Subscribe:Posts Comments

You Are Here: Home » Bite, Theater Bite » Flu-O-Less-Sense: เชื้อโรคที่ทำลายสังคม

นี่อาจจะเป็นงาน Physical Theatre ของ B-Floor ที่ผมรู้สึกได้ถึง “พลัง” และ “สาร” ที่ต้องถ่ายทอดให้กับผู้ชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งพร้อม ๆ กับรู้สึกเสียดายที่คนไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้ดูเพราะในทีวีมีแต่ศิลปินดารามาร้องเพลงกับมิวสิควีดีโอเชย ๆ และเพลงตลาด ๆ ที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกกระตุ้นลงไปในต่อมสำนึกอะไรเลยสักนิด!!!  ซึ่งใครจะรู้บ้างว่าในโรงละครเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครจะสนอกสนใจ กำลังแสดงศักยภาพของศิลปการแสดงที่ตีแผ่สภาวะของสังคมไทยให้สะเทือนใจผู้ชมได้อย่างน่าตกตะลึง

ภาพของเชื้อโรคระดับเซลที่ดูผ่านกล้องจุลทัศน์เป็นหนึ่งในภาพมัลติมีเดียบอกเล่าเรื่องที่เราจะเห็นซ้อนทับอยู่กับ Physical Performance ของเหล่านักแสดงที่กำลังเล่า “เรื่อง” และ “ความเป็นไป” ในฉากแต่ละฉากที่ร้อยเรียงต่อกัน และด้วยพฤติกรรมบางอย่าง หรือการกระทำบางอย่างที่ตัวละครทำจะกระตุกรอยหยักสมองเราให้อดคิดไม่ได้ว่านี่คือ “ความจริงของคนไทย” โดยการแสดงต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ได้บอกกันมาโต้ง ๆ แต่เป็นเหมือนการยื่นปลายเชือกของความคิดมาให้กับผู้ชมได้ลองคว้าจับแล้วสาวต่อเทียบเคียงกับตัวตนและความทรงจำของตัวเอง

ความน่าหดหู่อย่างหนึ่งของการชม Flu-O-Less-Sense คือการรู้สึกว่าเรื่องราวที่เราโดนตบหน้า (หรืออาจจะถูกกระทืบ) ด้วยความจริงที่ละครนำเสนอให้กับเราทุกคนโดยไม่มีการตัดสินว่าความรุนแรงและเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เป็นความผิดของใคร ซึ่งแม้มันอาจจะทำให้เราหดหู่และสะเทือนใจ แต่มันก็เป็นความท้าทายของคนดูที่จะต้องเงยหน้ามองมันและยอมรับความจริง อีกทั้งแก่นของละครนั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การบ่งชี้ความผิดของบุคคลหรือฝ่ายใด แต่คือการบ่งชี้ไปยังเมล็ดพันธุ์และเชื้อโรคร้ายที่ทำให้พฤติกรรมของคนไทยนั้นสวนทางกับสิ่งที่เราพยายามบอกว่าเราเป็น (สำหรับผู้เขียนแล้ว สิ่งที่น่าหดหู่มากที่สุดฉากหนึ่ง คือฉากที่พูดถึงลัทธิความเชื่อต่าง ๆ จนทำให้คนเราถูกชี้นำไปโดยไม่มองเหตุผลหรือฉุกคิดอะไรแล้วทั้งนั้น)

และเมื่อการแสดงผ่านไปเรื่อย ๆ ภาพของเชื้อโรคที่ตอนแรกเป็นเพียงเซลเล็ก ๆ ค่อย ๆ แผ่ขยายและระบาดหนัก ไปพร้อม ๆ กับความจริงอันเน่าเฟะของประเทศเราถูกนำออกมาเปิดเผย

ความเก๋ของโปรดักชั่นนี้คือการเลือกหยิบจับ Prop และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาผสมผสานกันและใช้อย่างชาญฉลาด จานพลาสติกถูกนำมาใช้เป็นภาพสัญลักษณ์หลายอย่างและสร้าง Movement ที่สวยงามในหลาย ๆ ฉาก ซึ่งเครดิตสำคัญคงไม่พ้นผู้สร้าง ธีรวัฒน์ มุลวิไลที่สร้างภาพอันตรึงตราตรึงใจอย่างนี้ออกมาได้ รวมไปถึงทีมนักแสดงทุกคนที่ใช้ร่างกายของตัวเองในการนำเสนอสารและเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างทรงพลัง

จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้ Physical Performance เรื่องนี้ดูเข้าใจง่ายกว่าปรกติคงเป็นเพราะความสด และความใกล้ตัวของเนื้อหาที่ผู้สร้างต้องการจะบอกเรา ซึ่งมันก็คงได้ผลกับผู้ชมที่เข้าไปเนืองแน่นอยู่ใน Democrazy Theatre Studio

และน่าเสียดายจริง ๆ คนไทยอีกมากมายนอกโรงละครไม่ได้มีโอกาสดูงานศิลปะดี ๆ ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาบ้านเมืองเราในภาวะที่เราต้องการพลังของปัญญาในการเข้าไปกระเทาะเปลือกปัญหาที่ฝังรากลึกลงไปในสังคมและแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ประเทศเราหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ ๆ นี้เสียที

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)
Like this? Share it :D
  • del.icio.us
  • Digg
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Tumblr
  • Twitter

ป้ายกำกับ:, ,

Leave a Reply