
จากหนังสือการ์ตูนสุดฮิต (อีกแล้ว) กลายเป็นละครทางทีวีอันยอดเยี่ยม ก่อนปิดท้ายด้วยภาพยนต์ที่ถล่ม Box Office ของญี่ปุ่นพร้อมกับความชื่นชมจากทั้งแฟนการ์ตูนและละครกันอย่างล้นหลาม โดย Rookies: Graduation คือบทสรุปสุดท้ายของการต่อสู้ของนักเรียนม.ปลายที่หวังและฝันว่าจะไปเล่นเบสบอลชิงชนะเลิศที่โคชิเอ็ง (ส่วนทำได้หรือไม่นั้น ไปดูกันเองในหนังนะครับ)
อันที่จริง หนังญี่ปุ่นหลาย ๆ เรื่อง (รวมไปถึงละครและการ์ตูนต่าง ๆ) มักมีจุดร่วมกันอย่างน่าประหลาด คือการมีเรื่องราวของคนที่เป็นประเภท Loser (ขี้แพ้) หรือ Lost (สิ้นหวัง) และลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเองเพื่อผันตัวเองมาเป็น Winner กับเขาเสียที ซึ่งหลาย ๆ เรื่องที่ประสบความสำเร็จเช่น Hula Girl, Swing Girl, Water Boy หรือแม้กระทั่งซีรี่ย์สุดฮิตอย่าง Nodame Cantabile โดยหากจะมองในแง่นึงแล้ว นี่อาจจะมาจากรากฐานและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเองที่พลิกฟื้นจากประเทศที่แพ้สงครามมากลายเป็นมหาอำนาจในปัจจุบัน
และหากในอีกมุมมองนึง ที่ญี่ปุ่นพยายามปลูกฝังเรื่องการพลิกฟื้นจากผู้แพ้กลายเป็นผู้ชนะ ก็อาจจะเพราะสังคมการแข่งขัน รวมทั้งภาวะถดถอยด้านเศรษฐกิจที่บีบคั้นคนในประเทศอย่างเหลือล้น ซึ่งประชาชนทุกคนต้องการกำลังใจที่จะปลุกให้ทุกคนฮึกเหิมและกล้าที่จะสู้กับปัญหาต่าง ๆ (น่าคิดนะครับว่าบ้านเมืองเขาใช้สื่อในทางสร้างสรรค์ขนาดนี้ ส่วนบ้านเมืองเรายังให้ดูละครตบตีแย่งพระเอก กับหนังผีและตลกไร้รสนิยม)
เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องกันหน่อย Rookies ก็ไม่ต่างจากสูตรสำเร็จด้านเรื่องราวดังกล่าว แต่แฝงไว้ด้วยความดราม่าชั้นดีที่กระเทาะลึกลงไปในจิตใจและเชื่อมโยงกับทุกคนได้ นั่นคือ “ความฝัน” และ “ความหวัง”
เรื่องราวในภาคละครทีวีของ Rookies เริ่มจากอาจารย์คาวาโต้ที่มาประจำที่โรงเรียนฟุตาโกะ ทามากาว่า โรงเรียนซึ่งชมรมเบสบอลถูกแบนเนื่องจากมีเรื่องชกต่อยกัน และภาพของชมรมเบสบอลกลายเป็นที่รวมของนักเรียนเกเร ไม่ต่างจากนักเลงก็ว่าได้ แต่แท้จริงแล้วนั้น สมาชิกแต่ละคนไม่ได้มีฝีมือแย่แต่อย่างใดเลย ซึ่งคาวาโต้นั้นได้พยายามปลุกให้เด็ก ๆ เหล่านี้กล้าลุกขึ้นมาคว้าความฝันของตัวเองอีกครั้ง
ส่วนเวอร์ชั่นหนัง ก็จะเป็นตอนต่อมา โดยเป็นปีการศึกษาสุดท้ายของบรรดาสมาชิกชมรมที่หมายมั่นว่าจะต้องเข้าไปถึงโคชิเอ็งให้ได้ (ถ้าใครอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นจะรู้ว่าโคชิเอ็งเนี่ยคือสุดยอดความฝันของบรรดานักเบสบอลมัธยมปลายเลยก็ว่าได้) แต่การต่อสู้ของพวกเขานั้นไม่ใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่าย ๆ เพราะมันล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย
จุดที่เยี่ยมของหนังคือการคงเส้นคงวากับสิ่งที่เรียกว่า Theme ของเรื่องได้อย่างแน่วแน่ แม้อาจจะมีการเร้าและปลุกอารมณ์อยู่บ่อย ๆ ด้วยฉากสุดประทับใจมากมาย แต่มันก็ไม่ได้เน่าและรู้สึกเฝือเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน บรรดาองค์ประกอบการปลุกเร้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะบทพูด แอคติ้ง และดนตรีประกอบนั้นเสริมกันได้อย่างเจ๋งเป้ง เรียกเอาได้ว่าหลาย ๆ ฉากเราอยากจะร้องไห้ไปพร้อมกับตัวละคร หรือยิ้มไปกับพวกเขาได้ทันที
สิ่งที่ผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษคือประเด็นของเรื่อง และความรู้สึกที่ในเวลาที่เราดูหนังเรื่องนี้จบ เพราะมันทำให้รู้สึกถึงพลังในสิ่งที่เรามักมองไม่เห็น หรือคิดว่ามันไม่มีอยู่จริง (หรือบางทีอาจจะคิดแต่ลืมนึกถึงเวลาที่เราท้อแท้)
มีประโยคหนึ่งที่อานิยะ (ตัวละครเอก) พูด “ความฝันจะทำให้เราเข้มแข็งจริง ๆ หรือครับ?” พร้อมกับร้องไห้ในฉากสำคัญของเรื่อง ซึ่งนี่น่าจะเป็นประโยคที่พูดแทงทะลุหัวใจและปลุกวิญญาณนักสู้ของชาวญี่ปุ่นที่ดูหนังเรื่องนี้กันแบบถล่มทลายก็ว่าได้
ใช่ครับ ความฝันมันทำให้คนฮึกเหิมขึ้นมาและกล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือคำปรามาสที่ได้รับจากคนอื่น ๆ
และผมก็ค่อนข้างเชื่อว่าถ้าใครมีความฝันและดูหนังเรื่องนี้แล้ว มันย่อมมีวินาทีที่คุณรู้สึก “อิน” และ “เต็มเปี่ยม” ไปกับทีมฟุตาโกะอย่างแน่นอน





Recent Comments