Welcome to Nothing อะไรก็ไม่รู้ แต่สนุกดีวุ้ย

Welcome to Nothing อะไรก็ไม่รู้ แต่สนุกดีวุ้ย

วันที่ 17 เมษายน…

ผมได้รับเมล์รับเชิญจากคุณนพพันธ์ บุญใหญ่ นักแสดง/ผู้กำกับหนุ่มรูปหล่อไฟแรงเกี่ยวกับรอบสื่อมวลชนของละครเรื่องใหม่ แน่นอนว่าผมตอบรับคำเชิญแต่โดยดี

วันที่ 21 เมษายน…เวลาทุ่มครึ่ง…Crescentmoon Space สถานบันปรีดีพนมยงค์…

ผมได้ชมละครรอบสื่อมวลชนตามคำเชิญก่อนจะพบว่านั่นเป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะละครเล่นไปได้ไปไม่กี่ฉาก คุณนพพันธ์ก็ออกมาบอกว่านี่เพียงแค่ไม่กี่สิบเปอร์เซนต์ของที่จะได้ชมจริงแล้วถามผู้ชมในรอบนั้นว่าคิดเห็นอย่างไร

“ให้ตายเหอะ ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย” นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนนั้นเพราะยังงง ๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก

วันที่ 27 เมษายน…เวลาบ่ายสองครึ่ง…สถานที่เดิม

ผมกลับมาชม Welcome to Nothing อีกครั้งเพราะอยากจะหาคาใจกับไอ้ที่ผมคิดเมื่อ 6 วันก่อนแต่…

“ให้ตายเหอะ ผมก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ดี!!!….แต่มันสนุกเป็นบ้าเลยวุ้ย” นั่นคือคำตอบของผมก่อนจะเขียนบทวิจารณ์นี้

อันที่จริงถ้าจะไปบอกว่าละคร Welcome to Nothing ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ดูจะเป็นการว่าร้ายไปสักหน่อย (แต่ข้างบนนั่นมันคืออารมณ์ชั่ววูบของผมนะครับ…ฮา) เพียงแต่การเล่าฉากสั้น ๆ  15 ฉากแถมออกไปในทางที่แทบจะไม่เกี่ยวกันนั้น เลยพาลจะทำให้คนดูบางคนที่คาดหวังจะดูละครโครงเรื่องเดียวยาว ๆ อาจจะงงงวยกับสิ่งตรงหน้าก็ได้

แต่ถ้าใครที่เป็นคนช่างอ่านหนังสือ ช่างดูหนังดูละคร อาจจะพอสะกิด ๆ ความทรงจำกันได้ว่าหลาย ๆ ฉากนั้นเอามาจากหนังดังบางเรื่อง วรรณกรรมบางตอน การ์ตูนดังบางเรื่อง หรืออาจจะลากยาวไปถึงมุกตลกการ์ตูนสามช่องจบในหนังสือการ์ตูนตลกไทย ๆ อย่างขายหัวเราะ การ์ตูนมหาสนุก (ถ้าผมไม่ได้จำอะไรผิดไปน่ะนะ) แถมเมื่อหยิบมานำแสดงสดแล้ว นักแสดงสามคนที่เราเห็นบนเวทีก็ยังเอาเล่นกันแบบ “เอามันส์” จนเราสนุกสนานและเต็มไปด้วยรอยยิ้มกันอยู่ตลอด 1 ชั่วโมง 40 นาที

ฉะนั้นถ้าใครจะพยายามคิดอะไรเยอะ ๆ ว่าไอ้ฉาก 15 ฉากนี่มันเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกันยังไง มีปมปรัชญาอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ก็อาจจะเสียเวลาคิดไปเปล่า ๆ เพราะละครก็จั่วหัวออกมาในคำโปรยโฆษณาอยู่แล้วว่า “Don’t Think….Just Feel It” ซึ่งผมเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยว่านั่นคงเป็นวิธีเสพละครเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุดแถมถ้าไปคิดหาคำตอบอะไร จะพาให้เราเสียความรู้สึกและเสียดายเสียงหัวเราะไปเสียอย่างนั้น

ถึงอย่างไรนั้น นั่นก็ไม่ใช่ว่าละครไม่มีสาระหรือประเด็นอะไรเลยหรอกนะครับ ในฉากสั้น ๆ เหล่านั้นก็มีอะไรแอบแฝงไว้บ้างเช่นการหยอกเล่น หยิกนิดหยิกน้อย จนไปถึงแดกดันจิกกัดสังคมที่เรา ๆ ใช้ชีวิตกันอยู่นี่แหละ จึงไม่แปลกที่บางมุกตลกจะเรียกเสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหวกันได้ลั่นโรงละคร

ส่วนหนึ่งที่ละครที่เป็นฉากสั้น ๆ นี้สนุกเฮฮาอย่างมาก ก็คงเป็นเพราะนักแสดงทุกคนเปลี่ยนแปลงอิริยาบทและบุคลิกไป ๆ มา ๆ ได้อย่างหลากหลาย ประกอบกับการแสดงของพวกเขาก็ไม่ใช่ประเภทที่ “จริงจัด” จนเรารู้สึกเครียดและซีเรียสไปกับเรื่อง แต่ก็ไม่ “กระแดะ Fake” จนเรารู้สึกว่าดูละครทีวี ซึ่งถ้าจะเขียนนิยามสั้น ๆ แล้วล่ะก็ “กระแดะน่าหมั่นไส้แต่เชื่อได้จากความบ้าของตัวละคร” อาจจะเป็นประโยคที่ผมพอจะนึกออก

ขณะเดียวกัน ความสามารถทางการแสดงของนพพันธ์ บุญใหญ่ เกรียงไกร ฟูเกษม และกีรติ ศิวะเกื้อ ก็มีทั้งความหลากหลายและหนักแน่นด้วยพลังที่สร้างเสน่ห์จนเรารู้สึกว่าโรงละครว่าง ๆ รู้สึกคับแน่นขึ้นมาถนัดตา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะทั้งสามคนสามารถแสดงและสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่เราไม่คาดคิดได้อยู่เสมอ ๆ และนั่นก็ดึงดูดให้คนดูสนุกกับการแสดงของพวกเขาได้อยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้สิ่งที่ค่อนข้างจะเตะตาอยู่ไม่น้อยคือความลื่นไหลของการแสดงที่ค่อนข้างจะต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ Space ของโรงละครอย่างคุ้มค่าและมีชั้นเชิงเช่นการเข้าออกของตัวละครไม่ว่าจะฉากเดียวกันหรือฉากที่ต่อเนื่องต่อไป ซึ่งการต่อเนื่องนี้ทำให้เรื่องสั้นที่ต่อ ๆ กันไม่ดูชวนหงุดหงิดเวลาเปลี่ยนฉากไปมา

จะว่าไปและ หลายคนมักถามผมเกี่ยวกับละครของนพพันธ์ว่าเป็นอย่างไร ผมมักให้จำกัดความง่าย ๆ ว่า “เป็นละครที่มีสไตล์ของตัวเอง” ซึ่งนี่ก็พอจะเห็นจากผลงานล่าสุดของเขา “ดอกไม้ในแสงแดด” ที่ผมเคยพูดถึงไปเมื่อไม่กี่ฉบับก่อนหน้านี้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน Welcome To Nothing แฝงไว้ด้วยการสร้างสรรค์สไตล์การเล่าเรื่อง การล้อตลก การสร้างเสียงหัวเราะในมุมมองของเขาเอง โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชื่นชอบและชื่นชมกับการ “เล่นของ” ของนพพันธ์อยู่ไม่น้อย แม้ว่าสิ่งที่เขาสร้างออกมาอาจจะเป็นสิ่งที่ออกจะแปลกกับแวดวงละครเวทีที่เราเห็น ๆ กัน (ซึ่งโดยส่วนมากจะเห็นจากบรรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ) และอาจจะสร้างความงงงวยให้กับผู้ชมใหม่ ๆ หลายคนที่ไม่เคยได้เสพศิลปะอื่นนอกจากหนังและละครที่มีกันเกลื่อนในท้องตลาด แต่ถ้าเปิดใจรับชมแล้ว สไตล์ของเขาก็พอที่จะสร้างรอยยิ้มและเบิกบากใจให้กับผู้ชมอยู่ไม่น้อย

ว่าแต่…ผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เปิดใจรับอะไรใหม่ ๆ แปลก ๆ บ้างหรือยังล่ะครับ

Powered by Free Wordpress Themes