจะกลับมาพบกันบนสังเวียนอีกครั้งอย่างไม่คาดหมาย ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/warrior/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>My Week with Marilyn: เป็นคนดังมันไม่ง่ายนักหรอกนะ (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 05:13:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[biography]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[romance]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1346</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อของ Marilyn Monroe ย่อมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีเหมือนที่ Laurence Olivier กล่าวเมื่อเธออยู่หน้านักข่าวในอังกฤษว่า “ผมขอแนะนำผู้หญิงที่ซึ่งอาจจะไม่ต้องการการแนะนำเลยก็ได้” Marilyn Monroe กลายเป็นดาราดังแบบขีดสุดก่อนจะกลายเป็น Sex Symbol สำหรับวงการบันเทิงโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มและรอยยิ้มที่ตรึงใจคนมานักต่อนัก คงมีน้อยคนที่ได้รู้ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น อาจจะไม่ได้สดใสและสวยงามเช่นเดียวกับที่ได้เห็นเธอผ่านแผ่นฟิลม์แต่อย่างใด My Week with Marilyn สร้างจากเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ The Prince, The Showgirl and Me และ My Week with Marilyn ของ Colin Clark ซึ่งเป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกองถ่ายหนัง The Prince and ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/my-week-with-marilyn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Girl with the Dragon Tattoo: ผู้หญิงมันร้ายเพราะผู้ชายมันเลว (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/the-girl-with-the-dragon-tattoo/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/the-girl-with-the-dragon-tattoo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 05:12:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[fincher]]></category>
		<category><![CDATA[suspense]]></category>
		<category><![CDATA[thriller]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1341</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าพูดถึงหนังสืบสวนสอบสวน ก็มีมากมายหลายสไตล์รวมทั้งวิธีในการนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกันออกไป สำหรับ The Girl with the Dragon Tattoo ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายสุดดังของ Stieg Larsson ก็เป็นเรื่องที่มีความรุนแรง กดดัน และข้นคลักไปด้วยความมืดหม่นจากทั้งคดีที่เรื่องกำลังพาผู้ชมเดินเข้าสู่เขาวงกตที่วกไปวนมา เช่นเดียวกับตัวละครที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและมืดสนิทอย่าง Lisbeth Salander ซึ่งแม้ว่าองค์ประกอบต่างๆ จะชวนให้คิดแว่บแรกถึงบรรยากาศหดหู่เหลือทน แต่ท้ายที่สุดแล้ว The Girl with the Dragon Tatto ก็เป็นเรื่องชั้นเยี่ยมที่ทำให้คุณอึ้งและทึ่งได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ผู้กำกับมือฉมังกับหนังอย่าง David Fincher มานั่งแท่นผู้กำกับด้วยแล้ว ชั้นเชิงอันแพรวพราวของเขาเลยทำให้หนังเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดเลยเป็นการรีเมคได้โดดเด่นไม่แพ้ต้นฉบับจากสวีเดนเลยทีเดียว เรื่องราวของ The Girl with the Dragon Tattoo ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/the-girl-with-the-dragon-tattoo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Midnight in Paris: เที่ยงคืนแล้วเจอกัน (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/midnight-in-paris/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/midnight-in-paris/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jan 2012 04:49:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[romantic comedy]]></category>
		<category><![CDATA[woody allen]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1332</guid>
		<description><![CDATA[ปารีสเป็นมหานครที่หลายคนรู้จักกันดีว่าเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของศิลปะวัฒนธรรมอันเฟื่องฟู ทุกวันนี้ผู้คนมากมายก็ยังคงต้องมนต์ดังกล่าวและเดินทางไปปารีสอยู่เรื่อยๆ แต่คงไม่มีใครที่จะได้พบมนต์สเน่ห์และประสบการณ์อันน่ามหัศจรรย์แบบเดียวกับที่ Gil ได้พบใน Midnight in Paris เป็นแน่ Gil ก็เป็นเหมือนนักท่องเที่ยวปรกติที่มาปารีสพร้อมกับคู่หมั้นและครอบครัวฝ่ายหญิง ด้วยการที่เป็นนักเขียนนวนิยาย Gil จึงค่อนข้างอินกับนครปารีสต่างจากคนรักและครอบครัวจนถูกมองว่าประหลาดแถมการได้เจอเพื่อนเก่าของคู่หมั้นเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์แถมอวดภูมิด้วยแล้ว Gil จึงกลายเป็นเหมือนผู้ชายไม่เอาอ่าวและไม่เข้าพวกในสายตาคนรอบข้าง ท่ามกลางความเบื่อหน่าย Gil ออกเดินไปท้องถนนของกรุงปารีสในคืนหนึ่งและได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ตอนเที่ยงคืน เมื่อเขาได้ไปพบกับปารีสในยุค 1920 แถมเจอกับบุคคลสำคัญต่างๆ ที่คาดไม่ถึง และในทุกๆ คืน โลกมหัศจรรย์นี้ก็ยิ่งทำให้ Gil ได้ค้นพบประสบการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปจากเดิม ด้วยคอนเซปต์และไอเดียอันน่าสนใจของเรื่องนั้น ทำให้ Midnight in Paris ดูสนุกตั้งแต่แรกเริ่มที่เรื่องฮุคเข้าการเดินทางย้อนอดีตของ Gil ทันที แถมหนังเองก็ไม่หยุดที่จะเดินเรื่องอย่างต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวแถมยังถาโถมด้วยมุกสนุกๆ อันเกิดจากการปะทะของคนในปัจจุบันกับบุคคลในอดีตที่ล้วนมีเอกลักษณ์พิเศษ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า Woody ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/midnight-in-paris/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Real Steel: กำปั้นเหล็กนี้เพื่อเรา (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2012/01/real-steel/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2012/01/real-steel/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Jan 2012 12:56:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[action]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1323</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าเราพอจะเข้าใจกันดีว่าหนังมวยไม่จำเป็นต้องเป็นหนังแอ็คชั่นที่ว่าด้วยผลแพ้ชนะของการต่อยมวยเสมอไปเช่นหนังดราม่าอย่าง Rocky หรือ Cinderella Man แน่นอนว่า Real Steel ที่มีหน้าหนังของศึกกำปั้นหุ่นเหล็กที่มาซัดกันโครมครามบนเวทีผ้าใบนั้น ก็ไม่จำเป็นว่าหนังจะเป็นแอ็คชั่นที่ขายเรื่อง CG ของหุ่นยนต์และลุ้นกันแค่สุดท้ายหุ่นตัวไหนจะโดนน็อคลงไปกองแต่อย่างใด เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว Real Steel คือหนังครอบครัวที่มีประเด็นดีๆ ในสายสัมพันธ์พ่อขี้แพ้กับลูกที่ต้องการเห็นฮีโร่ในคนที่เคยทอดทิ้งเขาไปนั่นแหละ ชาร์ลี เคนตั้น อดีตนักมวยที่ปัจจุบันตกกระป๋องหากินกับศึกกำปั้นของหุ่นยนต์ไปวันๆ พร้อมกับหนีเจ้าหนี้ที่ตามเช็คบิลเขา จนวันหนึ่งเขาได้รู้ว่าแฟนเก่าได้เสียชีวิตโดยทิ้งแม๊กซ์ ลูกชายวันสิบเอ็ดขวบไว้ซึ่งญาติอีกฝั่งต้องการจะรับเลี้ยง เขาจึงทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนการดูแลแม๊กซ์เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อแลกกับเงินที่จะนำไปลงทุนกับหุ่นตัวใหม่ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เขากับแม๊กซ์ต้องลงเรือลำเดียวกันแม้จะไม่ลงรอยและเห็นตรงกันก็ตาม สองพ่อลูกเข้าสู่สังเวียนและธุรกิจกำปั้นของหุ่นเหล็กที่มาแทนการมวยของมนุษย์ ด้วยความหุนหันพลันแล่นแบบไร้ความรอบคอบของชาร์ลีทำให้พวกเขาล้มคว่ำไม่เป็นท่า แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาได้บังเอิญเจอ อะตอม หุ่นรุ่นเก่าที่ถูกทอดทิ้งในโรงเก็บซากหุ่นยนต์ แม๊กซ์หลงใหลและทุ่มเทในการซ่อมอะตอมมาก และด้วยความไม่เหมือนใครประมาณเก่าแต่เก๋า ทำให้อะตอมกลายเป็นหุ่นที่เหมือนถูกหวยของสองพ่อลูกซึ่งเอาชนะคู่ต่อสู้และสร้างรายได้เรื่อยมา จนพวกเขาได้รับโอกาสเข้าสู่การแข่งในระดับลีกชั้นนำของศึกกำปั้นหุ่นยนต์ ที่ซึ่งชาร์ลีและแม๊กซ์ต้องพาอะตอมไปเจอกับคู่แข่งระดับเทพที่ต่างชั้นกับระดับนอกลีกแบบที่เคยเจอมา ในขณะเดียวกับที่ความท้าทายในการแข่งขันดำเนินไป ชาร์ลีก็ต้องพบกับอีกความท้าทายนึงคือบทบาทของพ่อที่เขาเพิ่งได้รับพร้อมๆ กับเงื่อนไขของเวลาที่เขาจะต้องดูแลแม๊กซ์เหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ ด้วย ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2012/01/real-steel/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Happy Feet 2: แพนกวินเต้นเปลี่ยนโลก (B+)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/12/happy-feet-2/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/12/happy-feet-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Dec 2011 13:04:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[animation]]></category>
		<category><![CDATA[cartoon]]></category>
		<category><![CDATA[happy feet]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1320</guid>
		<description><![CDATA[การสร้าง Animation สักเรื่องหรือที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนมักเรียกว่าการ์ตูนนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ดูจะยากคือการทำให้การ์ตูนนั้นสามารถทำให้คนดูสนุกไปพร้อมๆ กับแฝงความคิดที่ลึกซึ้งไปได้พร้อมๆ กัน ถ้าเทียบทางฝั่งตะวันออกแล้ว กระแสของ Ghibli Studio ดูจะเป็นกระแสที่โดดเด่นที่สุดด้วยลักษณะการ์ตูนที่ละเอียดอ่อนแฝงไว้ด้วยปรัชญาที่ละเมียดละไม แต่ถ้ามองกลับมาฝั่งตะวันตกแล้ว เราก็มักนึกถึง Pixar ที่มักมาพร้อมกับ Animation แบบสามมิติเต็มรูปแบบ เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตาม Happy Feet อาจจะเป็นเหมือนกับการต่อยอดสาย Animation ของฝั่งตะวันตกที่ดูตื่นตาตื่นใจ สนุกและตื่นเต้นด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่ในขณะเดียวกันมันก็อัดแน่นไปด้วยประเด็นที่ลึกซึ้งจนน่าตกใจสำหรับคนดูที่เป็นผู้ใหญ่อยู่พอสมควร ซึ่งถ้าใครที่เคยดูภาค 1 มาแล้วนั้น ก็คงจะไม่ผิดหวังกับภาค 2 ที่ทีมสร้างยังคงเดินตามรอยเดิมด้วยท่วงท่าที่กล้าขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก ในภาคที่แล้ว เป็นเรื่องของมัมเบิ้ล แพนกวินจักรพรรดิ์ที่แตกต่างจากตัวอื่นด้วยทักษะการเต้นแท๊ป แม้ว่าตอนแรกเขาจะถูกล้อเลียนจากฝูง แต่ท้ายที่สุดแล้วความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนมองข้ามนี้เองที่ทำให้ฝูงของพวกเขารอดพ้นจากภัยร้ายได้ มาในภาคนี้ มัมเบิ้ลมีลูกน้อยชื่อเอริค ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/12/happy-feet-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝนตกขึ้นฟ้า: โลกแห่งบาป (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/11/headshot/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/11/headshot/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Nov 2011 17:07:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[นัวร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนตกขึ้นฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นเอก รัตนเรือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1312</guid>
		<description><![CDATA[เวลาเราพูดถึงชื่อเป็นเอก รัตนเรืองแล้ว เรามักนึกถึงหนังอาร์ตประเภทละเอียดอ่อน หรือไม่ก็หลอนสะพรึงตามสไตล์ความ “ติสต์” ที่หลายๆ คนบอกว่าเป็นลายเซ็นต์ของเขา แต่เราก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อเขามาจับ “ฝนตกขึ้นฟ้า” ที่ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นหนัง “ฟิลม์นัวร์” นั้นจะออกมาอีท่าไหน ซึ่งในที่สุด ผลที่ออกมานั้นก็ถือว่าน่าพอใจสำหรับคนที่อยากรู้ว่าเส้นบรรจบระหว่างความอาร์ตและหนังแมสที่เป็นเอกจะทำได้นั้นจะเป็นอย่างไร เพราะ “ฝนตกขึ้นฟ้า” เป็นหนังที่มีบทที่คมคาย จับต้องได้ แฝงไว้ด้วยปรัชญาดีๆ พร้อมกับไดเรคชั่นของหนังที่เข้มข้น ดุดัน ตื่นตาตื่นใจอยู่ทีเดียว “ฝนตกขึ้นฟ้า” ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของวินทร์ เรียววาลินว่าด้วยเรื่องของ “ตุล” นายตำรวจผู้ผลิกพันกลายเป็นมือปืนที่คอยตามเก็บนักการเมืองและมาเฟียต่างๆ เพื่อสร้างความยุติธรรมที่กฏหมายไม่สามารถให้ได้ จนวันหนึ่งระหว่างปฏิบัติภารกิจ เขาโดนยิงเข้าและทำให้เขาต้องอยู่ในอาการโคม่าอยู่สามเดือน เมื่อฟื้นขึ้นมา เขากลับพบว่าเขามองเห็นโลกกลับหัว ตุลพยายามใช้ชีวิตโดยหันหลังให้กับบาปที่เคยทำไว้ แต่เหมือนทุกอย่างกลับไม่ได้ง่ายเหมือนที่ตุลคิด เขาถูกคนตามไล่ล่าเอาชีวิตจากสิ่งที่เคยก่อไว้ ตุลจึงต้องหนีตายพร้อมๆ กับหาทางที่จะหยุดชีวิตบาปที่ผูกติดกับเขามาให้ได้ ความผิดที่ก่อไว้หรือบาปที่ผูกติดกับมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีทางทำให้ลบเลืิอนหรือหายไปได้ แม้แต่ในทางพุทธศาสนาเอง ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/11/headshot/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Tower Heist: เฮฮาปล้นตึกระฟ้า (B-)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/11/tower-heist/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/11/tower-heist/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Nov 2011 14:01:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[comedy]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[ตลก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1280</guid>
		<description><![CDATA[สูตรหนังสไตล์พระเอกต้องมารับบทผู้ร้ายเป็นโจรวางแผนภารกิจปล้นก็มีมาก่อนหน้านี้หลายเรื่อง กุญแจสำคัญที่จะทำให้หนังสนุกได้คือกลเม็ดในการบุกเข้าโจรกรรม แผนซ้อนแผน เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่คาดไม่ถึง และเสน่ห์ของเหล่าทีมร่วมขบวนการอันเป็นตัวเอกของเรื่อง Tower Heist เองก็พยายามเดินตามสูตรดังกล่าวโดยมีการสร้างแนวทางของตัวเองที่น่าสนใจด้วยการผสมความตลกเป็นตัวชูโรงจากนักแสดงหลักโดยยังคงไม่ทอดทิ้งหรือออกทะเลจนเสียการเสียงาน ซึ่งนั่นก็ทำให้มันกลายเป็นหนังตลกที่เพลิดเพลินอยู่ไม่น้อยหากไม่ติดว่าหลายๆ อย่างของหนังเองก็ยังมีจุดบอดอยู่เช่นกัน เหล่าพนักงานของ The Tower นำโดยจอช โคแว๊ค (เบน สติลเลอร์) ดูจะมีชีวิตที่ปรกติดีกับงานที่ตัวเองทำในการรับใช้เหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอันจะกินซึ่งอาศัยอยู่ในตึก แต่จู่ๆ พวกเขาก็พบว่าเงินบำนาญที่สะสมมาทั้งชีวิตมลายหายไปจากการโกงของมหาเศรษฐี อาร์เธอร์ ชอว์ ผู้ที่พวกเขาไว้เนื้อเชื่อใจมาโดยตลอดแต่กลับกลายเป็นผู้ร้ายในคดีหุ้นและเอาเงินที่พวกเขาฝากฝังไว้ไปละลายหายสิ้น จอชจึงรวมหัวกันฟอร์มทีมอันประกอบด้วย สไลด์ (เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่) เพื่อนบ้านผิวสีที่ฝีมือแพรวพราวในการก่ออาชญากรรม ชาร์ลี น้องเขยของจอชผู้ไม่เอาอ่าว และฟิสฮิวจ์ อดีตนักธุรกิจที่ล้มละลาย ทั้งหมดหวังจะแก้แค้นให้กับเพื่อนพนักงานโดยบุกเข้าเพนธ์เฮ้าส์ของอาร์เธอร์เพื่อปล้นเอาเงินสดที่เชื่อว่ายังคงซ่อนไว้โดยรอดพ้นจากการยึดของตำรวจ พล็อตเรื่องง่ายๆ ของ Tower Heist นั้นจะว่าไปแล้วก็ดูเป็นสูตรหนังสไตล์นี้อยู่พอสมควรแถมมีลูกเล่นหลายๆ อย่างที่ทำออกมาได้ดีเช่นการพลิกโผหรือกลับตาลปัตรของสถานการณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายๆ อย่างที่ออกจะเป็นสูตรที่คาดเดาได้สำหรับคนที่ดูหนังมาเยอะๆ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/11/tower-heist/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Phantom of the Opera 25th Anniversary (B)</title>
		<link>http://www.barkandbite.net/2011/11/the-phantom-of-the-opera-25th-anniversary-b/</link>
		<comments>http://www.barkandbite.net/2011/11/the-phantom-of-the-opera-25th-anniversary-b/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2011 05:31:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nuttaputch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Film Bite]]></category>
		<category><![CDATA[the phantom of the opera]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.barkandbite.net/?p=1276</guid>
		<description><![CDATA[ปรกติแล้ว การดูละครเวทีนั้นมักมีข้อจำกัดที่จะต้องดูที่โรงละครในลักษณะ &#8220;สด&#8221; เป็นสำคัญเพื่อให้ได้อรรถรสอย่างสมบูรณ์ที่สุดตามลักษณะของศิลปะ การถ่ายทอดหรือบันทึกเป็น DVD จึงมักเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยปรากฏขึ้นบ่อยครั้งนักแม้แต่กับละครเวทีดังๆ ระดับโลกก็ตาม ซึ่งนั่นทำให้การดูละครเวทีถูกจัดอยู่ในศิลปะที่ค่อยมีความยุ่งยากในการเสพศิลป์อยู่ไม่ใช่น้อย The Phantom of the Opera เป็นหนึ่งในละครเพลงอมตะของโลกด้วยฝีมือการประพันธ์เพลงอันสุดยอดของ Andrew Lloyd Webber ที่มีการเล่นต่อเนื่องมาครบ 25 ปีในอังกฤษ (West End) สหรัฐอเมริกา (Broadway) และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจนเรียกได้ว่ามันกลายเป็นสัญลักษณ์ของละครเวทีแบบ Musical ไปแล้ว แน่นอนว่าในวาระสำคัญของการเฉลิมฉลองครบ 25 ปีนั้น ก็ย่อมมีการจัดงานที่ต้องไม่ธรรมดาอยู่เสียหน่อย ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสดีที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ทีมผู้สร้างได้เกิดความคิดที่จะนำละครเวทีรอบพิเศษที่แสดงใน Royal Albert Hall ถ่ายทอดสดไปยังโรงหนังต่างๆ และสามารถนำมาฉายซ้ำเพื่อให้บรรดาแฟนๆ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.barkandbite.net/2011/11/the-phantom-of-the-opera-25th-anniversary-b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

