Article
Meryl Streep, Barnard Commencement Speaker 2010, Columbia University
มิ.ย. 29th
มาฟังสุนทรพจน์เด๊ด ๆ ของนักแสดงฝีมือขั้นเทพ กัน แล้วคุณจะรู้สึกยิ้มและปลื้มไปกับเธอเช่นเดียวกับนักศึกษาที่ฟังอยู่แน่ ๆ ครับ More >
บ้านของพ่อ
พ.ค. 16th
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการวิจารณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะผมอยากเผยแพร่สิ่งดี ๆ ที่ผมอยากให้ทุกคนได้ดู
พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์@รางวัลนาฏราช
พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน บ้านของผมหลังใหญ่ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคนผมเกิดมาบ้านหลังนี้ก็สวยงามและอบอุ่น
บ่านหลังนี้สวยงามและอบอุ่น แต่กว่าจะเป็นอย่างงี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อเสียเลือดเอาชีวิตเข้าแลกกว่าจะได้ บ้านหลังนี้ขี้นมา
แต่มาถึงวันนี้พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่ต้องดูแลบ้านดูแลความสุขของคนในบ้าน ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก้อไม่รู้ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ ก็แล้วก็พาลมาลงมที่พ่อเกลียดพ่อ ด่าพ่อคิด จะพาลพ่อ ไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกคนคนคนนั้นซะว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ด่าพ่อไม่รักพ่อแล้ว ก็ออกจากบ้านนี้ไปเพราะที่นี้คือบ้านของพ่อเพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ
ผมรักในหลวงครับ และผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ก็รักในหลวงเหมือนกัน
พวกเราสีเดียวกัน
ศีรษะนี่มอบให้แก่พระเจ้าอยู่หัวครับ
ขอบคุณครับ
Director Lab: การขยับและปรับตัวของเครือข่ายละครกรุงเทพ
ธ.ค. 12th
บทนำ
“ตายยาก” อาจเป็นวลีที่ใช้อธิบายถึงคนกลุ่มหนึ่งได้อย่างวิเศษ คนกลุ่มนี้รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ และใช้ “ละครเวที ” สิ่งที่พวกเขารักทำหน้าที่เสมือนสายใย ผูกยึดโยงถึงกันและกัน จนดูราวกับ “เครือข่าย” ของแมงมุม พวกเขาคือคนละครเวทีร่วมสมัย ประเภทที่รัฐรู้จักแต่ไม่ใช่ลูกรัก ประเภทที่สื่อรับรู้ถึงการมีอยู่แต่ไม่มีพื้นที่ให้พูดถึงมากนัก ประเภทที่พยายามทำหน้าตาให้ดูมีอายุแทบตาย คนดูทั่วไป (บางส่วน) ก็ยังเข้าใจว่าเป็น “ละครนักศึกษา” คนละครเวทีนอกกระแสเหล่านี้เขาเรียกตัวเองว่า “เครือข่ายละครกรุงเทพ” (BTN : Bangkok Theatre Network)
การรวมตัวของพวกเขาเริ่มมานานกว่าสองทศวรรษ แต่ที่รวมตัวกันเป็นจริงเป็นจังก็ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยมีผลงานสร้างชื่อ ได้แก่ เทศกาลละครกรุงเทพ (BTF : Bangkok Theatre Festival) เทศกาลละครเวทีของคนละครเวทีร่วมสมัยที่เปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งรุ่นใหม่ รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ ได้มาปะทะสังสรรค์ แลกดูแลกวิจารณ์ สร้างสีสันให้แก่ผู้ชมผู้ชื่นชอบงานศิลปะประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง เทศกาลละครกรุงเทพได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากประชาคมบางลำพู มหามิตรที่เอื้อเฟื้อให้ใช้สถานที่แถบจะทุกจุดให้คนละครเหล่านี้ได้ดัดแปลงเป็นโรงละคร ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ ห้องประชุมของโรงเรียน ส่วนหนึ่งของผับ ร้านอาหาร สถานที่ทำงาน ไม่เว้นแม้แต่ในเขตวัด
เมื่อพวกเขารวมตัวกันและสร้างสรรค์เทศกาลละครกรุงเทพมาจนถึงขวบปีที่ 5 จนกระทั่งสังคมรับรู้และรอคอยการมาถึงของเทศกาลละครเวทีที่ติดดินมากที่สุดของประเทศไทย ในทุกปลายปี สื่อเริ่มขานรับ เกิดแฟนคลับละครเวที เวปไซต์ (website) ยอดนิยมเริ่มเปิด เวปบอร์ด (webboard ) ให้แก่ละครเวทีโดยเฉพาะ เทศกาลละครกรุงเทพกลายเป็นขุมทรัพย์ของการศึกษาด้านศิลปะการละครร่วมสมัยของไทย อาจารย์ตามสถาบันการศึกษาเริ่มมอบหมายให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั้งในระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา และระดับบัณฑิตศึกษา จัดทำรายงาน วิทยานิพนธ์และวิจัยออกมาหลายต่อหลายเรื่อง
ทั้ง ๆ ที่แค่เทศกาลละครกรุงเทพ ก็ช่างเป็นผลงานที่ท้าทายและเรียกร้องความเสียสละจากชาวเครือข่ายละครกรุงเทพมากพออยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังก้าวต่อไปกับโครงการใหม่ที่เรียกว่า Director Lab กิจกรรมที่เหล่าผู้กำกับละครเวทีซึ่งเป็นสมาชิกของเครือข่ายละครกรุงเทพ หนีเมืองไปรวมตัวเฉพาะกิจเพื่อ “ทดลอง แลกเปลี่ยน และค้นหา” วิธีการกำกับการแสดงใหม่ ๆ ระหว่างกัน
บทความนี้ เขียนขึ้นเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้เขียนในฐานะผู้สังเกตการณ์ จากการที่ได้ร่วมเดินทางจากกรุงเทพ ฯ สู่ อ.เชียงดาว จ. เชียงใหม่ ไปกับเหล่าศิลปินละครเวทีร่วมสมัยกลุ่มนี้ ในโครงการ Director Lab ครั้งที่ 2 ประจำปี 2551 ของพวกเขา ณ มูลนิธิสื่อชาวบ้านมะขามป้อม ศูนย์เชียงดาว ในช่วงเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมา More >

