Inception: ลึกลับ ซับซ้อน แต่เจ๋งสุด ๆ

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Christopher Nolan คือผู้กำกับของ The Dark Knight ที่ฮิตถล่มทลาย และอีกหลายต่อหลายคนไม่รู้ว่า Christopher Nolan นั้นไม่ได้ดังจากหนัง Super Hero อย่าง Batman Begin แต่เขาดังตั้งแต่สมัยหนังอินดี้สุดแหวกและโดนใจคอหนังอย่าง Memento ซึ่งสำหรับบรรดาคอหนังจะทราบอันดีถึงเอกลักษณ์หนังทีี่เป็น Original ของ Nolan ว่าจะเต็มไปด้วยความลึกลับ ซับซ้อน แต่แฝงไว้ด้วยความคิดที่เฉียบคมและน่าทึ่งอยู่เสมอ ๆ

แน่นอนว่าหลังจากโปรเจคหนังหลัง ๆ ของเขาทุกเรื่องทำรายได้ถล่มทลายและกลายเป็นผู้กำกับชื่อดัง เขาก็ได้สิทธิ์ในการบรรเลงจินตนาการของเขาอีกครั้ง ซึ่ง Inception คือหนังที่เขาเล่าว่าเป็นหนังก้นกรุ (แบบเดียวกับที่คาเมรอนบอกว่าเป็นหนังในลิ้นชักของเขานั่นแหละ) และวันนี้เขามีโอกาสทำให้มันเป็นจริง ซึ่งมันก็เจ๋งสมกับที่เขาบ่มเพราะมันไว้จนสุกหง่อมแล้วจริง ๆ !!

Inception เป็นหนัง Sci-Fi / Action / Thriller (เป็นส่วนประกอบที่เจ๋งไหมล่ะ) ว่าด้วยเรื่องสมมติ (?) เมื่อเทคโนโลยีสามารถทำให้คนสามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับความฝันของคนอื่น ๆ ได้ ซึ่งในความฝันนี้แหละ ที่จะทำให้คนนอกสามารถเข้ามาดูความลับ หรือ “ข้อมูล” ที่ถูกซ่อนไว้ในจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก ภารกิจจารกรรมความลับเหล่านี้เป็นหน้าที่ของจารชนอย่าง คอร์บ (ลีโอนาโด ดิคาร์ปริโอ) และเหล่าทีมงานของเขา แต่แล้ววันหนึ่ง ภารกิจของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจากที่ต้อง “ขโมย” แต่ต้องเป็น “ฝังความคิด” (Inception) ให้กับเจ้าของความฝัน ซึ่งนอกจากภารกิจนี้อยู่บนมุมมองที่ “ยากเกินกว่าจะเป็นไปได้” แล้ว ปริศนาและความลับของคอร์บก็เป็นเหมือนภัยมืดที่ทำให้ภารกิจดังกล่าวยากขึ้นไปอีก


จะว่าไปแล้ว ความคิดอันอัศจรรย์ของ Nolan ก็นับว่าสุดบรรเจิดกันอยู่แล้ว นับตั้งแต่พล็อตเก๋ ๆ ไอเดียและความคิดของ Sci-Fi ที่ล้ำชนิดคาดไม่ถึงกัน แต่บทหนังก็ฉลาดมากพอที่จะยัดเยียดความคิดให้เราเชื่อและเออออตามไปกับมันได้ภายในครึ่งชั่วโมงแรกด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ตั้งแต่คำพูด การลำดับความคิด หรือแม้แต่ภาพ ซึ่งเชื่อเถอะว่าถ้าใครพลาดครึ่งชั่วโมงแรก ก็คงเตรียมหลงทางอยู่ในหนังของเขาชนิดหาทางออกไม่เจอไปอีกสองชั่วโมง

เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะบทหนังเรื่องนี้สำคัญมากในการปูพื้นฐานให้คนเข้าใจ Fictional Truth ของเรื่อง ซึ่งถ้าเราไม่สามารถเข้าใจ (หรือพอที่จะเข้าใจบ้าง) ก็คงเป็นการยากที่จะเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาชนิดลึกลับ ซ้อนทับกันไปมาให้งงแล้วงงอีกเป็นแน่

นอกจากไอเดียเจ๋ง ๆ ของ Nolan แล้ว บทหนังก็ยังคมกริบแบบเดียวกับหนังเรื่องก่อน ๆ ที่ Nolan ได้ร่วมเขียนบทด้วย (The Dark Knight, The Prestige) มีการวางเงื่อนงำ ปริศนาต่าง ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป มีหักมุมหรือสร้าง Surprise ระหว่างเรื่อง ก่อนค่อย ๆ ใบ้ให้ผู้ชมรู้ และเปิดเผยให้ทึ่งไปพร้อม ๆ กัน (แม้มันอาจจะไม่หักมุมชนิดตกเก้าอี้ก็ตาม) ซึ่งกลวิธีแบบนี้ก็จะเห็นบ่อย ๆ ให้หนังของเขา และการใส่ใจและโฟกัสไปที่การเล่าเรื่องนี่แหละ ที่เป็นเสน่ห์สำคัญที่ผู้ชมหลายคนชื่นชอบหนังของเขาเป็นพิเศษ

สิ่งหนึ่งที่น่าคิดไม่น้อยจากหนังคือประเด็นการแยกแยะระหว่างความฝันและความจริงของคนที่ได้เข้าไปสัมผัสความฝันในแบบที่ “ควบคุมได้” โดยโลกที่จินตนาการสามารถสร้างได้นั้นกลายเป็นสิ่งที่ปรารถนา และกลายเป็นบ่วงที่ทำให้หลายคนแม้แต่คอร์บเองก็ต้องพลาดพลั้งถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งกลายเป็นคำพูดเด็ด ๆ ว่า “ตื่นกลับไปโลกความจริง” นั้นจริง ๆ แล้วคือกลับไปสู่โลกไหนกันแน่



การที่หนังมีความลึกลับซับซ้อนหลายชั้น ทำให้การลำดับและตัดต่อภาพนั้นต้องมีจังหวะที่เฉียบคมมาก ๆ ซึ่ง Inception ก็เป็นหนึ่งในหนังที่ลำดับและตัดต่อออกมาได้ดีถึงดีมาก และมีส่วนสำคัญในการสร้างให้หนังดูตื่นเต้น รวดเร็วและลุ้นระทึกอยู่ตลอด พร้อม ๆ กับเพลงประกอบฝีมือของ Hans Zimmer ที่ทำให้หนังรู้สึกบีบคั้น ตึงเครียด แต่ก็ดู “อลังการ” ไปพร้อม ๆ กัน

ในส่วนด้านการแสดงของบรรดานักแสดงนั้น ก็นับว่าลีโอนาโด ได้รับบทที่ค่อนข้างท้าทายและสร้างภาพเท่ห์ ๆ ของเขาในมาดของจารชนที่มาพร้อมกับฉาก Action สไตล์ James Bond และบท Drama เล็ก ๆ (แต่ไม่ได้้เยอะพอจนจะน่าจดจำเมื่อเทียบกับบทบู๊) นอกจากนี้เราก็ยังได้ชมนักแสดงหลายคนในบทที่แปลกออกไปอย่าง Ellen Page (Juno) หรือ Ken Watanabe

โดยส่วนตัวแล้ว หนังเรื่องนี้ยังคงความเจ๋งสไตล์ Nolan ไว้อย่างครบครัน แถมเหมือนเขาได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ จากการกำกับหนังเรื่องก่อน ๆ แล้วเอามาผสมให้ Inception กลายเป็นหนังที่ครบสูตรตั้งแต่บทที่ดี เทคนิคภาพเท่ห์ และแอคชั่นมันส์ ๆ แต่ก็ยังมีข้อเสียคล้าย ๆ กับงานอย่าง Memento ที่คนจะเดินออกมาจากโรงแล้วถามกันว่า “รู้เรื่องไหม?” “สรุปไอ้นั่นคืออะไร” ฯลฯ อันเกิดจากการที่ผู้ชมหลาย ๆ คนตามเรื่องและความสลับซับซ้อนของหนังไม่ทันนั่นเอง

  • http://www.patsonic.com PatSonic|Com

    หนังของผู้ชายคนนี้ ต้องมี “ซ้ำ”

  • http://nuttaputch.barkandbite.net nuttaputch

    คงต้องซ้ำจริง ๆ นั่นแหละ :D

Powered by Free Wordpress Themes