ความทรงจำและอดีตอาจจะเป็นทั้งความสวยงาม และความเศร้าไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นถึงความลับที่ต้องปกปิดเพื่อไม่ให้เวลาที่มันเปิดเผยจะทำร้ายเจ้าของความทรงจำและคนที่เกี่ยวข้อง
บทละคร Old Time ของ Harold Pinter ก็นำเรื่องของอดีตและกาลเวลาในความทรงจำของมนุษย์มาเป็นแกนหลักสำคัญของเรื่อง ซึ่งทำให้ผู้ชมได้ดำดิ่งลงไปในเรื่องราวจากคำพูดของตัวละครเพื่อความจริงและความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นเรื่องราวย่อ ๆ ของ Old Time คือเคทและดีลีย์ สองสามีภรรยาต้อนรับมาเยี่ยมของแอนนา “เพื่อนสนิทที่สุดคนเดียว” ของเคทหลังจากไม่ได้เจอกันมาร่วม 20 ปี ซึ่งจากการพูดคุยกันของทั้งสามคน ทำให้ความหลังในอดีตและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยถูกปิด หรือหลบซ่อนไว้อยู่ค่อย ๆ เผยออกมาทั้งด้านความสัมพันธ์ของเคทกับแอนนาที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน จนถึงกระทั่งเรื่องราวของแอนนากับดีลีย์เองด้วย ซึ่งนอกจากเรื่องจะพาเราดำดิ่งลงไปกับความสัมพันธ์ในอดีตแล้ว การเข้ามาของแอนนาก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเคทกับดีลีย์ก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
โดยเนื้อบทแล้ว Old Time นับเป็นหนึ่งในงานเด่น ๆ ของ Harold Pinter ในด้านการใช้ภาษา ความคมคายของบทสนทนาผสมกับ “เวลา” ซึ่งถ้ามองในแง่วรรณกรรมแล้ว มันเป็นหนึ่งในงานที่น่าศึกษาและท้าทายในการตีความพร้อมกับครุ่นคิดไปกับวิธีการเล่าเรื่องของละคร ซึ่ง Old Time ฉบับของ Arts Hub Group ก็นำเสนอตรงนี้ได้ไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด การตีความต่าง ๆ ก็มีมิติและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนออกจะตะขิดตะขวงอยู่คือการรักษาจังหวะและความกระชับการการแสดงที่ออกจะเนือย ๆ อยู่ไม่น้อย ซึ่งอันที่จริงก็มีส่วนมาจากบทละครดั้งเดิมด้วย เพราะบทดั้งเดิมนั้น แค่การอ่านบทเฉย ๆ ก็ต้องใช้สมาธิอยู่พอสมควร ครั้นพอกลายเป็นนักแสดงพูดบทสนทนานั้นเลยยิ่งทำให้ง่ายต่อการทำให้คนดู “หลุด” อยู่ไม่น้อย ยิ่งจังหวะของเรื่องนั้นไม่ได้มีแอคชั่นที่บีบหรือเร่งจังหวะของเรื่องด้วยแล้ว จึงไม่แปลกที่ผู้ชมหลายคนอาจจะหลุดจากละครหรือหลับเอาเสียง่าย ๆ ก็ได้
สิ่งหนึ่งที่อาจจะพอช่วยได้หากมีการปรับเปลี่ยนคือการสร้างบริบทที่เป็นคนไทยสำหรับละครเรื่องนี้แทนที่จะเดินตามบทดั้งเดิมหมด ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการเคารพบทละครอยู่ แต่การที่เรื่องเป็นฝรั่งจ๋าตั้งแต่ตัวละคร เครื่องแต่งกาย และสถานที่ในบทสนทนา มันเลยทำให้ละครกลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่ผู้ชมคนไทยจะหาจุดเชื่อมโยงค่อนข้างลำบากอยู่ไม่น้อย แถมยังกลายเป็นอุปสรรคของนักแสดงในการเข้าถึงบทหรือการพูดบทสนทนาให้เป็นธรรมชาติอีกทางหนึ่งเช่นกัน
โดยรวมแล้ว ผู้เขียนรู้สึกว่า Old Time ยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุงและเสริมให้กับละคร แม้ว่าการเอาบทละครชั้นครูมาใช้นั้นจะเป็นความท้าทายอยู่ไม่น้อย และหลาย ๆ อย่างของ Old Time เวอร์ชั่นนี้ก็ทำได้ดี แต่อย่างไรซะแก่นหลักของละครยังดูไม่ได้นำเสนอออกมาให้จับต้องได้ชัดเจนมากเท่าที่ควรเพราะอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งนั่นคงไม่ดีแน่ถ้าจะทำให้ผู้ชมเดินออกจากโรงละครโดยจับอะไรออกมาไม่ได้เลย
