All posts by nuttaputch
หาย – Loss
loss 0.5 is an is an inter-active and immersive art experience in visual, musical and performance arts that explores loss, emptiness, chance, relationality, and the sublime Conceived by London-based artist, raphael jay adjani, loss 0.5 is developed in collaboration with …
The Social Network: สร้างสรรค์อย่างแสบสันต์ (A-)
ถ้าคุณคาดหวังจะดูอะไรที่เทคโนโลยีแบบคอมพิวเตอร์จ๋า ๆ หรือเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ผ่านทางเวบไซต์ เพราะคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของ Facebook คุณอาจจะไม่เจออะไรอย่างนั้นเลย แต่คุณกำลังจะได้เจอหนังดราม่าชีวิตชั้นดีของผู้สร้าง Facebook ที่มีบทสนทนาคม ๆ และการตัดต่อสุดเจ๋งตามแนวของ David Fincher แทนต่างหากล่ะ เรื่องราว The Social Network เป็นช่วงเวลาของการเริ่มสร้างเวบไซต์ Social Network อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันที่มีชื่อว่า Facebook โดยย้อนกลับไปในปี 2003
ม้า..แค่อยากเป็นม้า ไม่อยากเป็นคน (B+)
การที่เราจะมีความสุขนั้น จะต้องอาศัยตัวตนอันเป็นที่พอใจสำหรับคนอื่นหรือการเป็นตัวตนของเราจริง ๆ กันแน่ นั่นคือสิ่งที่ถกเชิงปรัชญาและนำเสนอในผ่านวรรณกรรมและละครมานับไม่ถ้วน และ "ม้า..แค่อยากเป็นม้า ไม่อยากเป็นคน" ก็เป็นหนึ่งในงานละครที่นำเสนอประเด็นดังกล่าวออกมาอย่างน่าสนใจ ด้วยคอนเซปต์ละครที่แปลกใหม่ ไม่จำเจ และท้าทายประสบการณ์ผู้ชมอยู่ไม่น้อย
ละครเล่าเรื่องของตัวละคร 6 คน (หรือตัว?) ที่มีชีวิตอยู่ในสังคมด้วยสภาวะที่ต้องสัมพันธ์กับคนอื่นในสถานะต่าง ๆ ตั้งแต่อาจารย์เพื่อนร่วมภาควิชาเดียวกัน เจ้าของบาร์กับลูกค้า หรือเด็กหนุ่มกับอินเตอร์เนต ฯลฯ ซึ่งทุกคนล้วนเสมือนมีแผลในใจกับตัวตนที่ตัวเองกำลังเป็นจนต้องดิ้นรนออกมาในวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะครูแก่ที่ใกล้เกษียณซึ่งหาหลักจับให้กับบั้นปลายชีวิตในขณะที่ครูสาวผู้โดดเดี่ยวก็คลั่งไคล้กับการเชียร์ศิลปินจากการแข่งขันเรียลลิตี้โชว์ นักศึกษาญี่ปุ่นผู้อกหักจากสาวไทย หรือกับหญิงสาวโสดสนิทที่แอบโหยหาความรักเช่นเดียวกับเจ้าของที่เฝ้าถามคำถามว่าเหตุใดเขาถึงถูกเมียทิ้ง จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือบรรดาตัวละครที่ไม่ต่างคนปรกติทั่วสามสาวทรามทราม: เหตุผลของคนทราม (B)
คนจะเลว ก็มักจะมีเหตุผลในการเลวของตัวเอง จนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนเลว
นั่นคงเป็นทั้งความจริงทั้งในโลกจริงและโลกละครของ "สามสาวทรามทราม" ที่พาเราไปแกะรอยเบื้องหลังชีวิตของตัวละครซึ่งมีชีวิตบนคำจำกัดความที่ว่า "ทราม" เพื่อที่เราจะได้เห็นมุมมอง แง่คิด และสาเหตุของความหายนะต่าง ๆ นานา เรื่องราวของ "สามสาวทรามทราม" เริ่มขึ้นเมื่อ เปิ้ล นวล แอน สามสาวที่บังเอิญมาเจอกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งสามได้เสียชีวิตไปแล้ว และกำลังถูกตัดสินว่าจะได้มีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์ หรือตกลงไปในนรกโดยเหล่าสภาสัมภเวสี (ซึ่งก็คือคนดูนั่นแหละ) เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด และทั้งสามคนก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองออกมาให้เราได้พิจารณาตัดสินกัน เริ่มตั้งแต่Bangkok Theatre Festival #Day1
เนื่องจากปีนี้ต้องดูละครเยอะเป็นพิเศษ เลยขอเขียนแบบรวบรัดเป็นรีวิวในแต่ละวัน เผื่อเป็น Guide ให้กับคนที่อยากได้เป็นแนวทาง (ขออนุญาตไม่ให้เกรดเนื่องจากมีผลเรื่องการตัดสินละครยอดเยี่ยม) 1. หน้าทับ - องศาศิลป์ เป็นงานระยุกต์หลาย ๆ อย่างของศิลปะไทย ไม่ว่าจะเป็นโขน จนไปถึงการตีกลองสะบัดชัย ให้ค้นหาและต่อยอดเป็นสิ่งที่ร่วมสมัย เช่นการผสมกับดนตรีที่เป็น POP เข้ากับจังหวะของโขน การประยุกต์ท่าเต้น ท่ารำของโขนให้มีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น (จนเราอาจจะคิดว่ามันละม้ายคล้ายกับ K-Pop ปัจจุบันเลย) ซึ่งกระบวนการพัฒนาต่าง ๆ นั้นทำได้ดี ทำให้งานศิลปะดูสนุกและตื่นตาตื่นใจมากขึ้นพร้อม ๆ กับเชื่อมโยงความงามในแบบเดิมได้ 2.
เด็กพิเศษ: ผิดที่(ไม่)ปรกติ (B+)
เรื่องราวของเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะในความหมายของเด็กออทิสติก เด็กที่มีพัฒนาการช้ากว่าปรกติ หรือคำพูดแรงอย่าง "เด็กปัญญาอ่อน" เป็นหนึ่งในประเด็นที่ละครหรือภาพยนตร์ดี ๆ มักหยิบมาพูดถึงหรือนำเสนอ เพราะเป็นความท้าทายสำหรับผู้เขียนบท ผู้กำกับและนักแสดงอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องพยายามทำความเข้าใจ "ความพิเศษ" ของคนที่อยู่ในภาวะดังกล่าว
"เด็กพิเศษ" จาก Spring Theatre ก็เป็นหนึึ่งในละครดี ๆ ที่พาคนดูไปสัมผัสเรื่องราวของเด็กพิเศษมาพูดด้วยอีกมุมมองหนึ่งซึ่งน่าสนใจและน่าค้นหาอยู่ไม่น้อย ด้วยเนื้อของบทที่มีชั้นเชิง ละเอียดลึก และการแสดงที่เข้มข้นของนักแสดง เรื่องราวของ "เด็กพิเศษ" เริ่มเรื่องเมื่อผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของรายการทอล์คโชว์รายการหนึ่งที่กำลังสัมภาษณ์ "สุดา" มารดาของ "ภรณ"อีหนูขอบอก: เด็ก (และละครเรื่องนี้) มีปัญหา (C+)
เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ผู้ใหญ่ในวันนี้เลยพยายามจะเลี้ยงดูเด็กด้วยสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าดีกับเด็ก แต่ไป ๆ มา ๆ มันกลายเป็นยัดเยียดให้กับเด็ก โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด อาจจะไม่ได้ดีที่สุดกับเด็กก็ได้
เช่นเดียวกับละคร "อีหนูขอบอก" ละครเวทีเรื่องล่าสุดจากคณะละครเสาสูง ที่บังเอิญยัดเยียดหลาย ๆ อย่างลงไปในละคร และท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คิดนั่นแหละ เรื่องราวของ "อีหนูขอบอก" เริ่มเมื่อ เอิ๊บและบาส สองสามีภรรยาพบว่าลูกอายุ 7 เดือนของตัวเองนั้นโตเร็วกว่าปรกติอย่างน่าประหลาด เพราะสามารถลุกขึ้นมาพูดจาเป็นประโยค เพื่อบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องการฟังเพลงโมสาร์ทที่เปิดกล่อมอีกต่อไป ด้วยความดีใจปนประหลาดใจทำให้ทั้งคู่มั่นใจถึงวิถีการทุ่มเทเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะของตนจนลืมฟังสิ่งที่ลูกกำลังเรียกร้อง กลับมัวไปพัลละวนบอกความตื่นเต้นกับคนอื่น จนท้ายที่สุด ลูกอัจฉริยะของทั้งสองคนเลยต้องลุกขึ้นมาทำอะไรเสียที ในขณะเดียวกันละครก็ตัดสลับกลับไปถึงอดีตความหลังเมื่อวันที่เอิ๊บและบาสยังไม่สามารถมีลูกกันได้The Alchemist – หัวใจ ค้นหา ไล่ล่า ความฝัน
เอาจริง ๆ แล้วก็น้อยครั้งที่ผมจะได้มีโอกาสหยิบหนังสือนิยายมาอ่านกับเขาเพราะส่วนมากง่วนอยู่กับการนั่งดูหนัง ดูละคร เขียนหนังสือ และอ่านนิตยสารต่าง ๆ แต่เพราะเหตุผลกลใดบางอย่างที่ทำให้คนที่ผมเคารพมากคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับหนังสือ The Alchemist โดย Paulo Coelho จนอดครั่นคร้ามไม่ได้ที่จะต้องหาเวลามาอ่าน แถมเมื่อหันไปรอบ ๆ ข้างก็ได้รับการยืนยันว่า "ต้องอ่าน" เรื่องราวของ The Alchemist (เคยแปลเป็นไทยชื่อ ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน) ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะนาม Santiago ผู้ซึ่งฝันที่จะได้เดินทางไปต่าง ๆ ตามความปราถนา
เฉาก๊วย ถ้วยสุดท้าย: แหกกฏให้ฮาสนั่นโรง (A-)
ละครที่ดีคืออะไร? มีนักการละครและทฤษฏีละครมากมายพยายามจะบัญญัติมันด้วยกฏเกณฑ์ต่าง ๆ พยายามยกสิ่งที่เรียกว่า "ทฤษฏี" และ "รสนิยม" มาเป็นข้ออ้างเพื่อจัดระเบียบและให้คะแนนกับละครเวที โดยเฉพาะเรื่องการสร้างบทละครให้มี "คุณค่า" ด้วยกลวิธีต่าง ๆ
จนไม่วายที่กฏเกณฑ์ทฤษฏีเหล่านี้กลายเป็นเหมือนกรอบที่กั้นอิสระของนักการละครบางคนที่มองมันเป็น "ภาระ" มากกว่า "พาหะ" และเพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง เฉาก๊วย ถ้วยสุดท้าย จึงหยิบกฏต่าง ๆ มายำใหญ่ ล้อเลียน เสียดสี ชนิดเอาให้เชยและเสี่ยวชนิดระเบิดระเบ้อ แต่ก็ฮาสะใจคนที่คุ้นเคยหรือคลุกวงในวงการละครไปพร้อม ๆ กัน เรื่องราวของWaWa – The Rice Child – เบิกบานและละเอียดอ่อน (B+)
Reign of Assassins: กำลังภายในผสมปรัชญา (B)
ในยุคหลัง ๆ นั้น เรามักเห็นหนังจีนกำลังภายในเติบโต และวิวัฒนาการสู่ความเป็นสากลมากขึ้น จากแต่ก่อนที่เน้นคิวบู้สุดระห่ำและสลิงกันกระจายแบบโปเยโปโลเย หรือหวงเฟยหง มาสู่การต่อสู้ที่สวยงามแต่แฝงด้วยความหนักแน่นตั้งแต่สมัยของ Crouching Tiger Hidden Dragon ของอังลี ไปจนถึง Hero ของจางอี้โหมว
Reign of Assassins ของจอห์น วู ก็เช่นเดียวกัน (จริง ๆ มีเขากำกับร่วมกับ Chao-Bin-Su อีกคน)อีหนูขอบอก (The perfect child)
พ่อแม่มือใหม่ต้องช๊อคแดกเมื่อลูกพูดได้เร็วก่อนกำหนด ด้วยการปฏิเสธที่จะฟังเพลงโมสาร์ทที่เปิดกระตุ้นความฉลาดทุกวัน จึงเกิดอาการนอยแล้วเริ่มต้นหาความผิดพลาดของกระบวนการเลี้ยงลูกของกันและกัน จนค้นพบความจริงที่แสบสันต์ วันแสดง 25-29 ตุลาคม , 1-3 พฤศจิกายน เวลาแสดง 19.30 บัตรราคา 300 ทุกที่นั่ง ที่นั่งมีจำนวนจำกัดเพียง 50 ที่ต่อรอบเท่านั้น จัดแสดงที่ Democrazy Theatre Studio ซอยสะพานคู่ ถนนพระรามสี่ (เยื้องสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ประตู 6 หรือใกล้ MRT ลุมพินี ทางออกที่ 1) กำกับการแสดง กิตติ










Recent Comments