
จากพล็อตเรื่องแนว ๆ ว่าด้วยคุณหมอศัลยแพทย์ประสาทอัจฉริยะ แต่ดันหลงไปสู่ยุคเอโดะและการผจญภัยเพื่อเปลี่ยนแปลงและหาหนทางสู่อนาคต Jin~หมอทะลุศตวรรษ เลยเป็นส่วนผสมประหลาด ๆ ระหว่างละครพีเรียด วิทยศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ และเนื้อเรื่องแนว Sci-Fi ผสมกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น!! (มันเอาซะหลายมุมเลยนะเนี่ย)
เรื่องราวของ Jin เริ่มเมื่อมุนาคาตะ จิต ศัลยแพทย์ฝีมือเก่งแต่ดันมีปมเรื่องการรักษาคนรักในอดีต ต้องเจอเหตุการณ์คนไข้ประหลาดก่อนจะประสบอุบัติเหตุหลุดกลับไปสู่ยุคเอโดะ สถานที่ที่ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ หรือยารักษาโรคสมัยใหม่เลย แต่ด้วยวิชาของเขาทำให้เขากลายเป็นเหมือนหมอเทวดาที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์และชะตาชีวิตของบุคคลที่อยู่รอบข้างเขา
โดยเนื้อเรื่องของเวอร์ชั่นละครทีวีนั้นค่อนข้างจะคล้ายกับเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนอยู่พอสมควร (ประเทศนี้มักหาสูตรสำเร็จจากอุตสาหกรรมการ์ตูนจริง ๆ นะ) และมีหลาย ๆ ฉากที่เรียกว่าแทบจะก๊อปมาฉากต่อฉากเลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรซะก็มีการเสริมและขมวดปมบางอย่างเพิ่มเข้าไป โดยเฉพาะปมในการพยายามแก้ไขประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรักของตนในยุคอนาคตอยู่รอด (ซึ่งในการ์ตูนไม่ได้มีตรงนี้เลยแม้แต่น้อย)
โดยส่วนตัว ผมชอบเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนมากกว่า แต่ถ้ามองเนื้อหนังจริง ๆ ของละครทีวีโดยไม่เปรียบเทียบแล้วล่ะก็ Jin ก็ไม่ได้แย่อะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะการผูกปมตัวละครไว้ได้น่าสนใจอยู่โดยเฉพาะตัวละครเอก แม้จะมีประเด็นต่าง ๆ เยอะมากไปหน่อยจนทำให้เรื่องมันงง ๆ ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจินกับซากิ หญิงสาวที่แอบตกหลุมรักและกลายเป็นผู้ช่วยของเขา การพบกับโนงาเซะ นางโลมที่ดันหน้าตาไปคล้ายกับมิกิ คู่หมั้นของเขาในอนาคตที่อยู่ในภาวะเจ้าหญิงนิทรา หรือการเข้าไปข้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองของญี่ปุ่นอีก (มันจะเยอะไปไหน)
ฉะนั้น ในบางมุม ผมก็เลยรู้สึกตะหงิด ๆ อยู่บ้างว่าบางจังหวะหนังเปลี่ยนเลนจากการเป็นหนังดราม่า กลายเป็นหนังไซไฟ ก่อนจะสลับช่องไปเป็นหนังประวัติศาสตร์ เลยมีแอบงง ๆ อยู่บ้าง (โดยเฉพาะกับเราคนไทยที่ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอีก)
แต่ขณะเดียวกัน ในบางจังหวะของเรื่องก็มีความเป็นดราม่าสูง เช่นภาวะของจินที่ต้องผ่าตัดสมองให้กับคนก่อนจะพบว่าในยุคที่เขาจากมากนั้นเขาหวังแต่พึ่งอุปกรณ์ทางแพทย์ที่ไฮเทคจนลืมถึงพลังและวิญญาณของการรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์ไป และนอกจากนี้การเติมเรื่องของคู่รักในอนาคตน่าจะเป็นปมที่ชูประเด็นเรื่องจิตวิญญาณของการเป็นหมอได้ เพราะในหัวงหนึ่งจินเลือกจะเดินหนีคนไข้เพียงเพราะเขากลัวว่าการรักษาของเขาจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์จนทำให้ชีวิตคนรักตกอยู่ในอันตราย
ประเด็นเรื่องจิตวิญญาณของความเป็นหมอนี้น่าจะเป็นแก่นหลักของเรื่องที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอ เพราะมีหลาย ๆ ฉากที่เร้าและเน้นให้จินได้เรียนรู้ว่าการเป็นหมอจริง ๆ นั้นคืออะไร
ในตอนจบ จินตะโกนออกมาว่า “ผมมีความสุขครับ…ผมมีความสุขกับการได้รักษาคุณ” น่าจะเป็นคำพูดสรุปของเรื่องราวการผจญภัยและการเรียนรู้ของจินในยุคเอโดะนี้
ส่วนเรื่ององค์ประกอบอื่น ๆ นั้น ก็เป็นแบบสูตรของละครญี่ปุ่น ที่มีการลงรายละเอียดค่อนข้างเยอะมาก ทั้งการออกแบบงานสร้างและบทละคร จึงเป็นงานที่ดูแล้วไม่่มีเบื่อหรือรู้สึกหงุดหงิดกับอาการไร้เหตุผลเลยแม้แต่น้อย




