I Just Didn’t Do It: เหยื่อ (อ)ยุติธรรม

“ให้คนร้าย 10 คนโดนปล่อยตัวออกไป ยังดีเสียกว่าให้คนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวทนทรมานจากการจองจำ” เป็นคำพูดประโยคแรกที่เราจะเห็นตั้งแต่เปิดเรื่อง I Just Didn’t Do It และเรียกได้ว่าคือบทสรุปของทั้งเรื่องแล้วในประโยคเดียว!!!

เทปเป ชายหนุ่มทั่ว ๆ ไปโดนจับด้วยข้อหาลวนลามนักเรียนบทรถไฟที่แน่นเอี้ยด ทุกอย่างคงไม่มีอะไร เพราะเหตุการณ์ลวนลามในรถไฟนั้นเรียกว่าเป็นเหตุปรกติที่ตำรวจสอบสวนเจอทุกวัน และเหล่าคนโดนจับก็ยอมรับผิด ประนีประนอม จ่ายค่าปรับ แล้วก็เดินออกไปจากสถานีตำรวจ

แต่ที่ทุกอย่างมันพลิกก็เมื่อเทปเปยืนยันว่า “ผมไม่ได้ทำ” และเขาจะไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ นำมาซึ่งกระบวนการต่อสู้ในทางกฏหมายและในชั้นศาลที่ใช้เวลานานมากมาย ซึ่งตลอดเรื่องเราจะได้เห็นอีกด้านของระบบความยุติธรรมที่ประชาชนหวังพึ่งพิงในยามยาก และเริ่มจะมองเห็นว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราถูกสอนในห้องเรียนจริง ๆ หรอก

เรื่องราวของหนังที่สร้างจากเรื่องจริงนี้อาจจะดูเนือย ๆ อยู่บ้างเพราะเป็นการสอบสวน คู่ขนานไปกับการต่อสู้ด้านจิตใจของตัวละครหลาย ๆ คนที่มีทั้งสงสัย ตั้งคำถาม กับความจริงที่เทปเปยืนยัน

หนังฉลาดมากตรงที่ไม่ได้บอกกับเราตรง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วเทปเปไม่ได้ทำการลวนลามจริง ๆ หรือเปล่า แต่ใช้ภาพเล่าการจำลองเหตุการณ์ การรวบรวมหลักฐาน เปรียบเสมือนว่าเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่นั่งฟังอยู่ในศาลที่กำลังตัดสินคดี และผู้ชมแต่ละคนก็คงจะมีคำตอบเองว่าจริง ๆ แล้วเทปเปในสายของเขานั้นบริสุทธิ์หรือไม่

นอกจากนี้ หนังยังมีหลาย ๆ ฉากที่น่าสะเทือนใจกับประโยคโดน ๆ ที่กระชาก “ความอยุติธรรม” ของ “ระบบยุติธรรม” เช่น “ทำไมคนที่ทำผิด เซ็นรับข้อหาแล้วเดินออกไปจากสน.ได้ตั้งแต่วันแรก แต่ผมที่เป็นผู้บริสุทธิ์กลับต้องอยู่ในคุกมาเกือบปี เพียงเพื่อจะยืนยันความบริสุทธิ์ของผม!!!”

ในตอนจบ บทสรุปของหนังอาจจะไม่ตรงใจกับผู้ชมหลาย ๆ คน (อาจจะเป็นเพราะมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น) แต่ผมว่าหนังก็สร้างความสะเทือนในบนโศกนาฏกรรมของคนธรรมดา ให้เราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเราเองว่าเราจะปล่อยให้ความอยุติธรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมต่อไปหรือไม่ เพราะเราคงไม่หวังว่าคนที่เรารักคนใดคนหนึ่งจะต้องตกเป็นเหยื่อของมัน

Powered by Free Wordpress Themes