All posts in Bite
Moneyball: ชนะด้วยสมองและความเชื่อ (B+)
กีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่ค่อนข้างไกลตัวสำหรับคนไทยอยู่ไม่น้อย เพราะเราก็แทบจะไม่เคยพบการเล่นกันจริงจังในสังคมไทยนัก ผิดกับกีฬาอย่างบาสเกตบอลหรือฟุตบอลที่น่าจะเป็นกีฬายอดฮิตสำหรับวัยรุ่นจนถึงบางคนที่เอาดีเป็นอาชีพไปแล้ว แต่กลับกันในสหรัฐอเมริกา เบสบอลเป็นหนึ่งในกีฬาประจำชาติที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนมากมายให้ติดตามและเฝ้าดูการแข่งขันที่มีคนขว้างลูกบอลโดยมีอีกคนเหวี่ยงไม้หวังจะหวดลูกนั้นให้ลอยไปไกล และนั่นก็เป็นจุดกำเหนิดเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ชาวอเมริกันคลั่งไคล้กันนัก Moneyball เป็นหนึ่งในหนังดราม่าที่จับช่วงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬานี้ นั่นคือการชนะติดต่อกัน 20 นัดของทีม Oakland Athletics ทีมซึ่งเริ่มฤดูกาลด้วยการแพ้รุ่ย 11 นัดรวดจนดูไม่มีทางกู่กลับมาได้ แต่พวกเขาก็พุ่งกลับมาสร้างสถิติชนะติดต่อกันสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเบสบอลอาชีพได้เสียอย่างนั้น หลายคนฟังถึงตรงนี้อาจจะคิดว่านี่คือหนังที่จะพูดถึงพลังใจของทีมที่สามัคคีกันกลับมาเป็น Winner ตามสูตรหนังกีฬาดราม่า ซึ่งถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ขอบอกได้เลยว่าคุณคิดผิด เพราะแทนที่หนังจะพูดถึงการแข่งขันในตัวนักกีฬานั้น แท้จริงแล้วหนังโฟกัสในเรื่องการบริหาร การจัดการ และสถิติศาสตร์ต่างหาก!!! Billy Beane (Brad Pitt) เป็นผู้จัดการทั่วไปของทีมเบสบอลระดับล่างที่ยากจะเทียบชั้นกับทีมเบสบอลทุนหนาในลีกด้วยกัน เขาพยายามหาทางดันทีมตัวเองสู้กับทีมใหญ่ๆ แต่ก็ดูไม่มีความหวังเท่าไรนักเพราะดาราดังๆ ที่ปั้นมาแทบตายก็โดนดึงตัวด้วยเม็ดเงินมหาศาลไปเสียหมด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับ Peter Brand หนุ่มเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Yale ที่ทำให้เขาพบกับอีกโลกหนึ่งของเบสบอลที่มองผ่านการคำนวนด้วยสูตรต่างๆ …
เงามัจจุราช: ชำเลืองมองความตาย (B-)
ความตายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะเผชิญหน้า แต่เมืื่อวันที่เราต้องพบกับมันจริงๆ แล้วนั้น เราจะทำตัวอย่างไรกัน จะปั้นหน้าแบบไหน และจะรู้สึกแบบใด นั่นอาจจะเป็นที่เรา ซึ่งเป็น “คนเป็น” ควรสบตามองและเรียนรู้จากละคร “เงามัจจุราช” อันเป็นละครเวทีเรื่องล่าสุดจาก New Theatre Society ฝีมือการกำกับของ ดำเกิง ฐิทะปิยะศักดิ์ “เงามัจจุราช” เป็นการแปลและดัดแปลงจากบทละคร The Shadow Box ว่าด้วยเรื่องราวของคนสามกลุ่มที่มีแกนกลางอยู่ที่ชีวิตของคนหนึ่งในแต่ละกลุ่มที่กำลังจะตาย กลุ่มแรกเป็นของ “โจ้” ที่ต้อนรับการมาเยือนของ “นวล”
Warrior: แลกหมัดไปเพื่ออะไร (B+)
ในบรรดาหนังต่อสู้บนสังเวียนนั้น เหตุผลการต่อสู้ของแต่ละตัวละครที่ก้าวขึ้นเวทีย่อมแตกต่างกันออกไป และหลายๆ ครั้งที่เหตุผลเหล่านั้นสำคัญเสียยิ่งกว่าผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นในตอนท้ายของเรื่อง จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญๆ ของคนทำหนังต่อสู้ที่จะกลายเป็นหนังดราม่า ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมได้ลิ้มรสการต่อสู้ที่ตื่นเต้น พร้อมกับชีวิตของผู้ขึ้นต่อสู้ที่เข้มข้น Warrior ของ Gavin O’Connor (Pride and Glory, Miracle) ดูจะเป็นงานค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับการทำให้การอัดกันแบบดุเดือดบนสังเวียนกรงแปดเหลี่ยมพานำพาเราไปสู่การลงตัวที่สวยงามของดราม่าชั้นดีโดยพร้อมที่จะยกโทษให้กับความสมเหตุสมผลของหนังแบบบังเอิญๆ ได้ในทันทีที่หนังจบลง หนังเริ่มเรื่องเมื่อ Tommy (Tom Hardy) ลูกชายคนเล็กของครอบครัว Colon กลับมาบ้านหลังจากห่างหายไปหลายปีเพื่อพบพ่อของเขาที่เป็นอดีตเทรนเนอร์การต่อสู้ โดยช่วงเวลาที่เขาหายไปเป็นทหารนั้นเป็นปริศนาที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง Tommy กลับเข้าสู่โรงยิมและได้เข้าร่วมลงศึกแข่งขัน MMA (Mix
My Week with Marilyn: เป็นคนดังมันไม่ง่ายนักหรอกนะ (B+)
ชื่อของ Marilyn Monroe ย่อมเป็นที่รู้จักกันอย่างดีเหมือนที่ Laurence Olivier กล่าวเมื่อเธออยู่หน้านักข่าวในอังกฤษว่า “ผมขอแนะนำผู้หญิงที่ซึ่งอาจจะไม่ต้องการการแนะนำเลยก็ได้” Marilyn Monroe กลายเป็นดาราดังแบบขีดสุดก่อนจะกลายเป็น Sex Symbol สำหรับวงการบันเทิงโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มและรอยยิ้มที่ตรึงใจคนมานักต่อนัก คงมีน้อยคนที่ได้รู้ว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น อาจจะไม่ได้สดใสและสวยงามเช่นเดียวกับที่ได้เห็นเธอผ่านแผ่นฟิลม์แต่อย่างใด My Week with Marilyn สร้างจากเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ The Prince, The Showgirl and Me และ My Week
The Girl with the Dragon Tattoo: ผู้หญิงมันร้ายเพราะผู้ชายมันเลว (B+)
ถ้าพูดถึงหนังสืบสวนสอบสวน ก็มีมากมายหลายสไตล์รวมทั้งวิธีในการนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกันออกไป สำหรับ The Girl with the Dragon Tattoo ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายสุดดังของ Stieg Larsson ก็เป็นเรื่องที่มีความรุนแรง กดดัน และข้นคลักไปด้วยความมืดหม่นจากทั้งคดีที่เรื่องกำลังพาผู้ชมเดินเข้าสู่เขาวงกตที่วกไปวนมา เช่นเดียวกับตัวละครที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและมืดสนิทอย่าง Lisbeth Salander ซึ่งแม้ว่าองค์ประกอบต่างๆ จะชวนให้คิดแว่บแรกถึงบรรยากาศหดหู่เหลือทน แต่ท้ายที่สุดแล้ว The Girl with the Dragon Tatto ก็เป็นเรื่องชั้นเยี่ยมที่ทำให้คุณอึ้งและทึ่งได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
Midnight in Paris: เที่ยงคืนแล้วเจอกัน (B+)
ปารีสเป็นมหานครที่หลายคนรู้จักกันดีว่าเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของศิลปะวัฒนธรรมอันเฟื่องฟู ทุกวันนี้ผู้คนมากมายก็ยังคงต้องมนต์ดังกล่าวและเดินทางไปปารีสอยู่เรื่อยๆ แต่คงไม่มีใครที่จะได้พบมนต์สเน่ห์และประสบการณ์อันน่ามหัศจรรย์แบบเดียวกับที่ Gil ได้พบใน Midnight in Paris เป็นแน่ Gil ก็เป็นเหมือนนักท่องเที่ยวปรกติที่มาปารีสพร้อมกับคู่หมั้นและครอบครัวฝ่ายหญิง ด้วยการที่เป็นนักเขียนนวนิยาย Gil จึงค่อนข้างอินกับนครปารีสต่างจากคนรักและครอบครัวจนถูกมองว่าประหลาดแถมการได้เจอเพื่อนเก่าของคู่หมั้นเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์แถมอวดภูมิด้วยแล้ว Gil จึงกลายเป็นเหมือนผู้ชายไม่เอาอ่าวและไม่เข้าพวกในสายตาคนรอบข้าง ท่ามกลางความเบื่อหน่าย Gil ออกเดินไปท้องถนนของกรุงปารีสในคืนหนึ่งและได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ตอนเที่ยงคืน เมื่อเขาได้ไปพบกับปารีสในยุค 1920 แถมเจอกับบุคคลสำคัญต่างๆ ที่คาดไม่ถึง และในทุกๆ คืน โลกมหัศจรรย์นี้ก็ยิ่งทำให้ Gil ได้ค้นพบประสบการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปจากเดิม ด้วยคอนเซปต์และไอเดียอันน่าสนใจของเรื่องนั้น ทำให้
Real Steel: กำปั้นเหล็กนี้เพื่อเรา (B)
ถ้าเราพอจะเข้าใจกันดีว่าหนังมวยไม่จำเป็นต้องเป็นหนังแอ็คชั่นที่ว่าด้วยผลแพ้ชนะของการต่อยมวยเสมอไปเช่นหนังดราม่าอย่าง Rocky หรือ Cinderella Man แน่นอนว่า Real Steel ที่มีหน้าหนังของศึกกำปั้นหุ่นเหล็กที่มาซัดกันโครมครามบนเวทีผ้าใบนั้น ก็ไม่จำเป็นว่าหนังจะเป็นแอ็คชั่นที่ขายเรื่อง CG ของหุ่นยนต์และลุ้นกันแค่สุดท้ายหุ่นตัวไหนจะโดนน็อคลงไปกองแต่อย่างใด เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว Real Steel คือหนังครอบครัวที่มีประเด็นดีๆ ในสายสัมพันธ์พ่อขี้แพ้กับลูกที่ต้องการเห็นฮีโร่ในคนที่เคยทอดทิ้งเขาไปนั่นแหละ ชาร์ลี เคนตั้น อดีตนักมวยที่ปัจจุบันตกกระป๋องหากินกับศึกกำปั้นของหุ่นยนต์ไปวันๆ พร้อมกับหนีเจ้าหนี้ที่ตามเช็คบิลเขา จนวันหนึ่งเขาได้รู้ว่าแฟนเก่าได้เสียชีวิตโดยทิ้งแม๊กซ์ ลูกชายวันสิบเอ็ดขวบไว้ซึ่งญาติอีกฝั่งต้องการจะรับเลี้ยง เขาจึงทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนการดูแลแม๊กซ์เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อแลกกับเงินที่จะนำไปลงทุนกับหุ่นตัวใหม่ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เขากับแม๊กซ์ต้องลงเรือลำเดียวกันแม้จะไม่ลงรอยและเห็นตรงกันก็ตาม สองพ่อลูกเข้าสู่สังเวียนและธุรกิจกำปั้นของหุ่นเหล็กที่มาแทนการมวยของมนุษย์ ด้วยความหุนหันพลันแล่นแบบไร้ความรอบคอบของชาร์ลีทำให้พวกเขาล้มคว่ำไม่เป็นท่า แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาได้บังเอิญเจอ อะตอม
Happy Feet 2: แพนกวินเต้นเปลี่ยนโลก (B+)
การสร้าง Animation สักเรื่องหรือที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนมักเรียกว่าการ์ตูนนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ดูจะยากคือการทำให้การ์ตูนนั้นสามารถทำให้คนดูสนุกไปพร้อมๆ กับแฝงความคิดที่ลึกซึ้งไปได้พร้อมๆ กัน ถ้าเทียบทางฝั่งตะวันออกแล้ว กระแสของ Ghibli Studio ดูจะเป็นกระแสที่โดดเด่นที่สุดด้วยลักษณะการ์ตูนที่ละเอียดอ่อนแฝงไว้ด้วยปรัชญาที่ละเมียดละไม แต่ถ้ามองกลับมาฝั่งตะวันตกแล้ว เราก็มักนึกถึง Pixar ที่มักมาพร้อมกับ Animation แบบสามมิติเต็มรูปแบบ เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตาม Happy Feet อาจจะเป็นเหมือนกับการต่อยอดสาย Animation ของฝั่งตะวันตกที่ดูตื่นตาตื่นใจ สนุกและตื่นเต้นด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่ในขณะเดียวกันมันก็อัดแน่นไปด้วยประเด็นที่ลึกซึ้งจนน่าตกใจสำหรับคนดูที่เป็นผู้ใหญ่อยู่พอสมควร ซึ่งถ้าใครที่เคยดูภาค 1
สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคคัล: รักสถาบันเสียดายคุณเปรม (C)
การดัดแปลงวรรณกรรมนิยายมาเป็นสื่ออื่นอย่างภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวทีนั้น ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายในการตีความ และดัดแปลงบทประพันธ์ให้สามารถอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของแต่ละสื่อโดยที่ยังสามารถสื่อ “สาร” ของบทประพันธ์ออกมาได้โดยครบถ้วน หรือหากไม่แล้ว ก็ต้องแสดงมุมมองหรือการตีความใหม่จากผู้กำกับที่น่าสนใจให้ออกมาน่าเชื่อถือและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ชมได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการแปล แปลง และ แปรรูปบทประพันธ์ให้ไปสู่รูปแบบสื่อที่เปลี่ยนไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพียงแค่การถอดฉากสำคัญๆ มาเรียง วางบทสนทนาให้มีไลน์สำคัญๆ หรือการอนุมานว่าคนดูพอจะเข้าใจบทประพันธ์แล้วและเพียงแค่นำเสนออารมณ์หรือความตื่นตาตื่นใจในการเปลี่ยนรูปสื่อเท่านั้น หากแท้จริงแล้ว การแปรรูปสื่อดังกล่าวต้องอาศัยศิลปะอย่างมากในการถอดความเดิมก่อนจะถ่ายทอดผ่านกลวิธีและใช้ภาษาของสื่อใหม่อย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้มิติของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการรับชมนั้นยังได้คุณค่าตามที่เนื่อเรื่องให้มาได้เช่นเดียวกับที่จะสามารถดึงศักยภาพของสื่อใหม่ให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคเคิลจาก Scenario ภายใต้การกำกับของถกลเกียรติ วีรวรรณก็เป็นหนึ่งในละครเพลงที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวเมื่อต้องดัดแปลงจากวรรณกรรมนิยายขนาดยาวของม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมทย์ ซึ่งถือเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีความยาวในด้านเนื้อหา และความลึกของรายละเอียด และนั่นกลายเป็นอุปสรรคที่ทำละครซึ่งขาดความชำนาญในการดัดแปลงกลายเป็นงานที่จับได้แต่ตัวเปลือกของเรื่องและนำไปสู่การตีความที่ดูสวยงามแต่ขาดศิลปะะการเล่าเรื่องที่มารองรับเหตุและผล โดยใช้เพียงเทคนิคการเล่นอารมณ์และเค้นให้คนดูต้องท่วมท้นกับละครประหนึ่งกับระบายอารมณ์โดยไม่ได้มีโอกาสสัมผัสคุณค่าที่เป็นเนื้อแท้ของวรรณกรรมแต่อย่างใด เรื่องราวของสี่แผ่นดินเวอร์ชั่นมิวสิคเคิลนี้เล่าเรื่องอิงจากนวนิยายเดิมโดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นเรื่องซึ่งเป็นชีวิตแม่พลอยในสมัยเด็กที่ต้องออกจากบ้านที่คลองบางหลวงไปถวายตัวกับเสด็จและได้เติบโตจนไปสาวชาววังก่อนจะได้พบกับคุณเปรมและแต่งงานจนมีครอบครัว
ฝนตกขึ้นฟ้า: โลกแห่งบาป (B)
เวลาเราพูดถึงชื่อเป็นเอก รัตนเรืองแล้ว เรามักนึกถึงหนังอาร์ตประเภทละเอียดอ่อน หรือไม่ก็หลอนสะพรึงตามสไตล์ความ “ติสต์” ที่หลายๆ คนบอกว่าเป็นลายเซ็นต์ของเขา แต่เราก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อเขามาจับ “ฝนตกขึ้นฟ้า” ที่ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นหนัง “ฟิลม์นัวร์” นั้นจะออกมาอีท่าไหน ซึ่งในที่สุด ผลที่ออกมานั้นก็ถือว่าน่าพอใจสำหรับคนที่อยากรู้ว่าเส้นบรรจบระหว่างความอาร์ตและหนังแมสที่เป็นเอกจะทำได้นั้นจะเป็นอย่างไร เพราะ “ฝนตกขึ้นฟ้า” เป็นหนังที่มีบทที่คมคาย จับต้องได้ แฝงไว้ด้วยปรัชญาดีๆ พร้อมกับไดเรคชั่นของหนังที่เข้มข้น ดุดัน ตื่นตาตื่นใจอยู่ทีเดียว “ฝนตกขึ้นฟ้า” ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของวินทร์ เรียววาลินว่าด้วยเรื่องของ “ตุล” นายตำรวจผู้ผลิกพันกลายเป็นมือปืนที่คอยตามเก็บนักการเมืองและมาเฟียต่างๆ เพื่อสร้างความยุติธรรมที่กฏหมายไม่สามารถให้ได้ จนวันหนึ่งระหว่างปฏิบัติภารกิจ เขาโดนยิงเข้าและทำให้เขาต้องอยู่ในอาการโคม่าอยู่สามเดือน
A Love Song: ร่างกายที่เต้นไป (B)
เวลาที่เราได้ชมงานประเภท "ร่วมสมัย" นั้น ก็มักมาพร้อมกับความท้าทายในประสบการณ์เพื่อการตีความและขบคิดด้วยสมองของเราอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ฉีกขนบเดิมๆ และไม่ได้มีองค์ประกอบอย่างบทสนทนาเหมือนกับละครเวทีแบบเดิมๆ อย่างในกรณีของ Physical Theatre ซึ่ง Contemporary Dance เองก็เป็นหนึ่งในกรณีเดียวเช่นกันที่ผู้ชมเองก็จะมีประสบการณ์ที่ท้าทายอยู่ไม่น้อยเนื่องจากมันก็ออกจากขนบและวิธีเดิมๆ ที่เราเคยชมกันในบัลเล่ต์ รำไทย ฯลฯ A Love Song โดยกลุ่ม 18 Monkeys Dance Theatre ก็เป็นงาน Contemporary Dance ล่าสุดที่เพิ่งเปิดแสดงให้ผู้ชมชาวไทยได้มีโอกาสชมการแสดงประเภทนี้ที่ซึ่งปรกติก็หาชมได้ยากอยู่พอสมควร โดยตัวงานก็มีทั้งความน่าสนใจในวิธีคิด
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฉบับสร้างชาติ
เป็นที่รู้กันดีของผู้ที่เรียนมนุษยศาสตร์และประวัติศาสตร์ว่าการเข้าใจและรู้จักมนุษย์ชนชาติใดนั้น สิ่งที่จำเป็นคือการศึกษาประวัติที่มา รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันกลายเป็นชนชาตินั้นๆ ได้ เช่นเดียวกับที่เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา จนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์เพื่อที่จะเข้าใจความคิดและลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ญี่ปุ่นเองเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจซึ่งมีที่มั่นอยู่ในเอเซีย เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นทั้งเรื่องวัฒนธรรมและความสามารถในการพัฒนาประเทศ นอกเหนือจากความเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จนสามารถทัดเทียมกับชาติตะวันตกได้แล้ว เมื่อเกิดเหตุภัยภิบัติอย่างคราวแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา ชาติญี่ปุ่นก็สร้างให้คนทั้งโลกได้ตกตะลึงกับคุณภาพของประชากรและจิตวิญญาณที่หล่อหลอมคนในประเทศในก้าวผ่านวิกฤตไปได้ชนิดที่คงไม่มีชาติใดในโลกสามารถทำอย่างพวกเขาได้ เสน่ห์อันเย้ายวนและชวนให้ค้นหาของญี่ปุ่นนี่เอง ที่ทำให้หลายๆ คนอยากศึกษาว่าเหตุใดประเทศที่เคยแพ้สงครามจนสิ้นเนื้อประดาตัว กลับสามารถลุกขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้ในปัจจุบันโดยที่ยังมีความเป็นตัวตนที่เอ่อล้นด้วยจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใคร นั่นทำให้เราอยากมองประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ยาวนานว่าพวกเขาผ่านประสบการณ์ใดมาถึงทำให้มีความแข็งแกร่งทั้งกายและใจมากเพียงนี้ วิริยะ โชคมุกดา ได้เขียน "ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฉบับสร้างชาติ" อยู่บนความตั้งใจในการลงไปดูที่มาของชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นกำเนิดสมัยยังเป็นชนเผ่า ผ่านกาลเวลาและเหตุการณ์สำคัญๆ โดยเฉพาะยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเรื่มมีการสร้างอำนาจการปกครองอันเป็นเอกลักษณ์เช่นยุคโชกุน
Tower Heist: เฮฮาปล้นตึกระฟ้า (B-)
สูตรหนังสไตล์พระเอกต้องมารับบทผู้ร้ายเป็นโจรวางแผนภารกิจปล้นก็มีมาก่อนหน้านี้หลายเรื่อง กุญแจสำคัญที่จะทำให้หนังสนุกได้คือกลเม็ดในการบุกเข้าโจรกรรม แผนซ้อนแผน เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่คาดไม่ถึง และเสน่ห์ของเหล่าทีมร่วมขบวนการอันเป็นตัวเอกของเรื่อง Tower Heist เองก็พยายามเดินตามสูตรดังกล่าวโดยมีการสร้างแนวทางของตัวเองที่น่าสนใจด้วยการผสมความตลกเป็นตัวชูโรงจากนักแสดงหลักโดยยังคงไม่ทอดทิ้งหรือออกทะเลจนเสียการเสียงาน ซึ่งนั่นก็ทำให้มันกลายเป็นหนังตลกที่เพลิดเพลินอยู่ไม่น้อยหากไม่ติดว่าหลายๆ อย่างของหนังเองก็ยังมีจุดบอดอยู่เช่นกัน เหล่าพนักงานของ The Tower นำโดยจอช โคแว๊ค (เบน สติลเลอร์) ดูจะมีชีวิตที่ปรกติดีกับงานที่ตัวเองทำในการรับใช้เหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอันจะกินซึ่งอาศัยอยู่ในตึก แต่จู่ๆ พวกเขาก็พบว่าเงินบำนาญที่สะสมมาทั้งชีวิตมลายหายไปจากการโกงของมหาเศรษฐี อาร์เธอร์ ชอว์ ผู้ที่พวกเขาไว้เนื้อเชื่อใจมาโดยตลอดแต่กลับกลายเป็นผู้ร้ายในคดีหุ้นและเอาเงินที่พวกเขาฝากฝังไว้ไปละลายหายสิ้น จอชจึงรวมหัวกันฟอร์มทีมอันประกอบด้วย สไลด์ (เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่) เพื่อนบ้านผิวสีที่ฝีมือแพรวพราวในการก่ออาชญากรรม ชาร์ลี น้องเขยของจอชผู้ไม่เอาอ่าว และฟิสฮิวจ์
The Phantom of the Opera 25th Anniversary (B)
ปรกติแล้ว การดูละครเวทีนั้นมักมีข้อจำกัดที่จะต้องดูที่โรงละครในลักษณะ "สด" เป็นสำคัญเพื่อให้ได้อรรถรสอย่างสมบูรณ์ที่สุดตามลักษณะของศิลปะ การถ่ายทอดหรือบันทึกเป็น DVD จึงมักเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยปรากฏขึ้นบ่อยครั้งนักแม้แต่กับละครเวทีดังๆ ระดับโลกก็ตาม ซึ่งนั่นทำให้การดูละครเวทีถูกจัดอยู่ในศิลปะที่ค่อยมีความยุ่งยากในการเสพศิลป์อยู่ไม่ใช่น้อย The Phantom of the Opera เป็นหนึ่งในละครเพลงอมตะของโลกด้วยฝีมือการประพันธ์เพลงอันสุดยอดของ Andrew Lloyd Webber ที่มีการเล่นต่อเนื่องมาครบ 25 ปีในอังกฤษ (West End) สหรัฐอเมริกา (Broadway) และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจนเรียกได้ว่ามันกลายเป็นสัญลักษณ์ของละครเวทีแบบ Musical ไปแล้ว
ชั่วโมงต้องมนต์ – รักใสๆ กับ dtac และ Galaxy Tab
พอดีวันนี้เจอคลิปนี้โดยบังเอิญบน Facebook ซึ่งก็เข้าใจว่าเพิ่งออกมาไม่นานนัก เลยเอามาพูดถึงแบบสบายๆ ใน Ad Bite ดีกว่า เรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เข้าลิฟท์แล้วเจอสาวที่โดนใจ แต่ครั้นจะบอกให้เธอรู้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาจึงคิดหาทางออกจากเทคโนโลยีที่เขามีอยู่กับตัวนั่นก็คือ Galaxy Tab 8.9 นั่นเอง จุดที่น่ารักน่าชังของเรื่องแน่นอนคือการเลือกเพลงชั่วโมงต้องมนต์ของ Friday มาได้อย่างเหมาะเจาะและสร้าง Mood & Tone ได้อย่างถูกจังหวะมากๆ เพลงและโทนของหนังโฆษณาเรียกได้ว่าตอบโจทย์ในเรื่องแบรนด์ของ dtac อย่างดีทีเดียวเพราะเป็นเพลงในลักษณะฟังสบาย รู้สึกสนุกและอมยิ้ม ซึ่งก็สอดคล้องกับ Brand DNA ของ















Recent Comments