// archives

Archive for ธันวาคม, 2009

The way we move

Two exciting collaborations are happening in the small world of Thai arts.

B-Floor Theatre has turned its office and rehearsal studio into “B-Floor’s Room” with a debut work beguilingly and ironically titled “Displacement” (“Phid Thi Phid Thang”), a collaboration between Jarunun Phantachat and Dujdao Vadhanapakorn.

At the premiere on Tuesday night, the intrigue [...]

October Sonata: รอคอยอย่างละเมียดละไม

การรอคอยกับความรัก เป็นหนึ่งในเรื่องราวโรแมนติกดี ๆ ที่สร้างกลายเป็นหนังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังอิ่มเอิบใจ หนังเศร้าเรียกน้ำตา หรือโรแมนติกหวานซึ้ง
และสิ่งสำคัญที่หนังสามารถดึงพลังออกมาได้อย่างดีเยี่ยมคือความจริงใจกับเรื่องที่กำลังจะเล่า ซึ่ง October Sonata: รักที่รอคอย มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
October Sonata เป็นเรื่องราวที่ร้อยเรียงความสัมพันธ์ของคนสามคนกับความรักที่ต่างคนต้อง “รอ” อีกคน โดยเริ่มจากการพบกันของแสงจันทร์ (ก้อย รัชวิน) กับ รวี (โป๊ป ธนวรรธน์) ที่เจอกันในคืนงานศพของมิตรชัย บัญชา และเกิดจุดเริ่มต้นของความรู้สึกปราถนาต่ออีกฝ่าย แต่ก็ต้องจากกันไปเมื่อรวีต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ โดยสัญญากันว่าในวันที่ 8 ตุลาคมของอีกสองปี พวกเขาจะมาเจอกันอีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป แสงจันทร์ก็เติบโตขึ้นจากหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ กลายเป็นเด็กสาวที่มีความมั่นใจและความมุ่งมั่่นในชีวิต
ระหว่างนั้น ลิ้ม (บอย พิษณุ) ชายหนุ่มเชื่อสายจีนที่ได้เจอกับแสงจันทร์ ก็หลงรักและมอบหัวใจให้แสงจันทร์แม้ว่าเธอจะมองเขาโดยไร้แววตาของความรัก เพราะเธอกำลังรอใครกลับมา ซึ่งลิ้มก็รอคอยวันที่เธอจะเห็นและหันมามองเขาเช่นกัน
แต่ด้วยเหตุการณ์ที่ร้อยเรื่องในกาลเวลาที่ผ่านไป แสงจันทร์ก็ไม่ได้พบกับรพีตามที่เคยสัญญาไว้ คำถามที่คนดูถูกโยนให้ติดตามเรื่องทันทีคือเหล่าตัวละครจะทำอย่างไรเมื่อการรอคอยไม่ได้เป็นไปดังหวัง พวกเขาจะยังยืนยันกับหลักที่ยึดมั่นอยู่ไหม หรือสั่นคลอนไปตามกาลเวลา
โดยส่วนตัว ผมว่าบทภาพยนต์เรื่องนี้แม้จะไม่มีอะไรหวือหวาหรือมีอะไรโฉ่งฉ่างมาก แต่ความเรียบง่ายของมันเต็มไปด้วยความละเมียดละไมในรายละเอียด ไม่ว่าจะเนื้อหาที่เชื่อมโยงในจุดเล็ก ๆ ของเรื่องเช่นตัวละครของนิยายที่รพีหยิบยื่นให้แสงจันทร์ ที่สุดท้ายกลายเป็น Irony กับชีวิตของแสงจันทร์ ชื่อของตัวละครที่มีนัยทางสัญลักษณ์ที่ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไปที่จะเข้าใจ รวมถึงความต่อเนื่องของในความเป็นเหตุเป็นผลและลำดับเวลาที่นำทางตัวละครต่าง [...]

Okuribito: Departure ~ งดงาม ปราณีต ในทุกรายละเอียด

สัปเหร่อ อาจจะเป็นอาชีพที่หลาย ๆ คนมองว่าน่าอดสู และไร้เกียรติ หากินกับความตาย รวมไปถึงเป็นอาชีพที่ไม่มีใครคิดจะทำ แบบเดียวกับที่ไดสุเกะ ตัวละครจาก Departure โดนตราหน้าไว้จากบรรดาญาติ ๆ ของผู้ตายที่มองไม่เห็นความสำคัญของคนที่เตรียมร่างของผู้ตายเพื่อนำสู่พิธีส่งวิญญาณ
แต่ถ้าเราทุกคนได้ดู Departure จนจบ เราก็จะพบความสวยงามอันละเมียดละไม รวมทั้งปรัชญาชีวิตลึกซึ้งระหว่างคนเป็นและคนตาย ผ่านสายตาของคนที่อยู่ใกล้ชิดกับคนตายเป็นอาชีพ
ในเริ่มเรื่องของ Departure นั้น ไดสุเกะ นักเชลโล่ผู้ตกอับจากการที่วงที่เขาสังกัดประกาศยุบวง จนต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิดพร้อมกับภรรยาและเริ่มต้นหางานใหม่ แต่ไม่รู้ว่าเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้ายที่ทำให้เขาได้ไปรับงานเป็นผู้ตกแต่งศพก่อนจะไปสู่พิธีการต่อไป
แน่นอนว่าช่วงแรกเราจะเห็นไดสุเกะกระอักกระอ่วนกับงาน และต้องทนปกปิดเป็นความลับไม่กล้าบอกใคร แม้ว่าสุดท้ายแล้วความลับก็ต้องถูกเปิดเผยในที่สุด และนั่นคือการหาคำตอบของตัวไดสุเกะว่าเขาจะยังทำงานนี้ต่อไปหรือไม่ และอะไรคือเหตุผลที่เขาควรจะทำงานนี้กันแน่
สิ่งที่น่าสนใจและน่าประทับใจมาก ๆ ของ Departure คือการเดินทางทางความคิดของตัวละครและความรู้สึก ที่ไม่ใช่แค่ตัวละครหลักเท่านั้น แต่รวมถึงคนรอบข้างไดสุเกะเอง และผู้ชมที่กำลังชมอยู่ด้วย
ต้องขอชื่นชมและยกย่องทีมงานที่เลือกนำพิธีที่ที่หลายคนอาจจะไม่รู้จักหรือมองข้าม นำกลับมาทำให้สวยงามและเชื่อมโยงกับปรัชญาของ “ชีวิต” ได้อย่างน่าละเมียดละไม ซึ่งไม่แปลกที่หลาย ๆ คนพร้อมใจจะต้องทึ่งและอึ้งกับพิธีกรรมนี้
จุดเชื่อมโยงที่สวยงามนี้คือการที่ตัวละครมีหน้าที่สร้าง “ชีวิต” ให้กับคนที่ได้ “เสียชีวิต” ไปแล้ว และนั่นเหมือนของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คนเป็นจะทำให้กับคนตายได้ เพื่อจะรำลึกและอวยพรให้คนที่จากไปนั้น “เดินทาง” อย่างสงบ และก็คงเป็นโชคดีของไดสุเกะ (รวมถึงพวกเราที่ตามดูเขา) ที่เขาได้มีโอกาสเจอบริษัทที่เข้าใจและรู้สึกถึงหน้าที่นี้อย่างลึกซึ้ง

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นความปราณีตอย่างสวยงามในพิธีกรรม ตั้งแต่การเปลี่ยนเสื้อผ้า การแต่งหน้า [...]

เรื่องสมาชิก

เนื่องจากการล้างระบบครั้งนี้ ทำให้ข้อมูลสมาชิกหายหมดเลย T_T ยังไงช่วยสมัครใหม่ด้วยนะคร้าบ

ปรุงปรุงเวบแล้ว

หลังจากพยายามงมมานาน และพบว่ามันไม่เวิร์ค เลยจัดการรื้อระบบเวบใหม่ทั้งหมด และทำใหม่ให้มันดูง่ายขึ้น (หรือเปล่าหว่า)

Goemon:สุดขั้วแฟนตาซี

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 5 ปีที่แล้ว ถ้าใครติดตามหนังญี่ปุ่นก็จะเจอหนังเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะแหวกแนวแถมสุดขั้นด้าน CG เหลือเกิน นั่นก็คือ Casshern ซึ่งแม้ว่าเสียงวิจารณ์อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่หนึ่งในสิ่งที่คอหนังที่ได้ชมไปมักบอกเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังที่เท่ห์และล้ำจินตนาการมาก ๆ

แน่นอนว่าเมื่อ Kazuaki Kiriya กลับมาอีกครั้งในปี 2009 งานของเขา GOEMON ก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายเดิม ๆ ไม่ว่าการใช้ CG แบบสุดขั้วเพื่อสร้าง Visual แบบ Extreme สุด ๆ และการกำักับคิวบู๊และฉากแอ็คชั่นที่ทำให้ Casshern กลายเป็นเด็ก ๆ ไปเลยทีเดียว

เนื่อเรื่องของ GOEMON ว่าด้วยเรื่องราวที่อิงจากตำนานและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เกี่ยวกับจอมโจร อิชิกาวะ โกเอมอน ที่ขโมยทรัพย์สมบัติของเศรษฐีเอาไปแจกคนยากจน พร้อมกับนิสัยระห่ำ ๆ แย่ ๆ ประเภท Bad Hero จนกระทั่งวันหนึ่ง การขโมยของในคลังสมบัติเศรษฐีนั้นนำไปสู่การพบความลับที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์การลอบสังหาร โอดะ โนบุนากะ รวมถึงการขึ้นครองอำนาจของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ

แน่นอนว่าการล่วงรู้ความลับนี้ทำให้โกเอมอนต้องเข้าไปอยู่ในวังวนความวุ่นวาย [...]

Change: การเมืองที่ดีเกิดขึ้นเพราะคนที่ดี

ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองค่อนข้างจะน่าเบื่อกับน้ำเน่าเละเทะของเหล่า บรรดาคนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้แทน” แต่เราอาจจะนั่งมองหน้ากันแล้วคิดว่า “ไอ้พวกนี้มันเป็นผู้แทนได้ไงวะ” เพราะคำพูดและสติปัญญาไม่ได้แสดงซึ่งความเป็นคนที่นำพาประเทศชาติไปสู่ความ เจริญได้อย่างไร

เบื่อไหมครับที่จะรู้สึกว่าการเมืองมันไร้ค่าสิ้นดี ดูไร้ความหวัง

มันก็อาจจะจริงอย่างนั้น แต่บางครั้ง เราก็ต้องสร้างความหวังให้กับตัวเราก่อนจะสิ้นศรัทธาไป

CHANGE ละคร TV Series จากประเทศญี่ปุ่นที่ทางช่อง TPBS นำมาฉายได้สักพักแล้วนั้นอาจจะเป็นยาดีและ “แรง” ที่จะทำให้เรารู้สึกดี ๆ กับการเมืองขึ้นมาบ้าง เรื่องราวของละครเรื่องนี้เกี่ยวกับนายอาซาคูระ เคย์ตะ ครูหนุ่มในบ้านนอกต้องกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะพ่อและพี่ชายที่เล่น การเมืองประสบอุบัติเหตุ

สิ่ง หนึ่งที่เคย์ตะรู้สึกอยู่เสมอในช่วงแรกก็คงไม่ต่างจากที่หลาย ๆ คนจะรู้สึกตอนนี้ คือการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ นั่นคือเหตุผลที่เขาหลีกเลี่ยงจนแทบจะวิ่งหนีไปจากการเลือกตั้ง

แต่ สิ่งหนึ่งที่เคย์ตะมี และนักการเมืองทั่ว ๆ ไปไม่มีคือความบริสุทธิ์ของจิตใจ และความปราถนาที่จะรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่หนักอึ้งของเขา และนั่นทำให้เขาก้าวเข้าสู่รัฐสภา ก่อนจะจับผลัดจับผลูไปเป็นนายกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (เอ๊ะ มันคล้าย ๆ กับเมืองไทยยังไงก็ไม่รู้นะ) และเรื่องราวที่เหลือของเรื่องคือการปฏิบัติหน้าที่ ศรัทธาต่อการเมือง โฉมหน้าและเบื้องหลังอันโหดร้ายที่เขาต้องต่อสู้เพื่อปกป้องประชาชน

ความ เจ๋งและเด็ดขาดของเรื่องนี้คือบทละครที่ผูกเรื่องไว้ได้อย่างละเอียดยิบ แต่ก็แปลความยุ่งเยิงและวิชาการของการเมืองให้กลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านจะดู และลุ้นไปกับพระเอกได้อยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่เรื่องได้พยายามแสดงอยู่ทุกตอนคือการซื่อสัตย์ต่อจิตใจและจรรยา [...]

สาวชาวนา : ความล่มสลายของมนุษย์ที่รู้ไม่เท่าทันโลกาภิวัฒน์

เป็นอันรู้กันอยู่เสมอตั้งแต่สมัยเรียนว่า “เกษตรกร แข็งขัน เป็นกระดูกสันหลัง ของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจ เพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม” และนั่นก็น่าจะเป็นความจริงในสังคมไทยที่มีเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศ

แต่ในสภาวะที่เมืองหลวงกำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเทคโนโลยีและเม็ดเงินลงทุนมากมายจากทั้งในและนอกประเทศ ชาวบ้านที่อยู่ “นอกเมือง” ก็เริ่มมีช่องว่างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ระหว่างคนเมืองกับคนนอกเมือง และไม่แปลกที่คนมากมายจะลุ่มหลงแสงสีของเมืองที่ได้รับรู้จากสื่อต่าง ๆ จนจากบ้านมาสู่เมืองก่อนจะพบว่ามันไม่ได้สวยหรูอย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นโศกนาฏกรรมชีวิตจริงที่เห็นกันได้อยู่บ่อย ๆ รอบตัวเมืองหลวงอันแสน “ศิวิไลซ์” ของเรา

“สาวชาวนา” ละครเวทีร่วมสมัยจากเครือข่ายละครกรุงเทพ (BTN) ในเทศกาลละครกรุงเทพ เป็นหนึ่งในละครที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดเรื่องราวโศกนาฏกรรมดังกล่าวผ่านตัวละคร “มะลิ” เด็กสาวของครอบครัวชาวนาซึ่งกระโดดขึ้นรถไฟเข้ามายังกรุงเทพโดยที่เธอไม่รู้เลยว่านั่นทำให้ชีวิตของเธอพลิกผันไปตลอดกาล

หลังจากมะลิเข้ามาในกรุงเทพด้วยความช่วยเหลือของประวิทย์ นักพฤษศาสตร์ที่เจอกันบนรถไฟ แต่ความช่วยเหลือก็แฝงไว้ด้วยความปราถนาของประวิทย์ที่มีต่อตัวมะลิ จนกลายเป็นความสัมพันธ์หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ หลังจากนั้น ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคมกับกลุ่มต่าง ๆ โดยมีสืบศักดิ์ เป็นชายหนุ่มที่คอยสนับสนุนและแนะนำ

เมื่อเวลาผ่านไป มะลิเริ่มมีบทบาทมากขึ้นกับการริเริ่มโครงการปลูกข้าวปลอดสารพิษภายใต้ชื่อ “ข้าวสาวชาวนา” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและทำให้สืบศักดิ์ซึ่งดูแลโครงการอยู่นั้นมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจนในไม่ช้าเขาก็ละทิ้งโครงการเพื่อมุ่งสู่การเป็นนักการเมืองจากชื่อเสียงที่เขาได้รับ คงเหลือแต่มะลิที่พยายามจะปลูกข้าวปลอดสารและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่ออยู่แม้ว่าจะไม่มีใครเหลียวมองและสนใจเลยก็ตาม และนั่นนำไปสู่เรื่องราวอันน่าเศร้าของชีวิตเด็กสาวชาวนาที่พยายามจะยืนหยัดแต่ไม่อาจจะต้านทานกระแสของโลกที่เปลี่ยนไป

ความน่าทึ่งและยอดเยี่ยมอย่างมากของ “สาวชาวนา” เริ่มขึ้นจากบทละครที่ดัดแปลงจากบทดั้งเดิมของ Hideki Noda (ชื่อภาษาอังกฤษคือ Girl of [...]

ลมหายใจ เดอะมิวสิคคัล: เปิดคอนเสิร์ตก็ได้ ไม่ต้องเป็นละครเวทีหรอก

เมื่อตอนที่ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประกาศว่าจะจับมือ “บอย” โกสิยพงษ์ นำบทเพลงอันไพเราะและฮิตมาเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นละครเพลงที่น่าประทับใจ พร้อมด้วยนักแสดงนำที่คุ้นชื่อและคุ้นเสียงกันเป็นอย่างดีนั้น แน่นอนว่ามันสามารถสร้างกระแสที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเพลงของบอย โกสิยพงษ์นั้นขึ้นชื่อในด้านความอิ่มเอิบของความรักอยู่แล้ว หากมาทำเป็นละครเพลง ก็คงจะประทับใจไม่แพ้กัน แถมยังมีการพ่วงโฆษณาว่าละครของค่าย Scenario นั้นเป็นละครเวทีคุณภาพในด้านความโรแมนติก (?) และการแฝงประเด็นด้านความรักอย่างลึกซึ้ง (?)

เอาล่ะ นั่นคือสิ่งที่สื่อมวลชนและทีมประชาสัมพันธ์ของบริษัท Scenario พยายามจะบอกพวกเรามาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดเมื่อผมเดินออกจากโรงละครรัชดาลัยในรอบ Preview ของ “ลมหายใจ เดอะมิวสิคคัล” เมื่อคืนวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมก็อยากฝากข้อความไปบอกกับทีมงานว่า ไม่ต้องเอาเพลงมาทำเป็นละครหรอก เอานักร้องที่แสดงมาออกเทปแบบร้องใหม่ก็พอ เพราะที่เห็นบนเวทีตลอดสองชั่วโมงครึ่งน่ะ มันเสียของ!!!

เรื่องราวของลมหายใจ เดอะมิวสิคคัลนั้น เริ่มขึ้นในคืนวันหนึ่ง ในวันที่พัด (มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์) เตรียมจะขอฝน (นิโคล เทริโอ) แต่งงาน ณ ร้านของเจ๊ฉัตร (รัดเกล้า อามระดิษ) เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่การที่พัดง้อฝนจนเตรียมจะเข้าพิธีแต่งงาน [...]

Moon Water พลิ้วไหว นุ่มนวล สวยงาม

จากประสบการณ์ส่วนตัว ถ้าผมบอกเพื่อน ๆ ว่ากำลังจะไปดูแด๊นซ์แบบต่อเนื่องเป็นชั่วโมง โดยไม่มีบทพูด ไม่มีเรื่องราว เพื่อนผมมักถามมาทำนองว่า “บ้าหรือเปล่า” หรือไม่ก็ “ไม่หลับเหรอ”

และแม้ว่าสายฝนยามเย็น ความเหน็ดเหนื่อยจากการฝ่ารถติดและเมื่อยล้าจาการทำงานจะสุมกันมากมายจนทำให้รู้สึกเพลียและพยายามดึงม่านตาให้ปิด แต่การแสดง Moon Water จากคณะ Cloud Gate กลับทำให้ผมพบว่า การแสดงที่สวยงาม วิจิตรและทรงพลังนั้น สามารถตรึงคนดูให้อยู่กับการแสดงได้ตลอดแม้ว่าจะไม่มีเรื่องราว และบทสนทนาให้จับต้องเลยก็ตาม

การแสดง Moon Water นั้นเริ่มขึ้นอย่างเรียบง่ายจากการร่ายรำของผู้แสดง ที่เริ่มจากคนเดียว กลายเป็นสองคน จนถึงแบบกลุ่ม แต่ในความเรียบง่ายนั้นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสวยงามของ Movement รวมถึง Blocking ต่าง ๆ ซึ่งพลิ้วไหวและโดดเด่นจนสะกดสายตาผู้ชมได้อยู่หมัด

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนมักพบเวลาชมการแสดงประเภท Contemporary Dance คือเวลาที่เราพยายามทำความเข้าใจกับ Movement ที่เกิดขึ้นบนเวทีนั้น แต่ด้วยความเคลื่อนไหวที่บางครั้งวุ่นวาย ยุ่งยากจนเกินจะเข้าใจ (บางครั้งก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนไปถึงไม่เข้าใจอะไรเลย) แต่พอผมดู Moon Water นั้น น่าแปลกที่ท่าทางการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายคล้ายคลึงกับการร่ายรำไทเก๊กนั้นกลับไม่ต้องพยายามค้นหาความหมายหรือตีความมากนัก

อาจจะเป็นเพราะความเป็น “ตะวันออก” ของการแสดงที่มีการประสานความเชื่อและปรัชญาแบบชาวจีนที่คนไทยอาจจะเคยชินกันอยู่แล้ว [...]